หากจะพูดถึงเรื่องการทำศัลยกรรมเสริมความงามเพื่อให้ตัวเองดูดีขึ้น สำหรับในวงการบันเทิง ย้อนกลับไปสักเกือบ 10 ปี ส่วนใหญ่มักจะตอบว่าไม่ได้ไปทำอะไรมา ที่เห็นจมูกแหลมและยาวขึ้น อาจเป็นเพราะผอมลง หรือทำงานหนักจนหน้าตอบ ก็เป็นเหตุผลของแต่ละคนที่สุดจะไปหามาบรรยายได้ แต่ในยุคปัจจุบัน กลับเปลี่ยนไป เหล่าคนดังเริ่มยอมรับความรับและตอบตรงๆ โดยมองว่าการทำศัลยกรรมเป็นเรื่องปกติ เปนเรื่องที่ควรทำหากทำให้ตัวเองดูดีขึ้น เริ่มต้นที่สาวแซบของวงการบันเทิง "ปันปัน สุทัตตา อุดมศิลป์" ที่กำลังฝากผลงานในซีรี่ส์ I Hate you I love you ก็ออกมายอมรับแบบเปิดเผยว่าไปเสริมจมูกมาได้ 2 เดือนแล้ว บอกอย่าด่าเยอะเพราะแก้ไขอะไรไม่ได้แล้ว ขณะที่ให้สัมภาษณ์เจ้าตัวปฏิเสธว่าบินไปทำที่เกาหลี แต่สุดท้ายก็ยอมจำนนว่าจมูกใหม่ที่ได้มา หมอฝีมือดีจากแดนกิมจิเค้าเสกสรรให้ สนนราคาก็หลักแสนบาท ซึ่งก่อนทำก็ได้มีการปรึกษาคุณพ่อคุณแม่เป็นที่เรียบร้อยแล้ว เป็นการเสริมเพื่อสร้างความมั่นใจใก้กับตัวเอง ต่อกันที่สาวแซบรุ่นพี่ ทุกครั้งที่เจอสื่อมักจะได้คำตอบแบบตรงๆ ไม่ต้องไปคาดเดาอะไรอีกแล้ว สำหรับ นักร้องสาวอดีตคู่หูดูโอ้โฟร์มด "มด ณปภัช" ที่ยิ่งโตขึ้น ใบหน้าก็เปลี่ยนแปลงไปเรื่อย ๆ มีความคมชัด และมีมิติมากขึ้น จนสุดท้ายเจ้าตัวต้องออกมายอมรับว่าได้บินตรงไปที่เกาหลีเพื่อทำจมูกรอบที่ 2 เนื่องจากรอบแรกมีคนทักว่าออกกล้องแล้วไม่สวย สร้างความลำบากให้ช่างภาพ ที่ต้องคอยหามุมสวยๆ เวลาเข้ากล้องถ่ายละคร ก่อนที่จะบินไปศัลยกรรมที่เกาหลี ก็มีการหาข้อมูลและปรึกษาแพทย์ในไทย ซึ่งฟีดแบกที่ได้จากคนรอบข้างหลายๆ คนก็บอกว่าดูโอเค ขณะที่บางคน ที่ดูโหงวเฮ้งเป็น ก็บอกว่าอันนี้ดีกว่าจมูกเก่าอีกนะ ส่วนตัวก็พอใจกับการทำจมูกครั้งล่าสุดนี้ ยืนยันไม่เคยปิดบัง หากมีคนถามก็จะตอบ เพราะสมัยนี้ ศัลยกรรมเป็นเรื่องปกติ ตามติดด้วยนักแสดงสาวสุดเซ็กซี่ "ญาญ่าญิ๋ง-รฐา โพธิ์งาม" ลูกสาวคนสวยของตลกหญิงชื่อดัง น้อย โพธิ์งาม เธอเข้าวงการในฐานะนักร้องด้วยใบหน้าออริจินอล ไร้ซึ่งความคมเด่นชัด แต่เพื่อให้ตัวเองมีความมั่นใจจึงยอมที่จะเสริมจมูก และเธอก็คิดถูก ญาญ่าญิ๋ง