ในโอกาสที่ คริสตีน วาชอน ผู้อำนวยการสร้างภาพยนตร์ฮอลลีวูด ได้เดินทางมาประเทศไทย ทางเนชั่นบันเทิง ก็ได้มีโอกาสสัมภาษณ์พูดคุยกับเธอแบบเอ๊กซ์คลูซีฟ โดยเราถามถึงการทำงานในภาพยนตร์เรื่องล่าสุดของเธอ ที่ได้เข้ามาฉายในประเทศไทย คือเรื่อง วันเดอร์สตรัค ที่เรื่องนี้ เธอยังร่วมงานกับผู้กำกับคู่ใจคือ ทอด เฮน ซึ่งเป็นเพื่อนสนิทของเธอมาตั้งแต่เริ่มต้นทำงานในฮอลลีวูด โดย วันเดอร์สตรัค เป็นภาพยนตร์ที่สะท้อนเรื่องราวของเด็กสาวน้อยที่เป็นใบ้ ที่คริสตีนเล่าถึงการร่วมงานกับนักแสดงที่พูดไม่ได้ว่า การทำงานร่วมกันไม่ได้อยากอย่างที่คิด
"ฉันอยากให้คนดูได้รับรู้ความรู้สึกของการเกิดเป็นผู้พิการทางการได้ยินหรือการพูด หนังเรื่อง WonderStruck จึงไม่มีการพูดและเล่าเรื่องผ่านการแสดงโดยใช้ท่าทางของนักแสดงเด็กที่เป็นใบ้ ซึ่งทำให้หนังเงียบไปประมาณครึ่งเรื่อง ซึ่งการจะปล่อยให้คนดูได้รับรู้ความรู้สึกนั้น หนังก็ต้องอยู่ในมือของผู้กำกับที่เก่งอย่าง ทอด เฮน รวมทั้งตัวนักแสดงที่มีความพิเศษ เพื่อให้คนดูมีประสบการณ์การดูหนังที่พิเศษที่สุด ฉันอยากให้คนดูได้เข้าใจถึงประสบการณ์ชีวิตของเด็กผู้หญิงตัวเล็กๆที่เป็นผู้พิการทางการได้ยินและการพูดจริงๆ และฉันคิดว่ามันได้ผลมากๆกับวิธีการที่ทำให้หนังเงียบไปนานครึ่งเรื่องแบบนั้น"นอกจากนี้ ยังมีหนังอีกสองเรื่อง ซึ่งคริสตีนเป็นผู้อำนวยการสร้าง ที่กำลังจะลงโรงฉายทั่วโลก ที่สองเรื่องนี้ วงในฮอลลีวูดคาดว่า จะสามารถไปไกลถึงการเข้าชิงหรือคว้ารางวัลออสการ์ เพราะได้นักแสดงชื่อดังที่คนทั่วโลกรู้จักกันดีมารับบทนำ ทั้ง นาตาลี พอทแมน ในภาพยนตร์เรื่อง ว๊อกล็อค และ เคียร่า ไนลี่ ในภาพยนตร์เรื่อง โคเลท และที่ผ่านมา หนังที่ คริสตีน เป็นผู้อำนวยการสร้าง ก็เคยเข้าชิงและคว้ารางวัลออสการ์มาได้แล้วหลายเรื่อง โดยคริสตีนได้เล่าให้เราฟังถึงการร่วมงานและเหตุผลที่เธอเลือกสองนักแสดงชื่อดัง มารับบทนำในหนังของเธอ
"หนัง ว๊อกล็อก เป็นหนังเกี่ยวกับป็อปสตาร์ ในโลกที่เต็มไปด้วยหนุ่มสาว ซึ่งผู้กำกับได้รับแรงบันดาลใจมาจากเหตุการณ์ 9/11 ที่ผู้ก่อการร้ายได้โจมตีประเทศเรา หนังมีการสะท้อนป็อปคัลเจอร์ผ่านตัวละครที่เป็นนักร้อง ซึ่งรับบทโดย นาตาลี พอทแมน ซึ่งนาตาลีเธอเหมาะกับบทบาททุกบท เพราะเธอเป็นนักแสดงที่มีความพิเศษไม่เหมือนใคร ส่วน เคียร่า ไน้ท์ลี่ ก็แสดงนำในหนัง คอลเลต เรื่องนี้ก็จะแตกต่างออกไป เพราะเป็นหนังพีเรียดย้อนยุค ซึ่งเคียร่ามีชื่อเสียงอยู่แล้วในการเล่นหนังพีเรียด ซึ่งเธอสามารถเปลี่ยนแปลงตัวเองได้อย่างสมบูรณ์แบบในการเข้าไปอยู่ในคาแรคเตอร์ของใครบางคนที่อาศัยอยู่ในยุคอดีต และทำให้เรารู้สึกว่า ตัวละครของเธอมีความสมัยใหม่ได้ในเวลาเดียวกัน"
ก็ต้องมาลุ้นกันว่าปีหน้า ชื่อของคริสตีน วาชอน จะพาหนังของตัวเองไปกระหึ่มบนเวทีออสการ์ ได้ตามที่วงในต่างคาดการณ์กันได้อีกครั้งหรือไม่?