(คลิป) 'บูม'ปล่อยโฮ แจงความบริสุทธิ์ของครอบครัว ยันไม่มีเอี่ยวฟอกเงิน
30 ต.ค. 2561 | nation_ent

"บูม" จิรัชพิสิษฐ์ จารวิจิต นักแสดงวัยรุ่น เปิดแถลงข่าวพร้อมกับครอบครัวและทนาย ชี้แจงหลังถูกออกหมายจับข้อหาร่วมกันฟอกเงิน โดยยืนยันไม่มีส่วนเกี่ยวข้องใดๆ
บันเทิง
30 ต.ค. 2561 | nation_ent

"บูม" จิรัชพิสิษฐ์ จารวิจิต นักแสดงวัยรุ่น เปิดแถลงข่าวพร้อมกับครอบครัวและทนาย ชี้แจงหลังถูกออกหมายจับข้อหาร่วมกันฟอกเงิน โดยยืนยันไม่มีส่วนเกี่ยวข้องใดๆ
บูม : "ที่ผมออกมาพูดวันนี้อยากจะเปิดใจทั้งหมด เริ่มตั้งแต่ที่ผมโดนจับวันแรก วันที่8 สิงหาคม วันนั้นผมไปถ่ายงานอยู่แถวรัชโยธิน ประมาณ10โมงเช้า ทุกอย่างปกติหมด วันนั้นเป็นวันเกิดผมพอดี พอผมมาถึงกองพี่ไดเรคเตอร์ก็บอกว่าเราเบรกกินข้าวก่อน ผมก็ไปกินข้าว กลับขึ้นมาจู่ๆก็มีผู้ชาย6-7คนเดินมาล็อค เราก็งงว่ามันเกิดอะไรขึ้น ใจคิดว่าจะต้องมีคนแกล้งแน่ๆเลย เพราะวันนั้นเป็นวันเกิดเรา อยู่ๆเขาก็เข้ามาจับแล้วก็บอกว่านี่ใช่บูมรึเปล่า ผมก็บอกว่าผมเอง เขาก็มาบอกผมว่าเราโดนนั่นนี่ ซึ่งพอผมรู้ว่าโดนจับก็ตกใจมาก มันเกิดอะไรขึ้น เราไปทำอะไรมา ทำไมต้องมาโดนจับ เราไม่ได้ไปทำอะไรใคร"
บูม : "เขาให้ผมไปเดินทางที่สถานีตำรวจประมาณบ่าย2โมง คุณตำรวจเขาก็สอบสวนผมจนถึง3ทุ่ม ผมงงมากๆ ตอนนั้นโทรศัพท์ผมแบทหมด ผมพยายามจะติดต่อครอบครัวว่านี่มันเกิดอะไรขึ้น ผมก็ยังคิดในแง่ดีว่ามีคนเซอร์ไพรส์วันเกิดผมรึเปล่า พี่ที่กองเขามาเซอร์ไพรส์รึเปล่า แต่มันไม่ใช่เลย มันคือเรื่องจริง ผมไม่คาดคิดเลยว่าเรื่องแบบนี้จะมาเกิดขึ้นกับตัวผมและครอบครัว ตอนแรก3ทุ่มผมเข้าใจว่าผมจะได้กลับบ้าน แต่ทางตำรวจบอกว่าเขาขอสอบสวนต่อ สุดท้ายตำรวจมาบอกว่าน้องต้องเข้าไปอยู่ในเรือนจำนะ ตอนนั้นผมรู้สึก(นิ่งไปน้ำตาคลอ) โอโห้ ตั้งแต่เกิดมาเราไม่เคยไปทำอะไรใคร ไม่เคยไปทำให้ใครไม่พอใจ ผมทำตัวไม่ถูก ผมอยู่ในห้องขังตอนเช้าเราคิดว่ามันก็คงจะไม่มีอะไร ก็มีตำรวจออกมาบอกว่าจะมีตำรวจชั้นผู้ใหญ่มาคุยกับเรา ผมก็บอกได้ครับ เขาก็ให้ผมขึ้นไป พอตอนเช้าผมเดินออกมากลายเป็นว่าผมเจอนักข่าว แล้วกลายเป็นข่าวใหญ่มาก มันทำให้ผมยิ่งช็อค มันเป็นเหตุการณ์ที่ผมไม่คาดคิดเลย"
บูม : "หลังจากที่เป็นข่าวทางตำรวจก็สอบสวนผมต่อ เป็นเวลา48ชั่วโมง หลังจากนั้นเขาก็ส่งผมไปฝากขังที่ศาลอาญา ผมกังวลว่าผมจะไม่ได้ประกันตัว เพราะตอนนั้นผมติดต่อใครไม่ได้เลย จังหวะสุดท้ายที่ผมอยู่กับโทรศัพท์คือผมอยู่กับทีมงานในกองถ่าย ก็ได้บอกเขาว่าช่วยติดต่อครอบครัวให้ผมทีนะครับ ก็เลยได้ยื่นประกันในราคา 2 ล้านบาทพร้อมกับเครื่องติดตาม ศาลท่านก็อนุมัติให้ประกันตัว หลังจากนั้นผมก็ได้ประสานงานให้ความร่วมมืออย่างดีทุกครั้ง"
บูม : "ส่วนข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้นในคดี ผมบอกเลยว่าตัวผมไม่เคยคุยกับคุณอานี่เลย เหตุการณ์ที่ผมได้เจอกับคุณอานี่มันเกิดจากที่วันนั้นที่ผมเสร็จงาน ผมก็ติดต่อพี่ชายผมชวนไปกินข้าวดูหนัง ก็โทร.ไปคุยกับเขา เขาก็บอกไม่ว่างประชุมอยู่ ถ้างั้นมากินข้าวกันมั้ย ผมก็เลยไปกินข้าวกับเขา ตอนนี้ผมไปถึงก็ได้เจอกับคุณอานี่และทีมงานกลุ่มนักลงทุนของเขาเกือบทุกคนเลย แต่ตัวผมไปเพื่อทานข้าวเฉยๆ ผมไม่คิดว่าการที่ผมไปทานข้าวกับพี่ชายแล้วมันจะทำให้ผมโดนแจ้งว่าผมไปร่วมกับเขาด้วย ผมยิ่งงงมาก ตอนที่ไปผมก็ไม่ได้คุยอะไรกับพวกเขาเลย แค่เห็นพวกเขาแล้วผมก็เดินไปกินข้าวแค่นั้นเอง ผมได้มีโอกาสคุยกับแฟนสาวของคุณอานี่ เพราะเขาพูดภาษาไทย แต่เป็นการคุยกันแค่เรื่องทั่วไปไม่ใช่เรื่องธุรกิจ"
บูม : "ส่วนผลกระทบจากข่าวนี้ที่มันเกิดขึ้นกับตัวผมเลยคือผมโดนแคนเซิลพรีเซนเตอร์ไป2ตัว แล้วซีรีย์เรื่องใหม่ที่กำลังติดต่อกันอยู่ พอมีเรื่องนี้เกิดขึ้นมาเขาก็เงียบและแคนเซิลไปเลย แล้วก็เรื่องทางครอบครัว มันสำคัญมากๆเลย ผมอยากจะเริ่มจากพ่อแม่ผม ท่านเริ่มธุรกิจมาจากการค้าขาย ท่านทำงานหนักมาตลอดด้วยตัวเองตั้งแต่เช้าจรดค่ำ บ้านผมเราทำธุรกิจร้านอาหารที่ค่อนข้างจะมีชื่อในศรีราชา ช่วงที่ผมเกิดมาธุรกิจที่บ้านก็ขายดีจนสามารถทำเป็นกงสีสร้างครอบครัวจารวิจิตมาถึงทุกวันนี้ มันกลายเป็นว่าวันนี้จู่ๆทางตำรวจมาแจ้งว่าพ่อแม่ผมฟอกเงิน ผมอยากจะบอกว่าสิ่งที่พ่อแม่ผมทำธุรกิจมาก่อนหน้านี้เรามีทรัพย์สินกันมาอยู่ก่อนแล้ว เรามีมาก่อนที่จะมาเจอคุณอานี่อีก มันไม่เกี่ยวกันเลย แล้วพ่อแม่ผมก็ไม่ได้รู้เรื่องด้วย ท่านไม่รู้เรื่องเกี่ยวกับการลงทุนอะไรทั้งสิ้น ตัวผมเองยังไม่รู้เลยว่าเขาไปทำอะไรกันยังไง เขาคุยกันอยู่แค่4-5คน มันไม่เกี่ยวอะไรกับผม"
บูม : "ผมเป็นกังวลว่าวันที่1 พ.ย.นี้เป็นวันเกิดของคุณแม่ผม ทางกองปราบเขาก็ติดต่อมาบอกว่าให้พ่อแม่ผม(เสียงสั่นเครือ)ไปรับทราบข้อกล่าวหาฟอกเงินในวันเกิดแม่ผม และอาจจะต้องยื่นหลักทรัพย์เพื่อประกันตัว ในฐานะที่เราเป็นลูกแล้วเราทำอะไรไม่ได้(ร้องไห้) มันรู้สึกแย่มาก ทำไมพ่อแม่ผมต้องมาโดนอะไรแบบนี้ทั้งๆที่ท่านไม่รู้เรื่องใดๆเลย ผมกลัวว่าเขาอาจจะไม่ได้ประกันตัว ผมเลยอยากจะขอร้อง ขอวิงวอน ผมและครอบครัวเชื่อในกระบวนการยุติธรรม อยากจะพิสูจน์ความบริสุทธิ์ของตัวเองและครอบครัวผมพร้อมที่จะต่อสู้คดี ไม่หนีอย่างแน่นอนแต่ขอความเมตตาให้ผมและครอบครัวได้มีสิทธิ์ที่จะต่อสู้คดีอย่างเต็มที่ครับ"
เราบอกว่าเราไปกินข้าวเฉยๆ ในวันที่เจออานี่แต่หลักฐานที่ตำรวจมีคือเราเป็นล่ามให้กับทางกลุ่มธุรกิจนี้?
บูม : "ผมไม่รู้จริงๆครับ"
แล้วเราทราบมั้ยว่าพี่ชายเราทำธุรกิจอะไรกับเขา?
บูม : "ผมทราบว่าทำธุรกิจครับแต่เบื้องลึกผมไม่ทราบ เอาจริงๆตอนที่ผมไปเจอเขาตอนแรกผมไม่ทราบเลยครับว่าเขาเป็นนักลงทุน ผมคิดว่าเขาเป็นผู้เชี่ยวชาญเฉยๆ"
ทราบมั้ยว่าพี่ชายได้มีการโอนทรัพย์สินเงินทองของเราและคนในครอบครัว?
