นายสัมฤทธิ์ ฉิมท้วม พ่อของ โจ บอยสเก๊าท์ กล่าวว่าเมื่อทราบข่าวจากเพื่อนของลูกที่โทรมาบอกว่าโจไปแล้วนะพ่อ ตนเองถึงกับช็อคน้ำตาไหลทำอะไรไม่ถูก เพราะลูกชายไม่เคยบอกเลยว่าเป็นโรคหรือมีโรคส่วนตัวอะไร หรือความเจ็บป่วย เขาไม่เคยบอกเลย เพียงแต่สอบถามพูดคุยกันทางโทรศัพท์อยู่ตลอด ว่าพ่อสบายดีหรือ ซึ่งก็ตอบลูกไปว่าสบายดี และก็สอบถามไปว่าโจล่ะสบายดีไหม เขาก็ตอบว่าเขาสบายดีก็จะพูดกันอยู่แบบนี้มาตลอด เขาก็เคยโทรมาถามอยู่บ่อยๆว่าพ่อจะเอาอะไรไหมจะซื้อไปให้ เขาจะถามเสมอ ห่วงทั้งพ่อทั้งแม่ เขาก็จะถามว่าแม่สบายดีไหม ถ้าเขาไม่ได้ไปแสดงงานที่ไหนเขาก็จะโทรศัพท์มาถาม ทางบ้านอยู่เป็นประจำ และเขาบอกว่าเขาอยู่ดีแข็งแรงดี
ในส่วนของคนรอบข้างของลูกชายทุก ๆ คนเขาดีมากกับครอบครัวเรา เช่นเพื่อน ๆ เขารักกันมาก ส่วนผลจากการตรวจของหมอระบุมาว่าหัวใจวายกะทันหัน ลูกชายเป็นคนที่กตัญญูมากดูและพ่อแม่เสมอมา ส่งเงินมาให้พ่อแม่ใช้อยู่บ่อยมาก แล้วก็คอยถามอยู่เสมอในเรื่องเงินทองว่าขาดเหลืออะไรให้โทรบอก
ซึ่งในส่วนตัวแล้วตนเองก็บอกเขาไปอยู่เสมอว่าพ่อมีคือไม่ต้องการไปรบกวนเขา แต่เขาก็ส่งมาอยู่เรื่อย ๆ เขาไม่เคยทิ้งพ่อ-แม่ เขาเหมือนเป็นเสาหลักของครอบครัว เขาก็จะบอกเสมอว่าพ่อผมไม่ทิ้งพ่อนะ ถ้าเวลาลูกชายว่างก็จะขับรถมาหาซื้อข้าวของมาให้อยู่เสมอ
ซึ่งวันนี้ตนเองก็ขอขอบคุณ สื่อมวลชนทุกคนขอขอบคุณผู้สื่อข่าวทุกคนที่ให้ความสำคัญต่อลูกชาย ได้มาร่วมกันเป็นวาระสุดท้ายในครั้งนี้ ซึ่งก็อยากให้ลูกของตนเองได้ไปสู่สุคติไม่ต้องห่วงพ่อแม่อีกต่อไป
สำหรับกำหนดการสวดพระอภิธรรมของ โจ บอยสเก๊าท์ จะเริ่มสวดคืนนี้เป็นคืนแรก เริ่มตั้งแต่เวลา 19.00 น.ไปจนถึงวันที่ 16 พฤศจิกายน 2560