"อย่างเรื่องบวชไม่สึก ไหนบอกว่าจะบวชไม่สึกคนชื่อไหนอยู่ไหนพูดอยู่ได้บวชไม่สึกขอบวชไปเรื่อยก่อนไม่รู้จะสึกเมื่อไหร่ก็เป็นตีความว่าสึกไม่สึกแล้วก็โดนด่า ด่าทำไมว่าไม่สึกๆแต่จริงๆถ้าอยู่ได้ก็จะอยู่ยาวๆเพราะเรามีความสุขมากภรรยาก็กลัวไม่สึกเหมือนกันทำกับข้าวเลี้ยงทุกวัน (สรุปบวชทั้หมดกี่วัน) เดือนกว่าก็มากกว่าคิดแล้วนะเพราะว่าเราไม่ได้อ่านโลกออนไลน์ว่าใครพูดถึงเราว่ายังไงบ้างกลับมาแล้วก็อ้าวไหนว่าไม่สึก ตอนที่ไปสึกก็ไม่เคยบอกเลยแต่ว่าไปสึกเนี่่ยอาจจะมีความทุกข์กับโลก ที่จะสึกแล้วเราไม่ได้มีความคิดขนาดนั้น เราแค่อยากไปบวชแค่อยากไปอยู่ในโมเม้นมีความสุข"
อยากเรียนรู้รสพระธรรมอย่างจริงจัง
"อยากเดินตามรอยพระพุทธองค์ว่าระหว่างที่ท่านตรัสรู้ว่าท่านเสด็จไปที่ไหนบ้างแล้วที่ก็ไปทุกที่ตามที่ท่านตรัสมีความสุขมากแต่ว่าไม่ได้บอกนะว่าไม่สึกละก็ถ้ามีโอกาสฝากบอกด้วยว่าอย่าโกรธเพราะเราไม่เคยบอกเลยว่าเราจะไม่สึกไม่เคยพูดเลยว่าการที่บวชแล้วสมมุติว่าน้องถามนั้นเราไปบวชเหรอแล้วจะสึกเมื่อไหร่ เราต้องถามกลับไปว่าเลยทำไมถึงถามเรื่องสึกแหละละ ต้องถามเราว่าบวชนานแค่ไหนแต่ว่าเรายังไม่รู้เลยแต่ว่าถ้ามีเวลาเยอะเราก็จะบวชไปเรื่อยๆก่อนเนอะยังไม่ได้กำหนดวันสึกที่แน่นอนแค่นั้นเองก็เลยกลายเป็นว่าไม่สึกความหวังดีอยากให้เราอยู่ตรงนั้นนานๆแต่ว่าเรายังมีทางโลกต้องห่วงอีกนะ (มีภรรยาดู) ลูกก็ยังเรียนไม่จบ (นี้คือการบวชครั้งแรกในชีวิตไหม) ครั้งแรกในชีวิตแต่เราไปสังเวชนียสถานมาหลายครั้งแล้วคิดว่าวันหนึ่งกลับไปแบบผ้าเหลืออยากไปแบบใกล้ชิดมากขึ้นไปอีกแล้วก็ทำได้มีความสุข"
ถามถึงงานในวงการบันเทิงโอกาสได้เห็นอีกไหม
"คือเรารู้สึกว่าติดต่อกันเยอะมากขอบคุณมากที่ยังนึกถึงกันอยู่ ดีใจทุกครั้งที่มีคนติดต่อแต่ว่าคิวเราก็ไปเมืองนอกเพราะว่าเราเปิดธุรกิจตอนนี้เริ่มขึ้นก็จีนอีกที่เยอรมันก็ว่ายุ่งแล้ว ตอนนี้ก็มาที่เมืองจีนอีกเราก็กลัวว่าอ้าวถ้าเล่นไปแล้วถ้าคิวเรากลายไปสร้างความเดือดร้อนให้กับผู้จัดละครจะรู้สึกไม่ดีเพราะตอนเป็นนักแสดงเราก็จะทุ่มเทเต็มที่ตอนนี้ถ้าจะไปก็ได้ด้วยความคิดถึงเท่านั้นแหละแต่ว่าถ้าได้เวลาเมื่อไหร่นะก็ (ปกติเราไม่มีเวลาอยู่ใช่ไหม) ใช่ๆ ดังนั้นยังรักและคิดถึงละครละก็ยังรู้จักน้องๆบ้างคนยังวิ่งไปถ่ายรูปเลย (ยิ้ม)"
