งานนี้เนชั่นทีวีของเราก็ได้รับเชิญให้ไปร่วมงานสำคัญครั้งนีค่ะ จริงๆแล้ว บทบาทของเราบนเวทีระดับโลก ในด้านพิพิฐภัณฑ์นั้น เคยโดดเด่นมาก อยู่ในระดับแถวหน้าของเอเชียตะวันออกเฉียงใต้มาแล้วแต่ด้วยปัจจัยหลายๆ อย่าง ทำให้เราหายหน้าหายตาไป การกลับมาครั้งนี้ ก็เป็นเครื่องยืนยันว่าไทยของเราพร้อมกลับมาบนเวทีระดับนานาชาติอีกครั้งค่ะ
งานนี้จัดขึ้นที่ ศูนย์ประชุมนานาชาติMico Milano Congressi เมืองมิลาน โดยมีชาติที่เป็นสมาชิกICOM ส่งตัวแทนเข้าร่วมงานกันอย่างคึกคัก จากพิพิธภัณฑ์ 3,500 แห่ง จาก 130 ประเทศ ด้าน ICOM ประเทศไทยซึ่งอยู่ภายใต้การกำกับดูแล ของกรมศิลปากร กระทรวงวัฒนธรรม ก็ได้ส่ง 2 นักวิชาการ อย่าง จารุณี อินเฉิดฉาย ภัณฑารักษ์ชำนาญการพิเศษสำนักพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ และ ดิษพงษ์ เนตรล้อมวงศ์ ภัณฑารักษ์ ชำนาญการ ฐานะกรรมการ ไอคอมไทย ไปศึกษาดูงานและร่วมประชุมในครั้งนี้ด้วย เพื่อให้นำเอานวัตกรรมใหม่ๆ กลับมาปรับใช้กับ พิพิฐภัณฑ์ในประเทศไทยค่ะ
นอกจากเจ้าหน้าที่จากกรมศิลปากรแล้วยังมีนักพิพิฐภัณท์ จาก กรมทรัพยากรธรณี,มหาวิทยาลัยมหิดลและ พิพิธภัณฑ์ผ้าในสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ มาร่วมนำเสนอผลงาน และเก็บเกี่ยวความรู้ สร้างเครือข่าย กับพิพิฐภัณท์ระดับโลกในงานนี้ด้วยค่ะ โดย ดร.ดรุณี สายสุทธิชัย ผู้อำนวยการศูนย์วิจัย จากพิพิธภัณฑ์แร่และหิน ของกรมทรัพยากรธรณีที่ตอนนี้ ทางกรม ดูแล พิพิฐภัณท์อบยู่ถึง 7 แห่ง ก็ยอมรับว่าเรื่องเนื้อหาสาระความรู้นั้น เราไม่เป็นรองใคร แต่รูปแบบการนำเสนอที่น่าสนใจคือสิ่งที่เราขาดค่ะ
ด้าน ศาสตราจารย์ ดร.อภินันท์ โปษยานนท์ ปลัดกระทรวงวัฒนธรรม ในฐานะประธานคณะกรรมการแห่งชาติว่าด้วยสภาการพิพิธภัณฑ์ระหว่างชาติหรือ ไอคอมไทย ที่เดินทางมาเข้าร่วมการประชุมครั้งนี้และ ได้ถือโอกาส ทวงถาม ในประเด็นร้อนที่ พิพิฐภัณท์ใหญ่ๆมักมองข้าม คือ จิตสำนึก ของคนทำพิพิฐภัณท์ ใน การส่งคืนวัตถุโบราณ ที่ได้มาโดยมิชอบให้ประเทศต้นทาง
โดยสถานการณ์โดยรวมของพิพิธภัณฑ์บ้านเราตอนนี้ ก็กระจัดกระจาย เพราะมีทั้งที่อยู่ภายใต้การดำเนินการของภาครัฐ และ พิพิธภัณฑ์ของภาคเอกชนดังนั้นการจะทำให้มารตฐาน และ ชื่อชั้นของ พิพิฐภัณฑ์สัญชาติไทย กลับไปเป็นที่หนึ่งของภูมิภาคได้ต้องอาศัยความสามัคคี การทำงานร่วมกันของทุกฝ่าย
"พิพิธภัณฑ์"เป็นมากกว่าศูนย์การเรียนรู้ ไม่ใช่ห้องเก็บของเก่า และ ไม่ใช่แค่สถานที่ท่องเที่ยวเพื่อถ่ายรูปCheck in กันเท่านั้น แต่"พิพิธภัณฑ์"สามารถบ่งชี้ความเจริญก้าวหน้า ของประเทศนั้นๆได้เป็นอย่างดี หากภาครัฐ เอกชนและ ประชาชนให้ความสำคัญกับการมีอยู่ของ"พิพิธภัณฑ์"ไม่ว่าจะเป็น พิพิธภัณฑสถาน, พิพิธภัณฑ์ร่วมสมัย ไปจนถึงพิพิธภัณฑ์วิทยาศาสตร์แห่งอนาคต นั่นทำให้เห็นว่า คนในประเทศให้ความสำคัญกับการเรียนรู้นอกห้องเรียนมากขนาดไหนค่ะ