เนชั่นทีวี

บันเทิง

ที่สุดแห่งละคร "เปรี้ยงสนั่น-แป้กสนิท" แห่งปี 2559

30 ธ.ค. 2559

ที่สุดแห่งละคร "เปรี้ยงสนั่น-แป้กสนิท" แห่งปี 2559

ตลอดปี 2559 มีละครมากมายหลากหลายเรื่องที่ออกอากาศให้ได้ชมกัน วันนี้เราลองมาดูว่า ที่สุดแห่งละครเปรี้ยงสนั่นและแป้กสนิทแห่งปีมีเรื่องไหนกันบ้าง

ตลอดปี 2559 มีการแข่งขันกันอย่างดุเดือดมากของละครทีวีไทย ทั้งเจ้าประจำอย่างช่อง 3 และ ช่อง 7 ที่สู้กันมาอย่างยาวนานหลายสิบปี พอขยับเป็นทีวีดิจิตอล ก็ยิ่งเข้มข้นมากกว่าเดิม ต่างงัดละครดีเด่นดังของตัวเองออกมา เพื่อหวังกระชากเรตติ้ง วันนี้เรามาย้อนความจำกันสักหน่อยว่า ละครไทยที่ผ่านตามาตลอดปีนี้ มีเรื่องไหนบ้างที่โด่งดัง ถูกพูดถึงทั่วบ้านทั่วเมือง และเรื่องไหนบ้างที่ล้มแป้กไม่เป็นท่า ทั้งที่ผู้สร้างต่างก็คาดหวังว่าน่าจะทำเรตติ้งได้ดี
เริ่มต้นที่เรื่องแรก "นาคี" จากช่อง 3 เป็นละครที่ทำเรตติ้งที่ดีที่สุดให้กับทางช่อง ด้วยเรตติ้งเฉลี่ยตอนจบเมื่อวันที่ 5 ธันวาคม ที่ผ่านมา จากการสำรวจของเอซี นีลเส็น สามารถทำเรตติ้ง ทั่วประเทศ 17.29 / กทม.20.43 / ต่างจังหวัดในเขตเทศบาล 17.44 และต่างจังหวัดนอกเขตเทศบาล 16.50 ถือเป็นเรตติ้งสูงสุดเป็นประวัติการณ์ของละครช่อง 3 ในรอบหลายๆปี แถมยังถูกพูดถึงในโลกโซเชี่ยลอย่างมาก และยังติดทวิตเตอร์ความนิยมโลก แถมยังเป็นละครที่มีเรตติ้งสูงสุดแห่งปีของช่อง3อีกด้วย ด้วยเรตติ้งเฉลี่ย 10.93 ส่วนอีก4อันดับที่ทำเรตติ้งได้ดีแห่งปีของช่อง3 เรียงตามลำดับคือ ตามรักคืนใจ, ปดิวรัดา,ชาติพยัคฆ์ และเจ้าบ้านเจ้าเรือน
หากจะมองถึงความสำเร็จของ "นาคี" ต้องยอมรับว่ามีหลายปัจจัย ทั้งเรื่องของการใช้ภาษาถิ่นตลอดทั้งเรื่อง และมีซับไตเติ้ลขึ้นให้ตลอดเวลา การเมคอัพใบหน้าของตัวละครได้อย่างสมจริง ไม่ฉูดฉาดหรือโดดเด่นเกินธรรมชาติของสาวบ้านป่า และเล่นกับความเชื่อโบราณตำนานพญานาคแห่งลำน้ำโขง เนื่องจากเป็นสิ่งที่มนุษย์ใคร่อยากรู้ ทางด้านของผู้เขียนบทโทรทัศน์ สรรัตน์ จิรบวรวิสุทธิ์ บอกว่าความสำเร็จของละครเรื่องนี้ คือการที่ทีมงานทุกคนร่วมมือร่วมใจกันทำงาน ไม่ว่าจะพบเจอกับอุปสรรคอะไรมา สุดท้ายก็ประสบความสำเร็จ แถมยังพ่วงให้เพลงประกอบละครอย่าง "คู่คอง" ผลงานการแต่งเนื้อร้อง ทำนอง และขับร้องโดย ศิลปินลูกทุ่งแห่งปี "ก้อง ห้วยไร่" ฮิตทั่วบ้านทั่วเมืองไปอีกด้วยต่อกันด้วยเรื่อง "พิษสวาท" ทางช่อง ONE ช่องทีวีดิจิตอล ที่ลาจอไปเมื่อวันที่ 19 กันยายน ถือได้ว่าเป็นละครมาสเตอร์พีซของค่ายเอ็กแซ็กท์ เพราะขนพระเอก นางเอก