เนชั่นทีวี ได้สอบถามกับทางด้านอธิบดีกรมศุลกากร นายกุลิศ สมบัติศิริ บอกว่า ปกติทางกรมศุลกากรจะใช้วิธีการสุ่มตรวจเนื่องจากจำนวนผู้โดยสารมีปริมาณมาก กรณีมิน พิชญา อาจไม่ถูกสุ่มตรวจทำให้สามารถผ่านไปได้ แต่ที่ผ่านมาหากมีสายข่าวได้รับแจ้งจะมีการจัดเจ้าหน้าที่เฝ้าระวังบุคคลต้องสงสัยตั้งแต่ออกจากเครื่องบิน
อย่างไรก็ตาม ได้ติดต่อไปทางมิน พีชญาแล้ว โดยอยู่ระหว่างรอเจ้าตัวมาให้ข้อมูลโดยเจ้าหน้าที่จะสอบถามถึงความถูกต้องของการนำกระเป๋าเข้ามา ถ้าพบยังไม่เสียภาษีก็จะต้องทำการเสียภาษีตามอัตราที่กำหนด 30 เปอร์เซนต์ บวกค่าปรับ
นายกุลิศ กล่าวว่าถ้าหากลักลอบ มีเสียค่าปรับอีกเท่าตัวเป็น 60 เปอร์เซนต์ และภาษีมูลค่าเพิ่มด้วย
ขณะที่ปลายปีนี้จะมีการวางมาตรการเพิ่มทั้งสนามบินสุวรรณภูมิ และดอนเมือง ในทุกสายการบิน ทางกรมศุลกากรจะเอ็กซเรย์กระเป๋าทุกใบตั้งแต่ออกจากท้องเครื่องบิน หากพบใบต้องสงสัยจะทำการตรวจตรงจุดนั้นทันที