"จริงๆ ไม่อยากให้มองว่าเป็นสิทธิพิเศษหรือไม่พิเศษ บางคนที่เขามีโอกาสเจอไม่ว่าจะเป็นดาราหรืออะไรก็ตาม บางทีเจารู้จักเป็นการส่วนตัวเขาก็เลยได้เข้าไป ซึ่งอันนั้นไม่ใช่สิทธิพิเศษ นั่นคือการที่เขารู้จักกัน แต่ด่วยความที่เราไม่เคยรู้จักน้องลิซ่าเป็นการส่วนตัว แต่ว่าน้องลิซ่าเป็นไอดอลของมะลิ เราเลยมีความรู้สึกว่าในมุมมองของเด็ก ผู้ใหญ่ หรืออะไรก็ตาม ไม่อยากให้มองว่าเป็นเด็กแล้วจะได้แบบ...คือเข้าใจสำหรับผู้ใหญ่ที่รู้ว่าน้องมะลิชอบมาก พอมีโอกาสก็อยากให้น้องไป แต่เราก็ยังมีความรู้สึกว่าไม่ว่าเด็กหรือผู้ใหญ่สิ่งหนึ่งที่มีก็คือความชอบในตัวน้องลิซ่าเหมือนกันทุกคน
ฉะนั้นการจะได้เจอลิซ่าก็ต้องทำตามกฎตามระเบียบ บางคนมารอเป็นวันๆ แล้วเราเองไม่ได้ทำอะไรในสิ่งที่แบบคนอื่นเขาทำ เพราะฉะนั้นก็ไม่มีสิทธิ์ที่จะต้องได้เจอ (บอกกับน้องมะลิยังไง) บอกเขาว่าถ้าหนูอยากเจอก็ต้องทำเหมือนทุกคน ทำเหมือนแฟนคลับพี่ลิซ่า ที่เขาอยากจะเจอก็ต้องไปต่อคิว ไปนั่งรอ หรือถ้าน้องอยากจะเจอจริงๆ วันหนึ่งน้องเต้นเก่งๆ ฝึกฝนตัวเอง แล้วถ้าโชคดีมีโอกาสพิเศษน้องอาจจะได้ร่วมงานกับพี่ลิซ่า อันนี้เป็นความฝันเรานะ (หัวเราะ) แต่ก็พยายามให้กำลังใจเขาอย่างนั้นว่า เต้นเก่งๆ วันหนึ่งอาจจะมีช่องทางที่แบบได้เจอพี่ลิซ่า
แล้วถ้าวันนั้นได้เจอและได้ถ่ายรูป เวลาใครถามเขาก็จะมีความภูมิใจว่าเขาได้เจอพี่ลิซ่างานนี้ แต่ว่าการที่เราได้โอกาสพิเศษจากผู้ใหญ่ที่สามารถเข้าไปได้ บางทีเราก็พูดลำบากถ้าคนถามว่าเจอพี่ลิซ่าหรือยัง แล้วน้องบอกว่าเจอแล้ว คนก็อาจจะอ้าว! ไปเจอที่ไหน เราก็เลยบอกว่าอยากให้น้องทำตามกฎระเบียบ แล้วก็พยายามเข้าวันหนึ่งถ้าน้องได้ถ่ายรูปกับพี่ลิซ่านั่นแหละมันจะเป็นความภาคภูมิใจของเขาเอง ถามว่ามีคนติดต่อเยอะไหมที่จะให้ไปเจอ จริงๆ แค่ครั้งเดียว แต่เราก็ขอบคุณผู้ใหญ่ท่านนั้นจริงๆ ที่เห็นน้อง แล้วอยากจะพาน้องไปเจอ แต่ว่าเราก็อยากให้ลูกเรียนรู้ถึงความอดทน เรียนรู้ถึงกฎกติกาของสังคม"