ปีนี้เป็นปีที่ออสการ์มีผู้เข้าชิงในสาขาใหญ่ๆ หลากหลายที่สุดเท่าที่เคยมีมา ตั้งแต่หนังรัก, หนังสงคราม, หนังสยองขวัญคนดำ, หนังศิลปะ, หนังชีวประวัติผู้นำ, หนังชายรักชาย, หนังเชิดชูสตรี, หนังวัยรุ่นก้าวข้ามพ้นวัย, ไปตนถึงหนังมนุษย์กลายพันธุ์ซูเปอร์ฮีโร่ อาจถือเป็นผลจากการพยายามให้รางวัลนี้เป็นหนังที่สะท้อนคนทุกกลุ่มมากที่สุด ไม่ใช่ OscarSoWhite เหมือนปีก่อนๆ ท่ามกลางกระแสที่ร้อนฉ่าเพราะข่าวการล่วงละเมิดทางเพศของ ฮาร์วีย์ ไวน์สตีน ทำเอาฮอลลีวูดต้องเกิดการตื่นตัวครั้งใหญ่ ทำให้นักแสดงหญิงในวงการบันเทิงออกมาแสดงจุดยืนว่าพวกเธอจะไม่ยอมตกเป็นเหยื่อทางเพศของผู้ชายอีกต่อไป ซึ่งประเด็นอันร้อนฉ่านี้น่าจะส่งผลสำคัญต่อหนัง หลายเรื่องที่เข้าชิงรางวัลในปีนี้ด้วย เริ่มกันที่ สาขานักแสดงสมทบชายยอดเยี่ยม สาขานี้น่าจะเป็นสาขาที่ทำให้ผู้ชมได้ลุ้นอยู่บ้าง เพราะมีนักแสดงหลายคนที่โดดเด่นและน่าสนใจ ไม่ว่าจะเป็นคริสโตเฟอร์ พลัมเมอร์ / ริชาร์ด เจนกินส์ / วู้ดดี้ ฮาร์เรลสัน / แต่ดูเหมือนบทนายตำรวจมาดกวนประสาทจนคนดูอยากลุกขึ้นไปถีบหน้าของ แซม ร็อคเวลจาก Three Billboards Outside Ebbing, Missouri จะถึงฝั่งฝัน สามารถคว้ารางวัลในสาขานี้ไป
สาขานักแสดงสมทบหญิงยอดเยี่ยม แม้ว่าสาขานี้นักแสดงหลายคนจะโดดเด่นมากในภาพยนตร์ที่พวกเข้าเข้าชิงรางวัล แต่คงไม่มีใครโดดเด่นเท่า แอลิสัน เจนนี่ จาก I, Tonya ในบทแม่ของทอนย่า ที่เป็นแม่จอมสบถ โหดร้ายและเลี้ยงลูกด้วยความกดดันอยู่ตลอดเวลา ที่ทำให้เธอสามารถคว้ารางวัลนี้ไปได้ สาขานักแสดงนำชายยอดเยี่ยม ในปีนี้ตกเป็นของ แกรี่ โอลด์แมน จาก Darkest Hour ในบทวิลตัน เชอร์ชิล ซึ่งเป็นบุคคลที่มีตัวตนอยู่จริงในประวัติศาสตร์ สาขานักแสดงนำหญิงยอดเยี่ยม ฟรานเซส แม็คดอร์มานด์ จาก Three Billboards Outside Ebbing, Missouri เรียกว่าเตรียมขึ้นรับรางวัลมาจากบ้านเพราะเป็นตัวเต็งมาแบบทุกโผ และก็เป็นไปตามนั้นเธอคว้ารางวัลนักแสดงนำหญิงยอดเยี่ยมไปได้อย่างสวยงาม สาขาผู้กำกับยอดเยี่ยม ตกเป็นของ กิลเยโม เดล โตโร่ ที่คุมภาพรวมของหนังแฟนตาซี The Shape of Water ออกมาได้งดงาม เปี่ยมอารมณ์ร่วมและคุมงานสร้างออกมาได้ตื่นตาตื่นใจ และคว้ารางวัลในสาขานี้ไปในที่สุด
และปิดท้ายรางวัลที่ทุกคนรอคอย กับสาขาภาพยนตร์ยอดเยี่ยม มีหนังที่เข้าชิงรางวัลภาพยนตร์ยอดเยี่ยมถึง 9 เรื่องด้วยกัน แต่ The Shape of Water ที่เป็นผู้กุมชัย เป็นหนังรักระหว่างหญิงสาวผู้เป็นใบ้ กับมนุษย์มัจฉา ความรักที่ดูเหมือนจะเป็นไปไม่ได้เริ่มเบ่งบานท่ามกลางอุปสรรคของเจ้าหน้าที่ริชาร์ด สตริคแลนด์ที่ต้องการกำจัดสิ่งแปลกประหลาดให้หมดสิ้นไป หนังมีฉากหลังเป็นยุคสงครามเย็น อีกทั้งยังแทรกสอดประเด็นบริบททางสังคมมากมายเข้ามาในเรื่อง ซึ่ง The Shape of Water คว้าไปได้มากที่สุดถึง 4 รางวัลด้วยกันรวมผลทุกรางวัล ภาพยนตร์ยอดเยี่ยม The Shape of Waterผู้กำกับยอดเยี่ยม กิลเลอร์โม่ เดอ โทโร่ จาก The Shape of Waterนักแสดงนำชายยอดเยี่ยม แกรี โอลด์แมน จาก Darkest Hourนักแสดงนำหญิงยอดเยี่ยม ฟรานเซส แม็คดอร์มานด์ จาก Three Billboards Outside Ebbing, Missouriบทภาพยนต์ดัดแปลงยอดเยี่ยม Call Me By Your Nameบทภาพยนตร์ดั้งเดิมยอดเยี่ยม Get Outนักแสดงสมทบชายยอดเยี่ยม ซัม ร็อคเวลล์ จาก Three Billboards Outside Ebbing, Missouriนักแสดงสมทบหญิงยอดเยี่ยม แอลลิสัน แจนนีย์ จาก I, Tonyaเพลงประกอบดั้งเดิมยอดเยี่ยม "Remember Me", Cocoอนิเมชั่นยอดเยี่ยม Cocoดนตรีประกอบดั้งเดิมยอดเยี่ยม อเล็กซองดร์ เดส์ปลาต์ จาก The Shape of Waterกำกับภาพยอดเยี่ยม โรเจอร์ ดีกิ้นส์ จาก Blade Runner 2049ออกแบบเครื่องแต่งกายยอดเยี่ยม Phantom Threadตัดต่อเสียงยอดเยี่ยม Dunkirkมิกซ์เสียงยอดเยี่ยม Dunkirkแต่งหน้าและออกแบบทรงผมยอดเยี่ยม Darkest Hourภาพยนตร์ขนาดสั้นยอดเยี่ยม The Silent Childอนิเมชั่นขนาดสั้นยอดเยี่ยม Dear Basketballวิชวลเอฟเฟคยอดเยี่ยม Blade Runner 2049ลำดับภาพยอดเยี่ยม Dunkirkออกแบบงานสร้างยอดเยี่ยม The Shape of Waterสารคดีขนาดสั้นยอดเยี่ยม Heaven is a Traffic Jam on the 405สารคดียอดเยี่ยม Icarusภาพยนตร์ภาษาต่างประเทศยอดเยี่ยม A Fantastic Woman (ชิลี)