โดยเนื้อหาที่เมย์เล่าตั้งแต่ Partที่ 1-3 ว่าได้บินไปเกาหลีทำศัลยกรรมครั้งแรกในชีวิต คือ ทำตา ทำหน้าอก แต่ผลรับที่ได้คือเมย์เกือบตายจากการผ่าตัดที่ผิดพลาด เธอมีเลือดออกเยอะมากและติดเชื้อในกระแสเลือด แถมทางโรงพยาบาลที่ประเทศเกาหลีใต้ ยังส่งตัวกลับประเทศไทยทั้งที่ยังมีถุงระบายเลือดอยู่ ล่าสุดช่วงเช้าของวันนี้เธอได้มาเล่า Part4 ต่อ มีข้อความระบุว่า "Part 4 : หลังจากหมอลี เซ ฮวาน มาถอดสายระบายเลือดที่KTOP Clinic ในไทย อาการทรุดหนัก แต่ยังบอกว่า "ไม่เป็นไร"3 ม.ค. 61 เมมาพบคุณหมอลี ที่คลินิค KTOP ทองหล่อ ตามนัด เพื่อมาถอดสายระบายเลือด คุณแม่ได้เอากระดาษจดปริมาณเลือด ที่ออกมาในแต่ละวันให้คุณหมอดู แต่คุณหมอกลับไม่ดูเลย คุณแม่จึงบอกย้ำถามคุณหมอ ว่า เลือดของเม ออกมาเยอะทุกวัน ไม่ลดลง มันผิดปกติมั๊ย แต่คุณหมอก็ตอบว่า "ไม่เป็นไร" และก็เอาถุงระบายเลือดออก เย็บปิดแผลด้วยตัวเองในวันนั้นเลย
หลังจากเอาถุงระบายเลือดออก เมก็ทรุดหนัก มีไข้สูงทุกวัน เจ็บปวดแสบปวดร้อน ในทรวงอก คล้ายมีน้ำกรดไหลซ่านอยู่ภายใน เหมือนเนื้อจะฉีกออกมา ทรมานมาก คุณแม่รายงานอาการไปยังคุณหมอลี ผ่านคุณอุ้ม เอเจนท์ คุณหมอสั่งให้เมมาที่ KTOP เพื่อรับยา ทั้งยาทานและฉีดยาเข้าทางเส้นเลือด โดยมีพยาบาลชาวเกาหลีเป็นคนฉีดให้ ตามที่คุณหมอลีสั่ง หลังจากฉีดยาแล้ว
ความเจ็บปวดของเมจะทุเลาลง แต่พอกลับถึงบ้าน กลางดึก ยาหมดฤทธิ์ ความเจ็บปวดต่างๆ ไข้หนาวสั่น อาการทุกอย่างกลับมาเหมือนเดิม คุณแม่รายงานอาการไปยังคุณหมอลี ผ่านคุณอุ้มตลอด และสิ่งที่เค้าทำ ก็คือ ให้เมมาที่ KTOP เพื่อมาฉีดยาเข้าเส้นเลือด !!
เป็นแบบนี้แทบทุกวัน การเดินทางไปคลินิกแต่ละครั้ง เมทรมานมาก คุณแม่ต้องขับรถไปช้าๆ เพราะแค่รถตกหลุม หรือเบรคเบาๆ เมจะรู้สึกเจ็บ ปวดแสบปวดร้อนรุนแรง แทบขาดใจ แต่ก็ต้องทนเพราะเพราะต้องไปฉีดยา !! ด้วยความหวังว่ามันจะดีขึ้น
ในแต่ละวันแต่ละคืน ทั้งเมและคุณแม่ ไม่มีวันไหนเลยที่เราได้นอนหลับ เมเจ็บปวดแสนสาหัส หลับๆ ตื่นๆ นอนไม่ได้ มีไข้สูง เพ้อ นอนร้องครวญครางทั้งคืน ทานยาลดไข้ก็ไม่ลด เวลาที่เมจะลุกไปเข้าห้องน้ำ คุณแม่ต้องคอยอุ้มพยุงให้ลุกนั่ง ประคองเดินไป เวลาขยับเขยื้อนตัว เมจะรู้สึกปวดแสบปวดร้อนจนแทบดิ้น เหมือนเนื้อภายในหน้าอกจะฉีก เป็นช่วงเวลาที่ทรมานแสนสาหัสมากที่สุดของเมเลยค่ะ
คุณแม่รายงานอาการไปยังคุณหมอลี ผ่านคุณอุ้มทุกวัน ถามตลอดว่ามีอะไรที่ผิดปกติมั๊ย ทำไมเมถึงเจ็บมากขนาดนี้ แย่ลงไปทุกวันๆ ไม่ได้ดีขึ้น อย่างที่ทุกคนบอกเลย เมติดเชื้อหรือเปล่า นมจะเน่ามั๊ย คำตอบที่ได้ทุกครั้ง คือ "ไม่เป็นไร มันเป็นอาการปกติของคนที่เพิ่งผ่าตัดทำหน้าอก และเดี๋ยวมันจะค่อยๆดีขึ้นเอง ให้เมอดทน"
การติดต่อคุณหมอลี เป็นไปอย่างยากลำบากและล่าช้า คุณหมอ ติดเคสผ่าตัดบ้าง บินไปต่างประเทศ วันหยุด ลาพักร้อนบ้าง ถ้าคุณอุ้ม ติดต่อคุณหมอไม่ได้ ก็ต้องรอ ไม่มีใคร ทำอะไรได้มากไปกว่านี้เลย คุณหมอที่คลินิค KTOP ก็ไม่มีใครดูแลรักษาเมได้
ทุกครั้งที่ไป KTOP ก็จะเจอแต่พยาบาลทั้งชาวเกาหลีและไทย มีคุณหมอมาดู ก็เป็นเพียงคุณหมอผู้ช่วย ที่ไม่ใช่คุณหมอโดยตรงทางด้านศัลยกรรม และทำอะไรไม่ได้ไปกว่ารอคำสั่งจากคุณหมอลีเท่านั้น
ทุกๆวัน เมมีความหวัง ว่ามันจะค่อยๆ ดีขึ้น ตามที่คุณหมอบอก เมดีใจทุกครั้งที่ฉีดยา แล้วความเจ็บปวดทุเลาลง แต่พอยาหมดฤทธิ์ ความเจ็บปวดทุกอย่างก็กลับมา เมแทบหมดกำลังใจ อาการของเมหนักขึ้นเรื่อยๆ ผอมเป็นโครงกระดูก ตัวซีด อิดโรย ใครที่ได้เห็นเม ก็ตกใจกับสภาพ ที่เหมือนคนเจ็บป่วยใกล้ตาย คล้ายศพ !!"
