" พรปีใหม่ " เพลงประทานพรจากในหลวง ร.๙

วันขึ้นปีใหม่ไทยทุกปี เรามักได้ยินเสียงเพลงแห่งความสุข เพลงแห่งความรื่นเริงอย่าง พรปีใหม่ นะค่ะ ซึ่งเพลงนี้มีความสำคัญต่อพสกนิกรไทยอย่างล้นพ้น เพราะเป็นของขวัญที่ในหลวง ร.9 พระราชทานให้ปวงชนชาวไทย
บันเทิง
ตั้งแต่จำความได้ ประชาชนชาวไทยก็มักได้ยินเพลงรื่นเริงเป็นประจำทุกปีในช่วงวันส่งท้ายปีเก่า เข้าสู่วันขึ้นปีใหม่ 1 มกราคม โดยเฉพาะเพลง พรปีใหม่ ที่มีเนื้อหาให้กำลังใจ และสร้างแรงบันดาลใจให้ผู้ฟังมีความสุขในปีใหม่ ให้เป็นปีที่ดี มีแต่ความสุขกาย ใจ แต่หลายคนอาจยังไม่รู้ ว่าเพลงพรปีใหม่ที่เราได้ยินกันเป็นประจำจนคุ้นหูนั้น เป็นบทเพลงที่พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช พระราชทานให้เป็นของขวัญแก่คนไทยทั้งประเทศค่ะ
พรปีใหม่ เพลงพระราชนิพนธ์อันดับที่ ๑๓ ทรงพระราชนิพนธ์ขึ้นในเดือนธันวาคม พ.ศ. ๒๔๙๕ เมื่อเสด็จนิวัตพระนครและประทับ ณ พระตำหนัก จิตรลดารโหฐาน พระราชวังดุสิต มีพระราชประสงค์ที่จะพระราชทานพรปีใหม่แก่บรรดาพสกนิกรไทยด้วยเพลง จึงทรงพระราชนิพนธ์เพลง พรปีใหม่ ขึ้น และ ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้พระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าจักรพันธ์เพ็ญศิริ นิพนธ์คำร้อง ค่ะ
โดยพระองค์ยังทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้พระเจ้าวรวงศ์เธอพระองค์เจ้าจักรพันธ์เพ็ญศิริ ทรงเป่าแซ็กโซโฟนในช่วงแรกและช่วงที่สาม พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ร.9ทรงเป่าแซ็กโซโฟนในช่วงที่สองและช่วงที่สี่สลับกันไป ก่อนที่จะพระราชทานเพลงแก่วงดนตรี ๒ วง คือ วงดนตรี นิสิตจุฬาลงกรณ์ มหาวิทยาลัย และวงดนตรีสุนทราภรณ์ ซึ่ง เพลงพรปีใหม่ ก็ได้นำออกบรรเลงครั้งแรก ในวันปีใหม่ ซึ่งตรงกับวันอังคารที่ ๑ มกราคม พ.ศ. ๒๔๙๕
นอกจากเสียงบรรเลงดนตรี ที่ไพเราะให้ความหวัง เหมาะแก่งานรื่นเริงแล้ว เนื้อหาในเพลงยังใช้คำที่เข้าใจได้ง่าย สื่อความหมายชัดเจนถึงคนฟัง ซึ่งก็มีการตีความหมายของเพลงดังเช่น คำว่า "ข้า" น่าจะหมายถึง "ข้าพเจ้า" อันเป็นสรรพนามที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ร.9 ทรงใช้แทนพระองค์ในทุกคราวที่ทรงมีพระราชดำรัสหรือพระบรมราโชวาทต่อปวงชนชาวไทย หรือ "ปวงท่าน" ซึ่งมักทรงใช้กับปวงชนชาวไทยเสมอ ที่แสดงให้เห็นว่าเหล่าพสกนิกรมีความสำคัญและอยู่ในสายพระเนตรของพระองค์เสมอมา