ระดับตัวพ่อตัวแม่ มาประชันบทบาทกันอย่างเข้มข้น ทั้ง ป้อง ณวัฒน์ และ นุ่น วรนุช ร่วมด้วย เจษ เจษฎ์พิพัฒ และ เบญ เรวิญานันท์ ทาเกิด จากการกำกับของ สันต์ ศรีแก้วหล่อ โดยเรตติ้งตอนสวสาน ทั่วประเทศได้ 5.33 / กรุงเทพฯ ได้ 9.33 ต่างจังหวัดนอกเขตเทศบาล ได้ 4.16 ส่วนต่างจังหวัดในเขตเทศบาลตามหัวเมืองใหญ่ เช่น เชียงใหม่, ขอนแก่น ได้ 5.99 ถึงแม้ว่าจะได้ตัวเลขระดับนี้ แต่ก็ถือว่าเป็นตัวเลขที่ดีมากๆของละครในค่ายเท่าที่เคยทำมา รวมทั้งกระแสก็ฮอตฮิตไปทั่วบ้านทั่วเมือง ทั้งติดเทรนด์ในโลกทวิตเตอร์ และเกือบทั้งประเทศต่างเฝ้ารอติดตามในตอนอวสาน กับบทสรุปของความรัก ความเสียสละ และคนที่โกงชาติโกงแผ่นดิน ส่วนฝีไม้ลายมือของนักแสดงไม่ต้องพูดถึง ทุกคนต่างทุ่มเทให้กับละครอันทรงคุณค่าเรื่องนี้อย่างเต็มที่ ด้วยเนื้อหา การแสดง จึงทำให้ละครพิษสวาทโด่งดังแบบไม่ค้านสายตา
ข้ามมาที่ฟากช่อง 7 กันบ้าง กับละครรีเมคฟอร์มยักษ์ "ขมิ้นกับปูน" ของค่ายพอดีคำ แรกเริ่มตอนมีการวางตัวนักแสดงในช่วงบทบาทของรุ่นลูก หลายคนถึงกับกังวลใจว่าจะทำได้ดีเทียบเท่าสมัยของ ชไมพร จตุรภุช หรือ จอย ศิริลักษณ์ ผ่องโชคหรือเปล่า เพราะบทของปัทมา ต้องใช้คนที่มีพลังทางการแสดงที่แข็งกล้ามาขยี้บทนี้ให้แจ้งเกิด พอชื่อออกมาเป็นนางเอก "กรีน อัษฏาพร" แฟนละครต่างจับตารอชมว่าเธอจะเข้าถึงบทบาทได้หรือไม่ สุดท้ายแล้ว กรีน ก็ไม่ทำให้แฟนละครต้องผิดหวัง เมื่อเธอสวมบทของปัทมาตั้งแต่วัยใส จนถึงวันที่ตัวเองเก็บกดกับหลายๆเรื่องที่ถูกกระทำ จนสุดท้ายกลายเป็นบ้า เธอก็สามารถทำได้ดี และได้รับคำชมไปทั่วบ้านทั่วเมือง กับเรตติ้งตอนจบโดยเฉลี่ย 10.6 งานนี้ต้องยกความดีความชอบให้กับทีมงานทุกคน และตัวของนักแสดงทุกๆคนด้วย ที่ส่งบทกันได้ดี จึงทำให้ ขมิ้นกับปูน มากู้หน้าให้กับช่อง 7 ได้
------- มากันที่ ละครแป้ก ดับสนิท แบบไม่แจ้งเกิด แถมยังลาจอกันไปแบบเงียบๆกันบ้าง เริ่มที่ ซีรี่ส์ เจ้าเวหา ของช่องทรูฟอร์ยู ผลงานการเป็นผู้จัดครั้งแรกของอั้ม อธิชาติ และ นัท มีเรีย แรกเริ่มมีการเปิดตัวอย่างยิ่งใหญ่ว่าจะทำเป็นซีรี่ส์3เรื่อง และใช้บริการนักแสดงระดับแถวหน้าของวงการถึง 6 คนด้วยกัน คือ อั้ม อธิชาติ นุ่น วรนุช แพนเค้ก เขมนิจ แอนดริว เกร้กสัน ติ๊ก เจษฎาภรณ์ และ ใหม่ ดาวิกา โดยตอนแรกที่ชื่อว่า ฝั่งน้ำจรดฝั่งฟ้า กลับแป้กไม่เป็นท่า ทั้งที่ใช้บริการดาราดังมาดึงคนดูหน้าจอ และถึงแม้ว่าทางผู้จัดจะพูดปลอบใจตัวเองว่าเป็นละครที่เรตติ้งดีที่สุดของช่อง แต่สุดท้ายหากเทียบกับโลกภายนอก ของเรายังอยู่ห่างไกล