ทนายสัญชนัท : "ผมขออนุญาตตอบในฐานะทนายความนะครับ ในส่วนรายละเอียดของเส้นทางการเงินเราอยากจะให้นะครับแต่เราอยากจะขอนำเสนอในชั้นศาล ในชั้นกระบวนการเสร็จแล้วจะมาแจ้งกับทางสื่อมวลชนอีกครั้งนึง เรามีหลักฐานในกระบวนการยุติธรรมอธิบายอยู่แล้วครับ"
บูมรู้มั้ยว่าพี่ชายเราเอาชื่อเราไปเปิดบัญชี แล้วมีการโอนเงินเข้ามาในบัญชีของเรา?
บูม : "ค่อยตอบทีหลังดีกว่าครับ"
อยากให้บูมชี้แจงหน่อยจะได้เคลียร์ถึงความบริสุทธิ์ใจของเราเพราะในเส้นทางการเงินของบูมตรงนี้ตำรวจเขาใช้เป็นหลักฐาน?
ทนายสัญชนัท : "ในส่วนของเอกสารเรามีอยู่แล้ว เพียงแต่ว่าคุณบูมและทางครอบครัวพร้อมที่จะเข้าสู่กระบวนการยุติธรรมไม่หลบหนีไปไหน เพียงแต่ว่าถ้าเรานำเสนอเอกสารตรงนี้ออกไปก่อนจะเกิดความคลาดเคลื่อน เลยอยากจะให้เสนอกับทางกระบวนการชั้นศาลให้เรียบร้อยก่อน แล้วทางคุณบูมกับครอบครัวจะมาแจ้งทางสื่ออีกทีว่าที่มาที่ไปเส้นทางการเงินเป็นอย่างไร"
แสดงว่าหลักฐานเอกสาร รวมถึงเส้นทางการเงินต่างๆเราสามารถชี้แจงกับทางตำรวจได้ทุกกรณี?
ทนายสัญชนัท : "สามารถชี้แจง มีเหตุผลรอบรับหมดครับ"
หลังจากเกิดเหตุการณ์ได้มีการเจรจากับทางอานี่รึยัง เพราะทางคนอื่นที่ร่วมขบวนการเขาทำเรื่องแจ้งคืนทรัพย์สินกันไปเรียบร้อยแล้ว ทางครอบครัวเราได้เจอได้คุยกับทางอานี่บ้างมั้ย?
ธนสิทธิ์ : "ทางเราพร้อมที่จะเจรจาโดยตลอด แต่ด้วยความที่ทางอานี่เขาต้องการจคุยกับคุณปริญญา(พี่ชายคนโต) เพราะเป็นคนที่เขาเกี่ยวข้อง คนในครอบครัวไม่ได้เกี่ยวข้องด้วย ทางคุณปริญญาก็ได้เดินทางกลับมามอบตัวแล้ว หลังจากนี้ผมเชื่อว่าถ้าคุณปริญญาได้รับการประกันตัว คุณอานี่ก็อาจจะอยากเข้ามาพบพูดคุยกันืในข้อเท็จจริงตรงนี้เราไม่แน่ใจว่ามันเกิดอะไรขึ้น เราเองก็รับฟังทางฝั่งของเราว่าเรื่องราวเป็นแบบนี้ แต่ทางคุณอานี่ก็พูดมาอีกแบบนึง เราเองก็ต้องให้ทางเขาเจรจากันเอง เราจะไปตัดสินไม่ได้ว่าอะไรยังไง ถ้าคุณปริญญามาอยู่ที่นี่ด้วยคำถามทุกคำถามก็จะได้รับการตอบ ในเมื่อตอนนี้คุณปริญญายังไม่ได้รับการประกันตัวก็อยากจะขออนุญาตตอบแค่เท่าที่ทางครอบครัวสามารถตอบได้"
สุพิชฌาย์เองก็ถูกออกหมายจับเช่นกัน?
สุพิชฌาย์ : "โดยส่วนตัวที่รู้ว่าโดนหมายจับรู้มาจากโทรศัพท์มือถือ เห็นข่าวจากในไลน์ว่าน้องโดนจับ ก็งงว่าน้องโดนจับเรื่องอะไร เราไม่ทราบจริงๆว่าที่บ้านไปทำอะไรกันมา พอมามีหมายจับของตัวเองยิ่งตกใจเพราะไม่เคยไปทำธุรกิจหรือไปชักชวนใครทำอะไรเลย พอเกิดแบบนี้ขึ้น ก็รู้สึกตกใจสับสน แต่ขอยืนยันเลยว่าไม่ได้หนี พยายามติดต่อครอบครัว ทนาย เพื่อนว่าข่าวนี้มันคืออะไร มันเกิดอะไรขึ้นกับชีวิตเรา ผู้เสียหายคือใครเราไม่รู้จัก ไม่เคยเห็นหน้ากันเลย ไม่เคยพบ ไม่เคยคุย เลยหลบไปสักพักเพื่อไปสอบถาม ไปเตรียมตัว แต่ยืนยันว่าไม่ได้หนีแบบที่เป็นข่าวว่าเราหลบหนี เรายืนยันกับทางทนายตลอด ให้ตำรวจติดต่อทนายตลอดว่าเราพร้อมที่จะเข้ามอบตัว แต่ช่วงนั้นเป็นช่วงที่ติดวันหยุดยาว เลยเข้ามอบตัววันที่15 ส.ค. ไม่ได้แอบเข้าทางประตูข้าง เข้าทางด้านหน้าเลย เอาบัตรประชาชนให้ตำรวจว่าเรามามอบตัว"