แถมเธอยังงัดหลักฐานการแชทไลน์คุยกันของเธอและแม่ออกมาให้ได้เห็นด้วยเมย์ระบุข้อความว่า" ภาพไลน์แชท ที่คุณแม่ของเม คอยรายงานอาการไปยังคุณหมอลี ผ่านคุณอุ้ม รัสรินทร์ เอเจนท์โดยตลอด (เมเจ็บปวดมาก แค่จะหยิบโทรศัพท์มาพิมพ์ตอบไลน์ด้วยตัวเอง ยังแทบทำไม่ได้ นอนเป็นผักอยู่ที่บ้านเป็นเวลานาน)"
จากนั้นเธอก็เล่า Part ที่ 5 ต่อไป ข้อความระบุว่า "Part 5 : เริ่มสงสัยว่าติดเชื้อ แต่ยังปกปิด
13 ม.ค. 61 คุณหมอลี สั่งผ่าน KTOP ให้เมไปตรวจเลือดที่ รพ.ใกล้บ้าน โดยขอให้ตรวจ 2 ค่า คือ
1. CBC ค่าความสมบูรณ์ของเม็ดเลือด
2. ค่า SGOT/SGPT ค่าการทำงานของตับ
ผลออกมา คุณหมอที่รพ.ดังกล่าว ขอให้เมเข้าพบ เนื่องจากค่าทั้งสอง มีความผิดปกติ คือ ค่าเม็ดเลือดขาวสูงผิดปกติ และตับอักเสบ พอคุณหมอทราบว่าเมเพิ่งทำศัลยกรรมมา ก็สงสัยว่าน่าจะมีการติดเชื้อ ค่าตับที่อักเสบ ก็มาจากการได้รับยามากเกินไป และคุณหมอปฏิเสธที่จะเปิดดูหน้าอกของเม แต่แนะนำให้เมกลับไปพบคุณหมอคนที่ผ่าตัดให้ ตอนนั้น เมกับคุณแม่ ตกใจมาก รีบแจ้งคุณหมอลีผ่านคุณอุ้มทันที แต่คุณหมอลี และคุณหมอที่ KTOP ก็ยืนยันว่า เมไม่ได้ติดเชื้อ ไม่ได้เป็นอะไร ค่าเม็ดเลือดขาวที่สูง ก็ไม่ได้สูงผิดปกติ เป็นผลที่ปกติมากๆ สำหรับคนที่เพิ่งผ่าตัดศัลยกรรม ส่วนตับอักเสบ ก็เป็นเรื่องปกติเช่นกัน ทุกคนอธิบายโน้มน้าว จนเมและคุณแม่สับสน แต่ด้วยความเชื่อมั่น ไว้ใจในตัวคุณหมอ และรพ. Grand เมจึงเชื่อตามที่ทุกคนบอก
แต่อาการของเม ยังคงทรุดลงทุกวัน จนเมแทบหมดหวัง เค้าให้เมเข้าไปฉีดยาที่ KTOP ตามเดิม หลังจากยาออกฤทธิ์ ความเจ็บทุเลาลง คราวนี้มีหัวหน้าพยาบาลชาวเกาหลี ที่คุณหมอลีส่งมาเพื่อมาดูอาการเม พยาบาลคนนี้นวดนมเมอย่างรุนแแรง คล้ายการนวดแป้ง เมเจ็บปวดมาก นอนดิ้นพราดๆ อยู่บนเตียง ร้องลั่นคลินิค พยาบาลคนนั้น ก็ยังไม่หยุด ให้เมอดทน และให้เมกลับมานวดแบบนี้อีกครั้งในวันรุ่งขึ้น เมก็มา พอกลับถึงบ้าน ตกดึก หมดฤทธิ์ยา เมยิ่งเจ็บปวดมาก ระบม ไข้ขึ้นสูง"
งานนี้มีคนจำนวนมากต่างมาแสดงความคิดเห็นถึงกรณีการทำศัลยกรรมแบบนี้ เป็นความคิดเห็นที่หลากหลาย และเชื่อว่าสามารถเป็นอุทาหรณ์สอนใจให้ระมัดระวังในการทำศัลยกรรม นอกจากแสดงความคิดเห็นแล้วหลายคนก็แสดงความเป็นห่วงและให้กำลังใจสาวเมย์ด้วย