แถลงจัดมหรสพสมโภชงานพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพ ร.๙

ก.วัฒนธรรม ได้รับมอบหมายจากรัฐบาล ให้จัดการแสดงมหรสพสมโภช เนื่องในงานพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชบรมนาถบพิตร
บันเทิง
ก.วัฒนธรรม จัดแถลงข่าว หลังได้รับมอบหมายจากรัฐบาล ให้จัดการแสดงมหรสพสมโภช เนื่องในงานพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชบรมนาถบพิตร โดยนายวีระ โรจน์พจนรัตน์ รมว.วัฒนธรรม เปิดเผยว่า การถวายพระเพลิงพระบรมศพแต่ครั้งโบราณ จัดเป็นงานใหญ่ มีมหรสพสมโภชงานออกพระเมรุพระบรมอัฐิเป็นแบบแผนสืบทอดกันมาตั้งแต่ครั้งกรุงศรีอยุธยาเป็นราชธานี เพื่อให้ประชาชนชม และถือว่า เป็นงานออกทุกข์ในเวลาเดียวกัน ทั้งยังถือเสมือนเป็นการแสดงพระกฤดาธิการของพระมหากษัตริย์ด้วยซึ่งการแสดงมหรสพสมโภชในครั้งนี้ กำหนดการแสดงทั้งหมด 3เวที บริเวณสนามหลวงด้านทิศเหนือ ประกอบด้วย เวทีที่1 การแสดงมหรสพ ที่จะจัดแสดงหนังใหญ่ และโขนเรื่องรามเกียรติ์ ตั้งแต่ตอนพระนารายณ์อวตาร ถึงศึกรบชนะทศกัณฑ์ เวทีที่2 การแสดงละคร จะจัดแสดงหุ่นหลวง หุ่นกระบอก เรื่องพระมหาชนก อิเหนา และ มโนห์รา เวทีที่3 การแสดงดนตรีสากล ที่จะมีการบรรเลงและขับร้องเพลงพระราชนิพนธ์ เพลงเทิดพระเกียรติ และบทเพลงถวายอาลัย โดยทุกเวทีกำหนดเวลาเริ่มแสดง 18.00น.ในวันพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพ จนถึงเวลา 06.00น.ของวันรุ่งขึ้น โดยการแสดงของทุกเวทีจะหยุดการแสดง เมื่อมีพระราชพิธีในพระเมรุมาศ และนอกจากการแสดงทั้ง 3เวทีแล้ว ยังได้กำหนดการแสดงที่สำคัญยิ่ง คือ การแสดงหน้าพระที่นั่งทรงธรรม หรือพระเมรุมาศ ที่เรียกกันว่า โขนหน้าไฟ จัดการแสดงโขน เรื่องรามเกียรติ์ ชุดพระรามข้ามสมุทร-ยกรบ-รำลึกในพระมหากรุณาธิคุณอีกด้วยโดยสมัยกรุงรัตนโกสินทร์ ได้มีการจัดมหรสพสมโภชงานออกพระเมรุตามแบบแผนประเพณีเป็นครั้งแรก ในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช ในงานออกพระเมรุพระบรมอัฐิ สมเด็จพระปฐมบรมมหาชนก พ.ศ.2339 ต่อมาในสมัยรัชกาลที่9 ในการพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพสมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี พ.ศ.2539 สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯสยามบรมราชกุมารี ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯให้มีการรื้อฟื้นการประโคมดนตรีหรือการประโคมย่ำยาม และการมหรสพ เนื่องจากทรงเห็นว่า เพื่อไม่ให้บรรยากาศเงียบเหงาเหมือนครั้งพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพ สมเด็จพระนางเจ้ารำไพพรรณีพระบรมราชินีนาถ ในรัชกาลที่ 7 เมื่อปีพ.ศ.2528 ทั้งยังเป็นการรักษาโบราณราชประเพณีไว้ด้วย