และจากผลพวงซีรี่ส์ตอนแรก ไม่ประสบความสำเร็จเท่าที่ควร ทำให้ตอนที่ 2และ3 อย่าง พิชิตแดนใจ และ ผู้ครองฟ้า ต้องระงับการผลิตไปชั่วคราวมาที่ช่อง 8 กันบ้าง ที่พักหลังเดินหน้าผลิตละครอย่างต่อเนื่องและหลากหลายแนว แต่ก็ยังไม่เห็นมีเรื่องไหนที่เปรี้ยงแบบสุดขีด ไม่เว้นแม้กระทั่งละครผีสุดคลาสสิคอย่าง "แม่นาก" ที่ทางผู้บริหารของช่อง ต่างหมายมั่นปั้นมือว่าละครเรื่องนี้ จะต้องฮิตติดลมบนอย่างแน่นอน ด้วยการวางตัวนักร้องลูกทุ่งสาวสุดเซ็กซี่ "ใบเตย อาร์สยาม" มารับบทแม่นาก ประกบกับพระเอกใหม่อย่าง "มาตินร์ มิดาล" แต่ก็ไม่ได้นำพา กระแสเงียบสนิท โลกออนไลน์ไม่มีการพูดถึง หากแต่จะพูดก็มีอยู่เรื่องเดียวคือ ฝีมือลายไม้ของ ใบเตย ที่ยังไม่ถึงและยังไม่เหมาะที่จะมาลงบทใหญ่ๆแบบนี้ และไม่ว่าจะด้วยสาเหตุอะไรก็แล้วแต่ แต่เชื่อว่าทางช่องน่าจะได้บทเรียนจากละครเรื่องนี้ไม่มากก็น้อยปิดท้ายที่ ซีรี่ส์ สงครามนางงาม ซีซั่น 2 จากค่ายเอ็กแซ็กท์ ทางช่อง ONE ด้วยความที่ซีซั่นที่ 1 ประสบความสำเร็จ ทางทีมผู้สร้างจึงได้มีการต่อยอด ด้วยการทำซีซั่นที่ 2 และรับสมัครหานักแสดงหน้าใหม่ เพื่อมารับบทสาวงามในละครเรื่องนี้ แรก ๆ ตอนทำการคัดเลือกยังพอมีกระแสอยู่บ้าง แต่พอละครออกอากาศ กลับพบกับความแป้กสนิท เนื่องจากมีการนำไปเทียบกับของเดิมซีซั่นที่ 1 และ บทละครที่เขียนเอาไว้ในซีซั่นที่ 2 นี้กลับวนอยู่ในอ่าง ไม่มีเหตุ ไม่มีผล มีการเทบทเด่นไปที่นักแสดงใหม่เพียงคนเดียว แถมตอนจบ 1 ในนักแสดงอย่าง ลูกเกด เมทินี ก็ไม่ได้อยู่ในการถ่ายทำ ทำให้ต้องมีการปรับเปลี่ยนบทกันใหม่ขณะออกอากาศ ยิ่งทำให้ละครเรื่องนี้ถอยหลังเข้าคลอง จนตอนอวสานของเรื่อง บทสรุปของตัวละครก็ไม่มีความสมเหตุสมผล จึงทำให้กระแสดร็อปลงไปมากพอสมควร ด้วยเหตุนี้ อาจจะเป็นสาเหตุให้ไม่มีซีซั่นที่ 3 แล้วก็เป็นได้
ทั้ง 6 เรื่องนี้ คือที่สุดของละคร เปรี้ยงสนั่น และ แป้กสนิท แห่งปี 2559 ที่เราคัดเลือกมาให้คุณผู้ชมได้ติดตามกัน การที่ละครเรื่องนึงจะประสบความสำเร็จนั่น ไม่ได้ขึ้นอยู่ที่คนเพียงคนเพียง หากแต่หมายถึงทุกสิ่ง อาทิ ผู้กำกับ คนเขียนบท บทละครโทรทัศน์ ทีมนักแสดง นักแสดงสมทบ ช่างหน้า ช่างผม ช่างไฟ หรือแม้แต่แม่บ้าน ทุกคนล้วนมีส่วนช่วยกันให้ละครหนึ่งเรื่องประสบความสำเร็จขึ้นมาได้ และกลายเป็นที่จดจำของคนดู หวังว่าบทเรียนจากในปี 2559 จะทำให้บรรดาผู้จัดละครและสถานีโทรทัศน์ นำกลับไปวิเคราะห์ เพื่อให้ปี 2560 และปีถัดๆไป ละครของช่องตัวเอง จะได้กลับมาผงาดเรียกเรตติ้งบนหน้าจออีกครั้ง