สุพิชฌาย์ : "ตำรวจสอบสวนเสร็จ เราก็ดูเนื้อหาในสำนวนว่าเราโดนอะไร ก็ยังไม่เข้าใจ อย่างที่บอกเราไม่รู้ว่ามันคือธุรกิจอะไร รู้แต่ว่ามีชื่อพี่ชาย แล้วพี่ชายก็ไปร่วมทำธุรกิจกับ4-5คนในวงนั้น ก็มอบตัวแล้วประกันตัวออกมา หลังจากนั้นเราก็ให้ความร่วมมืออย่างดีกับทางตำรวจมาโดยตลอด รายงานตัวที่ศาลก็ไปทุกนัด เพราะรู้สึกว่าเราไม่ได้ทำอะไร เราพร้อมที่จะต่อสู้กับเรื่องนี้แน่นอน เวลาที่เราอ่านใบจากตำรวจที่ให้เรามาเราไม่รู้จักใครเลย ไม่เคยเห็นหน้าใครเลย นี่เราไปร่วมได้ยังไง ตอนไหน แต่ตอนที่หายไปมันจะมีช่วงที่เรารู้สึกว่ามันคืออะไร มีสื่อบางสื่อที่แจ้งว่าคุณสุพิชฌาย์ ชื่อนี้ในตลาดหุ้นดังมากเลย เป็นนักต้มตุ๋นเลย เราเองก็ตกใจ ตลาดหุ้น นักต้มตุ๋น ชื่อดัง บอกเลยว่าไม่เคยเล่นหุ้นเลย ตกใจมาก บิทคอยน์ คืออะไร ไม่รู้จักเลย จะเป็นเจ้าแม่ตลาดหุ้นได้ยังไง เวลาออกไปเจอใครที่รู้จักเรา เขาได้อ่านข่าวเขาก็จะมองเราอีกอย่างนึง เริ่มมีการนินทานั่นนี่ มันมีผลกระทบกับภาพลักษณ์ กับครอบครัว โดยส่วนตัวมั่นใจมากว่าไม่ได้เกี่ยวข้องกับเรื่องนี้เลย"
สุพิชฌาย์ : "พอมีข่าวมันกลายเป็นว่าน้องชาย พี่สาว พี่ชายลงรูปร่วมกันหลอกลวง จะหลอกลวงได้ยังไงในเมื่อเราไม่เคยรู้จัก ไม่เคยพูดคุย ไม่เคยเจอหน้าเลยแม้แต่ครั้งเดียว อันนี้ขอยืนยันเลย ตอนนี้พ่อกับแม่โดนผลกระทบ พ่อแม่เป็นคนมีชื่อเสียงในชลบุรี ใครๆก็น่าจะรู้จัก ตอนนี้เราโดนตราหน้าเป็นตระกูลคนโกง ซึ่งมันไม่ใช่ แต่ละคนไม่มีประวัติอาชญากรรม เคยโดนจับ ถูกฟ้องร้อง ไม่มีเลยสักครั้งเดียว ไม่เคยเลยเพิ่งจะโผล่มาครั้งนี่อยู่ดีๆโดนหมายจับ เราทำธุรกิจ ร่วมลงทุน หลอกต้มตุ๋น งงมาก ทั้งที่ความเป็นจริงที่เราสอบถามเขาอยู่ในวงกันแค่4-5คนนั้นเอง เราก็ไม่รู้ว่าเขาไปตกลงอะไรกัน เราไม่รู้เรื่องเลย ตอนนี้ต้องบอกว่าพ่อกับแม่ตรอมใจ (ร้องไห้ทั้งพี่สาวและบูม) คิดสิถ้าพี่เป็นพ่อแม่คน ลูกพี่ทุกคน...เดินขึ้นเดินลงเข้าออกกองปราบ ศาลเป็นว่าเล่นเป็นพี่ๆจะรู้สึกยังไงค่ะ หนูว่ามันไม่ใช่นะ แล้วพ่อหนูอายุ80 แล้ว 80 ฟอกเงินเหรอค่ะ ถ้าจะหลอกลวงทำไมไม่หลอกลวงตั้งแต่หนุ่มๆ ทุกคนที่ชลบุรีรู้ ธนาคารทุกธนาคารที่ชลบุรีรู้ว่าพ่อหนูมีเงินมาอยู่แล้ว คุณพูดอะไร คุณทำร้ายครอบครัวเราแบบนี้ได้ยังไง"
ธนสิทธิ์ : นี่ก็เป็นความในใจ ของคุณสุพิชชาที่ได้รับผลกระทบของคดีตรงนี้คดีบิตคอยส์ ผมขออนุญาตพูดต่อในส่วนของผมเลยนะครับเพื่อมันจะได้กระชับนิดนึง ผมคือธนสิทธิ์ จารวิจิต ซึ่งเป็นพี่ของคุณบูมในส่วนตอนแรกที่เหตุการณ์มันเกิดขึ้น ตามที่คุณบูมเขาได้เล่าเมื่อเดือนสิงหาคมเราได้ทราบว่ามีการออกหมายจับในคดีฟอกเงินจำนวน 3 คน ก็คือคุณบูม น้องสาวผมและคุณปริญญาในเรื่องของคดีฟอกเงินซึ่งผมไม่ได้อยู่ในรายชื่อนั้น ตอนแรกที่เราทราบว่าคุณบูมถูกจับทั้งครอบครัวตกแต่งมากก็ถามกันมาว่าเกิดอะไรขึ้นที่มาที่ไปเป็นยังไงคุณบูมไปทำอะไรทำไมถึงถูกออกหมายจับในคดีฟอกเงินเพราะเรามองว่าคดีฟอกเงินเป็นคดีอาญาที่รุนแรงมากเราไม่คาดคิดเลย ในส่วนของคุณบูมเราจะไม่พูดถึงเพราะเขาได้เล่าในส่วนของเขาไปแล้วซึ่งหลังจากที่คุณบูมได้รับการประกันตัวออกมาได้ และมีการไปรายงานตัวตามนัด เคร่งครัดไม่ได้มีพฤติกรรมหลบหนีใดๆ ผลกระทบที่คุณบูมได้รับก็อย่างที่ทุกคนทราบดีก็คือว่าเขาเป็นนักแสดงเขาถูกกระแสสังคมกดดันอย่างมาก การที่เขาจะใช้ชีวิตประจำวันแบบปกติ ไม่สามารถทำได้เลย ความหมายคือถ้ามีคนจำเขาได้เขาก็ถูกตราหน้าว่าเป็นคนโกงเพราะในข่าวออกว่าเขาเป็นคนโกง มูลค่าสูงถึง 700 กว่าล้านผมถามนิดนึงว่าคนที่เอาเงินลงทุนทุกคนทราบไหมครับว่าเขาคือใคร เป็นใครมาจากไหนทำไมถึงมีเงินจำนวนเป็นพันๆล้านบาทแล้วเอามาลงทุนในประเทศไทยแต่ถ้าไม่ทราบผมขอพูดตรงนี้ผมเองก็ทราบตามข่าวและมีโอกาสได้รู้จักและเคยเจอ คนคนนี้เราเคยเจอกันเขาเป็นเด็กหนุ่มฟินแลนด์อายุ 21 ปีและมีแฟนสาวก็คือคุณแตงโม ชนนิกานต์ ซึ่งอายุประมาณ 20 ปีนี้แหละ คำถามคือเงินตรงนี้ที่มีการเอามาลงทุน ต้องกลับไปถามเขาว่าเงินตรงนี้ที่เป็นเงินพันกว่าล้าน คุณเอามาจริงๆใช่ไหม แล้วคุณเอามาคุณตั้งใจจะลงทุนจริงๆใช่หรือไม่ประเด็นคือถ้าเป็นการลงทุนจริงตามข่าว คำถามอีกคำถามหนึ่งที่ทุกคนก็อาจจะอยากรู้เหมือนกันเหมือนผมที่อยากจะรู้ ก็คือคุณคิดว่าเด็กอายุ 20 กว่าปี ไปเอาเงินจากไหนมา 1,000 กว่าล้านบาท ผมเชื่อว่าเรื่องนี้ทุกคนอยากรู้เหมือนที่ผมอยากรู้ คราวนี้เราไม่พูดถึงประเด็นนั้น
สิ่งที่ผมอยากจะพูดคือประเด็นผลกระทบที่เกิดกับครอบครัวเราเพราะครอบครัวเราบริสุทธิ์ถ้าครอบครัวเราโกงเขาจริงถามว่าคุณพ่อคุณแม่ผมยังจะไปตลาดตอนเช้าที่ตลาดศรีราชาไปทุกวันไปซื้อกับข้าวมาขาย ไปซื้อวัตถุดิบมาขายอยู่ที่ร้านอาหารอยู่ที่ภัตตาคารทุกวันเป็นเวลาไม่ต่ำกว่า 30 ถึง 50 ปีเพราะว่าร้านอาหารหรือภัตตาคารของเราเปิดมาเกินนั้นแล้วเปิดมาเกิน 50 ปีแล้ว คนที่จังหวัดชลบุรี ที่อำเภอศรีราชา เขาก็จะได้เจอกับคุณพ่อคุณแม่ผมทุกวัน คำถามคือถ้าโกง ถ้าฟอกเงินจริง ทำไมถึงต้องยังมาทำแบบนี้ถ้าถ้าทำผิดจริงก็คงหนีไปแล้วถ้าลูกโดนหมายจับก็คงหนีไปแล้วทำไมถึงยังต้องทำงานอยู่ทุกวัน ยังใช้ชีวิตเป็นปกติเพราะว่าเขาไม่ได้ทำอะไรผิดไงเราพร้อมที่จะเข้าสู่กระบวนการยุติธรรมก็เข้ามาพิสูจน์ความบริสุทธิ์ทางผมเองไม่ได้ถูกหมายจับ ถ้าในกรณีที่ผมโกงผมจะยังอยู่ตรงนี้ไหม ผมไม่อยู่แล้วผมหนีไปแล้ว เพราะผมได้ทรัพย์อย่างที่เป็นข่าวจริงที่เป็นร้อยๆล้านผมไม่มาอยู่ให้ทุกคนมาตราหน้าว่าเป็นคนโกงซึ่งในเรื่องของผลกระทบในครอบครัวผมได้รับผลกระทบอยู่แล้วแต่ทางครอบครัวก็ขอยืนยันในเรื่องของเจตนา ว่าเราไม่มีพฤติกรรมที่จะหลบหนีเราพร้อมที่จะเข้าสู่กระบวนการยุติธรรมพร้อมที่จะพิสูจน์ความบริสุทธิ์แต่ประเด็นคือที่ผมจะต้องย้ำเลย ก็คือในเรื่องของคุณปริญญา ที่เป็นข่าวอยู่ณตอนนี้ว่าคุณปริญญาเป็นตัวการหลักเลยและหลบหนีไม่ยอมมาหาเจ้าหน้าที่สักทีนึง ซึ่งผมขอเรียนตรงนี้เลยว่าผมก็ได้มีการพูดคุยกับทางคุณปริญญาเป็นระยะระหว่างที่เขาอยู่ที่ประเทศอเมริกา ซึ่งเราทราบว่าคุณปริญญาได้มีการประสานกับทางเจ้าหน้าที่ตำรวจอยู่โดยตลอด เขาก็มีการออกสื่อว่าเขาไม่หลบหนีหรอก และเขาไม่มีเหตุผลที่เขาจะหลบหนีหมายจับออกมาหลังจากที่เขาเดินทางไปที่ประเทศสหรัฐอเมริกาแล้ว แต่เราจะมาพูดกันว่าไม่หลบหนีไม่หลบหนีมันไม่ได้แต่การที่คุณไม่กลับมาก็ไม่มีใครเชื่อ ทุกคนไม่มีใครเชื่อ ไม่มีใครเชื่อว่าเขาไม่หลบหนี แต่สิ่งที่เรากำลังพูดอยู่เรามีหลักฐาน