กลับมามีชื่อเสียงโด่งดังอีกครั้งในฐานะของนักร้องและนักแสดงสาวที่มากด้วยความสามารถจนเป็นที่ยอมรับของทุกๆคน แต่ก็ยังมีกระแสข่าวว่าที่หน้าเธอเป๊ะขนาดนี้ เพราะไปเหลากราม เจียหน้า เพื่อให้ได้รูปทรงที่ชัดเจน ขณะที่เจ้าตัวรีบปฏิเสธว่ามีแค่ทำจมูกแลเคยฉีดโบท็อกซ์เท่านั้น สำหรับสาว ก้อย-รัชวิน วงศ์วิริยะ ก็ต้องยอมรับแบบยอมจำนนว่าไปทำจมูกมา หลังจากที่มีคนปล่อยภาพสาวก้อยในชุดมหาวิทยาลัยเทียบกับปัจจุบัน เห็นความแตกต่างอย่างชัดเจน โดยก้อย ยอมรับว่าไปทำจมูกมาตั้งแต่สมัยเด็กๆ ตอนเรียนมหาวิทยาลัย ก่อนจะเข้ามาในวงการบันเทิง เป็นการทําเพื่อเสริมโหงวเฮ้งให้กับตัวเอง และก็ไม่ทำให้เจ้าตัวผิดหวัง เพราะตั้งแต่ทำก็มีแต่เรื่องราวดีๆเข้ามาในชีวิต จนกลายมาเป็นนักแสดงที่มีชื่อเสียง รวมทั้งยังมีความที่ดีกับนักร้องหนุ่มตูน บอดี้แสลม อีกด้วย มาที่คุณแม่ลูกแฝดกันบ้าง โอปอล์-ปาณิสรา เข้าสู่วงการจากบทสาวใช้ในหนังเรื่อง "แจ๋ว" และบทพยาบาลสาวชาวใต้ในหนังเรื่องเพื่อนสนิท แต่กาลเวลาก็นำพาให้เธอ สลัดคราบสาวบ้านๆ ปรับลุคให้เปรี้ยว เฉี่ยว และมีไสตล์ พร้อมกับการเสริมจมูกที่กำลังพอเหมาะพอดีกับใบหน้า โดยเจ้าตัวยอมรับว่าทำเพราะอยากสวย ไม่เกี่ยวกับเสริมดวงอะไรทั้งสิ้น ซึ่งผลลัพธ์ที่ได้ ก็ดีเกินคาดพาเธอรับทรัพย์ทั้งงานหนัง ละคร ซิทคอม และการเป็นพรีเซนเตอร์สินค้าแบรนด์ต่างๆทางด้านของนางเอกฟรีแลนซ์ "เอสเธอร์ สุปรีย์ลีลา" ที่เริ่มต้นจากบทนางร้าย ก่อนชะตาชีวิตจะพลิกผันก้าวขึ้นมาเป็นนางเอกแถวหน้าอีกคนของวงการบันเทิงไทย โดยเธอเองยอมรับว่าผ่านการศัลยกรรมจมูกมาแล้วถึง 2 ครั้งด้วยกัน โดยในปี 57 ไปเสริมจมูกเป็นครั้งที่ 2 โดยแก้ให้ดูเรียวขึ้น พอทำแล้วก็เหมือนเป็นการเสริมโหงวเฮ้งให้กับตัวเธอเอง ทำให้มีงานละคร และ ซีรี่ส์เข้ามาอย่างต่อเนื่อง มาที่นักแสดงชายกันบ้างกับ "ดีเจ บุ๊คโก๊ะ ธนัชพันธ์ บูรณาชีวาวิไล" ที่ยอมรับเต็มปากเต็มคำว่าทุ่มสุดตัวกว่า 1 ล้านบาทในการไปทำศัลยกรรมที่เกาหลีใต้ โดยใช้เวลาในการเปลี่ยนใบหน้าใหม่นานถึง 8 ชั่วโมง ทั้งการทำร่องตาสองชั้นให้หวานขึ้น ทำคาง ส่วนจมูกก็เอาจมูกหลังหูมาใส่ปลายจมูก และเย็บปากใหม่ให้เป็นกระจับ โดยนำเรื่องปรับโหวงเฮ้งเข้ามาเสริมด้วย นอกจากการทำศัลยกรรมข้างต้น ดีเจบุ๊คโกะยังได้ผ่าตัดไขมันหน้าท้อง ดูดไขมันบางส่วนของร่างกาย พร้อมฝากเตือนถึงคนที่คิดอยากจะทำศัลยกรรม ต้องพบแพทย์เฉพาะทางจริงๆ เพราะไม่อย่างนั้นอาจถึงอันตราย ส่วนใครที่สงสัยว่าดีเจบุ๊คโกะ เสพติดการศัลยกรรมหรือไม่ เจ้าตัวรีบตอบทันทีว่า ตัวเองเปรียบเสมือนหัวหน้าครอบครัว อะไรที่พอจะทำให้ตัวเองดูดี เพื่อดึงดูดงานให้ตัวเองมีรายได้ ก็พร้อมที่จะทำ
ปิดท้ายกันที่พระเอกหนุ่มช่อง 7 สี "ซี ศิวัฒน์ โชติชัยชรินทร์" โดยเจ้าตัวยอมรับว่า ได้ไปเสริมจมูกมา เพื่อให้ตัวเองมีความมั่นใจมากขึ้น มีงานเข้ามาเพิ่มขึ้น แต่ก่อนทำต้องหาข้อมูลให้ละเอียดรอบคอบ ปรึกษาแพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านศัลยกรรมที่มีเครื่องมือและเทคโนโลยีที่ได้มาตรฐานความปลอดภัยในโรงพยาบาลที่น่าเชื่อถือ เพราะเมื่อเราทำศัลยกรรมแล้ว มันก็จะอยู่กับเราไปตลอดทั้งชีวิต ขณะที่ ผศ.นพ.เฉลิมพงษ์ ฉัตรดอกไม้ไพร ศัลยแพทย์ตกแต่ง ภาควิชาศัลยศาสตร์ คณะแพทยศาสตร์ โรงพยาบาลรามาธิบดี ได้ให้ความเห็นในเรื่องการทำศัลยกรรมว่า ก่อนที่จะทำศัลยกรรมจมูก มี 2 แบบเท่านั้นคือการเสริมสร้างสิ่งที่ผิดปกติ ให้กลับมาปกติ / และการเสริมสวย คนไข้ต้องรู้ตัวเองด้วยว่าเนื้อจมูกของเรา สามารถทำได้ขนาดไหน เพราะถ้าอยากได้เกินกว่าที่การแพทย์จะทำได้ ก็อาจก่อให้เกิดผลเสียมากกว่าผลดี
คุณหมอ ยังแนะนำสำหรับคนที่คิดจะเสริมจมูกว่า ต้องดูให้ครอบคลุมเพื่อให้รับกับใบหน้ามากที่สุด แบบพอเหมาะพอสมอย่าฝืนทำที่มากจนเกินไป เพราะบางครั้งอาจทำให้จมูกเกิดการทะลุได้ และข้อควรระวังและห้ามเด็ดขาด อย่าฉีดซิลิโคลนเหลว เพราะจะทำให้ใบหน้าของคุณพัง และฝันร้ายไปตลอดทั้งชีวิต
ทั้งหมดนี้ เป็นเพียงความบางส่วนของเหล่าคนดัง ที่กล้าออกมายอมรับว่าตัวเองได้ผ่านการทำศัลยกรรมมา เพราะส่วนใหญ่มองว่าไม่ใช่เรื่องเสียหายอะไร เพราะยุคสมัยมันเปลี่ยนแปลงไปหมดแล้ว หากเสริมมาแล้วทำให้ตัวเองดีขึ้น ทุกคนก็พูดเป็นเสียงเดียวกันว่า ก็พร้อมที่จะทำ แต่ทั้งนี้ทั้งนั้น ก็ต้องอยู่ภายใต้การดูแลของทีมแพทย์อย่างใกล้ชิด