ดูเราค่อนข้างมั่นใจว่า หากเปิดอู่ปุ๊บ ก็ติดปั๊บเลย ?
ชาคริต : มีความมั่นใจสูงมาก (หัวเราะ)
แสดงว่าเพิ่งเปิดอู่ไปได้ไม่นาน ?
ชาคริต : ใช่ ที่ผ่านมาเราก็ให้เขาได้ดูแลสุขภาพบ้างเนอะ เอาให้ชัวร์ก่อน และโพธิ์ก็ซนเหลือเกิน ก็เลยให้เขาเริ่มเดิน เริ่มวิ่ง เริ่มพูดรู้เรื่อง เราถึงคิดว่าโอเค อีกคนก็น่าจะพร้อมมาได้แล้วมั้ง
คาดหวังไหมว่า คนที่สองอยากได้ลูกผู้หญิงเลย ?
ชาคริต : ถ้าถามจริง ๆ เราได้ผู้ชายแล้ว คนต่อไปก็อยากได้ผู้หญิงแหละ แต่ตัวเราเองอะไรก็ได้ แค่ขอให้มาแค่นั้นเองครับ
ได้บอกน้องโพธิ์ไหมว่าจะมีน้องให้แล้วนะ ?
ชาคริต : ก็ถาม มีน้องไหม น้องมาไหม น้องอยู่ไหน เพราะหลัง ๆ ชอบมองใต้หว่างขาตลอด เลยมีคนทักว่าสงสัยมาจ่อแล้วมั้ง ผู้ใหญ่เขาก็บอกโบราณเขาว่ากัน แต่เราก็ปล่อยไปตามธรรมชาติ ไม่ปล่อยให้ตัวเองเครียด
ภรรยาพร้อมใช่ไหม ?ชาคริต : พร้อม นางแข็งแรงมากครับถามถึงเรื่องที่ลูกชายพี่ต่าย เพ็ญพักตร์ เสียไป ?ชาคริต : ครับ ก็แสดงความเสียใจกับคุณแม่ไป เราสนิทกับแม่ต่ายเหมือนแม่เหมือนลูก และพอได้รู้ข่าวมันกะทันหันมาก น่าจะรู้วันเดียวกับที่ทุกคนรู้ เลยโทรไปหา แม่ก็ไม่ได้บอกใครในไอจี
เราพอทราบใช่ไหมว่าลูกชายพี่ต่ายป่วยมานานแล้ว ?
ชาคริต : นานแล้วครับเท่าที่ทราบ แต่ไม่ตามข่าวหรืออัปเดตอะไรกัน เพราะปีหนึ่งกว่าเราจะได้เจอกันก็แค่ 1-2 ครั้ง ต่างคนก็ต่างทำงาน พอเราทราบข่าวก็เสียใจครับ เพราะด้วยความที่รักท่านเหมือนแม่คนหนึ่ง แต่พอได้คุยกับแม่ ท่านก็แข็งแรง มองให้เป็นสัจธรรม เกิดแล้วดับ ตั้งแต่วันที่คุยกันตอนนั้นก็ยังไม่ได้คุยกันอีกเลย แต่ผมเชื่อว่าด้วยความแข็งแรง แข็งแกร่งของแม่ และเข้าใจในธรรมะ ทุกอย่างต้องดีขึ้น เราต้องมีความเข้าใจ ผมว่าเรื่องเหล่านี้เป็นเรื่องที่ต้องทำความเข้าใจของกฎธรรมชาติ อยู่ที่จะเจอช้าหรือเร็วแค่นั้น