สำหรับคุณปริญญาในกรณีที่เขาอยู่ที่ประเทศสหรัฐอเมริกาเรียบร้อยแล้ว ไม่มีใครไปจับตัวเขา มีการยกเลิก Passport ผมถามนิดนึงแล้วอย่างนี้ว่าจะต้องเดินทางกลับไหม ถ้าคิดจะหนีจะเดินทางกลับไหมไม่ต้องใช่ไหมผมหนีไปที่อื่นได้ ผมไม่ต้องใช้พาสปอร์ตถูกไหม แต่คุณปริญญาตอนที่เขาจะเดินทางกลับเขาซื้อตั๋วเครื่องบินเอง อันนี้มีหลักฐานว่าคุณปริญญาคือเขาเดินทางไปที่กงสุลไทย ณ Los Angeles สองคือเขาเดินทางไปที่กงสุลไทยณ Los Angeles เพื่อที่จะให้ออกหนังสือว่าฉันจะขอเข้ามอบตัวกับทางเจ้าหน้าที่ตำรวจ ภายในวันนี้วันนี้ หลักฐานตรงนี้เรามีแต่ผมขออนุญาตไม่เอามาโชว์สื่อ เพราะหลักฐานตรงนี้เรานำส่งให้กับทางเจ้าหน้าที่เพื่อพิจารณาอยู่ ตอนนี้เราก็รอ ว่าคุณปริญญาจะได้รับการประกันตัวเพื่อจะได้ออกมาชี้แจงและสู้คดีกันอย่างบริสุทธิ์ยุติธรรม เรื่องของคุณบูมคุณภา น้องชายน้องสาวผมได้ชี้แจงไปแล้ว คุณพ่อคุณแม่ก็ยังใช้ชีวิตปกติ ปกติในที่นี้ก็คือได้รับผลกระทบ เพียงแต่ว่าเราก็ยังอยู่ที่เดิม พร้อมที่จะเข้ามาสู่กระบวนการยุติธรรม ซึ่งผมวันที่ 30 ตุลาคมนี้ ผมเองก็ต้องไปรับทราบข้อกล่าวหา แล้ววันที่ 1 พฤศจิกายนทางคุณพ่อคุณแม่ผมก็จะเข้าไปที่กองปราบ เพื่อที่จะเข้าไปรับทราบข้อกล่าวหาคดีฟอกเงินเหมือนกัน
ในส่วนของครอบครัวของเราเรายืนยันว่าเราไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้อง ของการฉ้อโกงใดๆกับทางคุณอานี่ เด็กหนุ่มอายุ 21 ปีชาวฟินแลนด์ที่มีเงินเป็นพันพันล้าน ที่ไม่แน่ใจว่าเอามาจากไหนอันนี้ก็คงต้องไปถามเขาเอา แต่วันนี้ที่มาเจอกันเราอยากจะมาขอความเป็นธรรมให้กับครอบครัวเรา ขอพื้นที่เล็กๆให้กับครอบครัวเราได้อยู่ในสังคมอย่างปกติพอนะตอนนี้เราเองได้รับผลกระทบหนักๆ ซึ่งทางผู้เสียหายก็คือคุณอานี่ ผู้เสียหายในคดีฉ้อโกง ที่ถูกโกงเงินไปเป็นพันพันล้านยังไม่เคยออกมาพูดเลยว่าสิ่งที่เขาเสียหายเป็นยังไง อย่างไร ซึ่งกลายเป็นว่าเราเองได้รับผลกระทบอย่างเดียวเลย ตรงนี้เราขอยืนยันว่าครอบครัวจารวิจิตเราไม่ใช่อาชญากร เราทำธุรกิจปกติทั่วไป ไม่ได้มีการทำอะไรที่มันผิดศีลธรรม หรือผิดกฎหมายใดๆทั้งสิ้นก็ต้องขอยืนยันตรงนี้ เราอยากขอความกรุณาซื้อทุกท่านให้ช่วยติดตามคดีนี้ เพราะว่าเรากังวลว่าคุณแอนนี่ที่มีเงินเป็นพันๆเป็นหมื่นๆล้าน เขามีเงินมาก เราไม่ต้องการให้พลังเงินของเขา มาทำให้ครอบครัวของเราเสียหาย และได้รับผลกระทบที่หนักขนาดนี้เราไม่ต้องการและเราก็อยากจะ พิสูจน์ความยุติธรรมซึ่งเราก็เชื่อในเรื่องของกระบวนการยุติธรรมอยู่แล้วเพราะนอกจากที่คุณอามี่มีเงินมากแล้วเรายังทราบว่าเขามีคนรู้จักเยอะแยะเลย มันยิ่งทำให้เรากังวลเข้าไปใหญ่เรื่องนี้เป็นเรื่องที่เราต้องเรียนผู้สื่อข่าวทุกท่านตรงๆเลย เราเลยอยากให้พี่ๆสื่อมวลชนช่วยติดตามคดีนี้อย่างใกล้ชิด ก่อนหน้านี้ที่เราไม่ได้ออกมาพูด ประเด็นคือ คนที่พูดได้ดีและชัดเจนที่สุดก็คือคุณปริญญา ซึ่งคุณปริญญาเขาเองเขาก็พร้อมที่จะมาเจอกับพี่ๆสื่อมวลชนอยู่แล้วเพียงแต่ว่าตอนนี้ยังประกันตัวไม่ได้เท่านั้นเอง"
มีแนวโน้มที่จะฟ้องกับคุณอานี่ไหม?