ล่าสุดกลายเป็นโอตะรุ่นใหญ่ถ่ายรูปกับวงบีเอ็นเค 48
"ใช่ๆเป็นข่าวก็ตกใจจริงๆเขาไปเล่นในงานเราก็แบบเอ๋ยรุ่นใหญ่ๆเนี่ยรู้จักน้อยเราก็กลัวเด็กจะเสียใจก็แบบไม่มีใครไปอยู่หน้าเลยไปอยู่ข้างหน้าบีเอ็นเคคือคนก็บอกเต้นกุกกิกเต้นยังไง คือถ้าเขารู้บ้างถ่ายให้รู้ก็แต๊งกิ้วเขาอุสาห์มาช่วยงานก็บอกให้ฟังว่าเออเนี่ยคุกกี้นะ (นึกว่าเป็นโอตะ) คนเรียกก็เพิ่งรู้ว่าโอตะคืออะไรก็คือวันนั้นก็ไปงานเลี้ยงผู้ใหญ่เจ้าของบีเอ็นเคงานนั้นเป็นงานคุณหญิงหน่อย (สุดารัตน์เกยุราพันธุ์)ร้องรับด็อกเตอร์ก็เลยเอาน้องๆบีเอ็นเคมาก็ผู้ใหญ่ทั้งนั้นบีเอ็นเคอะไรคือบีเอ็นเคแต่เรารู้จักอยู่บ้างว่าคุ๊กกี้คืออะไร"
กับงานการเมืองละ
"เรามีงานส่วนตัวเยอะจนคิดว่าตรงนั้นไปยากละก็ไม่ได้ชอบบรรยากาศการเมืองที่ทะเลาะกันเราเกิดมาในชีวิตมีความสุขกับคนรักกันตลอดเวลาและก็เข้าไปในการเมืองก็ไม่คิดว่าความขัดแย้งขนาดนั้นมาถึงวันหนึงมีความขัดแย้งซึ่งไม่รู้จะหาทางลงยังไงเราไม่อยากอยู่ในความขัดแย้งเลยแค่เป็นคนหนึงที่อยากทำงานก็ขอทำงานอะไรที่ไม่ขัดแย้งเราต้องมีครอบครัวมีธุรกิจต้องทำอยู่บ้านเมืองก็ยังรักไหม รักแต่ก็ขอแสดงออกด้วยวิธีอื่นๆได้อีกมากมาย ถามว่ามีความรู้สึกอยากทำอะไรดีๆไหมมีแต่ว่าถ้าโมเม้นท์แบบเนี่ยใครทำดีก็ยังถูกไม่ชอบด้วยอีกฝ่ายที่ไม่ชอบเราไม่คำนึงด้วยเหตุผลความเกลียดความไม่ชอบเป็นตัวตั้งถ้าตราบใดที่ยังเป็นแบบนี้เราว่ามันเดินต่อไปก็เหนื่อยเหมือนกัน (ช่วงนี้ก็เป็นช่วงกำลังครึกครื้น) ไม่หลอกเราก็ไม่ได้โดนเด่นอะไรขนาดนั้นทำงานธุรกิจยุ่งเหยิงของตัวเองอยู่"
เรียกว่าหันหลังในวงการเมืองแล้วจริงๆ
"จริงๆช่วยบ้านเมืองได้วิธีอื่นอีกมากมาย (แสดงออกถึงทางอื่นดีกว่า) แสดงออกได้ทางอื่นอีกมากมายแล้วก็พร้อมจะทำสิ่งๆทำเพื่อชาติทำได้ทั้งนั้นแต่ว่าถ้ายังขัดแย้งอยู่ (แล้วถ้าความขัดแย้งหายไปพร้อมไหม)ยังๆไม่อยากทำแต่ไม่ได้บอกว่าไม่กล้าพูดแบบนั้นเดี๋ยวกลายเป็นว่าสึกไม่สึกอีกก็คือบรรยากากาศไม่ควรทำ"