ธนสิทธิ์ : เรื่องของการฟ้องกลับให้ทางทีมทนายเป็นคนพิจารณาดีกว่า เราก็ให้เป็นไปตามกระบวนการยุติธรรม โดยส่วนตัวครอบครัวที่ได้รับผลกระทบ อย่างที่บอกว่าเราปรึกษากับทีมทนายไว้ว่าในเรื่องของรูปคดีเราขอไม่พูดดีกว่าต้องดูกันในอนาคต ว่าทางคุณอานี่จะว่ายังไงบ้าง
ก่อนหน้านี้ทางครอบครัวทราบมาก่อนไหมว่ามียอดเงินเข้ามาในบัญชีของครอบครัว?
ธนสิทธิ์ : ทราบครับแต่ละคนในครอบครัวทราบ เป็นเรื่องของการทำธุรกิจ ในเรื่องของการอธิบายเรื่องเส้นทางเงินต่างๆเราพร้อมในเรื่องของการอธิบายเรื่องเส้นทางเงินต่างๆเราพร้อมที่จะไปอธิบายในกระบวนการยุติธรรมเพราะถ้าบอกว่าไม่ทราบก็เป็นเรื่องผิดปกติแล้วแต่คือเราทำอย่างถูกต้องซึ่งน้องๆทุกคนก็ยืนยันว่าเราทำอย่างถูกต้อง"
ไม่สงสัยเลยหรือว่ายอดเงินที่ได้มามันเป็นรายได้เกี่ยวกับอะไร?
ธนสิทธิ์ : ผมไม่สงสัยเลยเพราะผมเป็นคนที่บอกตรงๆเลยว่ารู้และเห็นอยู่ ว่าคุณอ่านนี่ทำแบบนี้แบบนั้นว่าจะมีการลงทุน 12345 เรารู้ที่เรารู้ในที่นี้ก็คือ เรารู้ว่าอิตาลีจะลงทุนกับ 4-5 คนนี้เราก็เลยไม่ได้สงสัยอะไรเพราะเรามองว่าเป็นการทำธุรกิจ เรารู้ว่าพี่ชายเราติดต่อ ทำธุรกิจกับคนกลุ่มนี้ และรู้ว่าคนกลุ่มนี้เขาลงทุนกันเยอะ คือตอนแรกคุณอานี่เป็นคนพูดเองว่าเขาอยากจะลงทุนเป็นพันๆล้าน ซึ่งคำถามที่ผมสงสัยคือคุณเอาเงินมาจากไหน แต่คือเราก็เคยถามเขาแล้วซึ่งเขาก็บอกมาแต่ตรงนี้รอไปถามจากเจ้าตัวเองดีกว่าผมไม่อยากพูดแทนเขา"
ที่พูดมาแปลว่าเรารู้ว่ามันมีการลงทุนทำธุรกิจในตรงนี้กัน ?
ธนสิทธิ์ : "ผมไม่รู้ว่าคุณปริญญาเขาทำอะไร ผมแค่รู้ว่าคุณปริญญากับคุณอานี่เขาทำธุรกิจร่วมกัน เอาใหม่ คือรับรู้ว่ามีการคุยธุรกิจกันของทั้ง 4-5 คนนี้"
ทนายสัญชนัท : "ขออนุญาตพูดในฐานะทีมทนาย ในส่วนรายละเอียดของการอธิบายที่มาที่ไปเส้นทางต่างๆรวมถึงเส้นทางของเงิน เราอยากที่จะให้ผ่านกระบวนการการอธิบายในชั้นศาลก่อน เพื่อจะได้ไม่ต้องมาตีความกันว่ามันเป็นยังไงกันแน่ หลังจากมีการอธิบายในชั้นศาลทางคุณบุญและครอบครัวจะมาอธิบายให้กับสื่อได้ฟังอีกทีหนึ่ง"
ธนสิทธิ์ : "ผมอธิบายแบบนี้ดีกว่าคำว่าทราบมันทราบแค่ไหนทราบอย่างไรตรงนี้ดีกว่า อย่างตัวผมเองได้ทราบจากพี่ชายแต่ทราบอย่างไรแบบไหนผมขอไปอธิบายที่กระบวนการยุติธรรมก่อน ซึ่งมันมาจากคำถามที่ว่าคุณไม่แปลกใจหรอที่เงินจำนวนมากเข้าบัญชีของคุณ โดยมีที่มาที่ไปอย่างไร ตอนแรกก็ต้องแปลกใจ แต่พอรู้เหตุผลแล้วก็ไม่แปลกใจ ซึ่งเรื่องนี้เราขอไปพูดในกระบวนการยุติธรรมไปพิสูจน์กันในกระบวนการยุติธรรมดีกว่า เรายืนยันเลยว่า บัญชีหรืออะไรต่างๆของครอบครัวเราไม่ได้เกี่ยวข้อง"
บัญชีแต่ละบัญชีที่มีการโอนเงินมายอมรับไหมว่าเป็นบัญชีที่ทางครอบครัวแต่ละคนเปิดขึ้นมาเอง
ทนายสัญชนัท : ขออนุญาต ในส่วนของบัญชีเส้นทางการเงิน ทางคุณบูมและครอบครัวจริงๆก็อยากที่จะบอก แต่คำพูดที่สื่อออกไป อาจจะทำให้เกิดได้ทั้งบวกและลบ จึงอยากจะขออนุญาตขอเวลาสักนิดนึง ให้คุณบูมและครอบครัวได้รับความเป็นธรรมและเข้าสู่กระบวนการยุติธรรมอย่างเต็มที่ ขอเข้าสู่กระบวนการยุติธรรมแล้วตกผลึก อย่างไรผู้สื่อข่าวจะได้ทราบกันอย่างแน่นอน"
ความสัมพันธ์ของคุณปริญญากับทางครอบครัวเป็นยังไง
บูม : ความสัมพันธ์ในครอบครัวคือเรามีการคุยกันบ้างแต่ไม่ได้คุยกันทุกเรื่อง อย่างเรื่องของธุรกิจเราไม่ได้มีการพูดคุยกัน แต่จะมีธุรกิจหนึ่งของ ผังครอบครัวที่ทางพี่ชายคือคุณปริญญาเป็นคนดูแล ซึ่งเป็นธุรกิจเกี่ยวกับอสังหาริมทรัพย์
ได้มีการลงทุนในเกี่ยวกับธุรกิจบิทคอยน์บ้างไหม
ธนสิทธ์ : ในส่วนของผมมีแต่ทางน้องทั้งสองคนไม่มีเรื่องนี้ในรายละเอียดเราขอไม่พูดทั้งหมดดีกว่าเพราะมันเป็นเรื่องเกี่ยวกับคดี ซึ่งคำว่าทราบไม่ทราบมันมีการตีความได้หลายอย่าง เรื่องข้อเท็จจริงเราขอยังไม่พูดดีกว่า เพราะในส่วนของรูปคดีอย่างที่ผมบอกว่าเราขอยืนยันว่าเราพร้อมที่จะสู้ในกระบวนการยุติธรรมและเราก็ไม่หลบหนีไปไหนนี่คือประเด็นที่สำคัญมาก เราพร้อมที่จะเจอกับทุกคน แต่พอมันเป็นเรื่องของคดีความเราเป็นคนธรรมดาเราไม่รู้กฎหมาย อันนี้คือเรื่องที่เราต้องบอกตรงๆ ถ้าให้เราพูดอะไรไปซึ่งมันมีผลต่อรูปคดี มันจะมีปัญหาทีหลังเราไม่อยากให้ทีมทนายของเราหนักใจอีกประเด็นหนึ่งที่ผมเรียนกับทางที่สุดท่านเลยคือเรื่องที่ทางครอบครัวเราตกใจกันมากๆคือทางคุณอานี่ ได้มีการไปฟ้องศาล แขวงดุสิต ตั้งแต่เดือนมีนาคม เพียงแต่ว่าศาลท่านก็ไต่สวนมูลฟ้อง ในคดีฉ้อโกงซึ่งก็ยังมีการสู้ในกระบวนการยุติธรรมตรงนั้นอยู่ที่ศาลแขวงดุสิต จนมาภายหลังที่เราทราบว่ามีหมายจับในคดีฟอกเงินนี่แหละ ตอนนี้คดีฉ้อโกงก็ยังอยู่ในการพิจารณาอยู่ การเลื่อนโดยทางคุณอานี่ขอเลื่อนศาลเมื่อวันที่ 1 ที่ผ่านมา จริงๆเราก็ได้ขอให้ทางศาลไม่ได้เลื่อนซึ่งเขามาฟ้องแล้วก็ขอเลื่อนเรา เราเองก็รู้สึกว่าทำไมไม่เข้ามาสู้กระบวนการยุติธรรมเลยเราเองก็ยืนยันว่าเราอยากที่จะไปทำให้มันจบเพียงแต่ทางคุณอานี่เขาขอเลื่อนไปเป็นเดือนมกราคมปีหน้าเลย"
ทนายสัญชนัท : ผมแนะทางทีมทนายขอสรุปภาพรวมของคดีทางคุณบูมและครอบครัวของทุกอย่างที่จะมาเปิดใจในสวนข้อเท็จจริง แต่ในสวนข้อเท็จจริงของคดีฝากพี่นักข่าวติดตามติดตาม หลังจากทุกอย่างเข้าสู่กระบวนการยุติธรรมแล้ว มีการมาเปิดเผยอีกครั้งหนึ่ง จึงขออนุญาตตอบในส่วนของคดีประมาณนี้"