หากจะพูดถึงจังหวัดนครปฐมหนึ่งในสถานที่ท่องเที่ยวที่มีคุณค่าทางจิตใจของประชาชนชาวไทย คงจะเป็นที่ไหนไปไม่ได้นอกจากองค์พระปฐมเจดีย์ ที่ไม่ว่าใครจะมาหรือจะไป ก็ต้องแวะสักการะบูชา รวมถึงการเข้าเยี่ยมชมพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติพระปฐมเจดีย์ ที่ตั้งอยู่ในพื้นที่ขององค์พระปฐมเจดีย์แห่งนี้ โดยภายในมีการจัดแสดงความเป็นไปเป็นมาขององค์พระปฐมเจดีย์วัตถุโบราณและหลักฐานทางประวัติศาสตร์ ที่เปิดให้ประชาชนทั่วไปเข้าชมและศึกษาตลอดทุกวันทำการตามวันเวลาราชการแต่พื้นที่ที่ค่อนข้างจำกัด ทำให้ไม่สามารถพัฒนาหรือเพิ่มจำนวนวัตถุโบราณที่ต้องการจัดแสดงได้อย่างเต็มที่ จึงเกิดโครงการที่จะย้ายพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติพระปฐมเจดีย์ไปอยู่ในที่แห่งใหม่ซึ่งไม่ไกลจากจุดเดิม
ล่าสุดนายวีระ โรจพจนรัตน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม พร้อมด้วยนายอนันต์ ชูโชติ อธิบดีกรมศิลปากร ลงพื้นที่จังหวัดนครปฐมสำรวจพื้นที่องค์พระปฐมเจดีย์ และพื้นที่เรือนจำกลางจังหวัดนครปฐม สำหรับจัดสร้างพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติพระปฐมเจดีย์แห่งใหม่ และประชุมหารือร่วมกับนายชาติชายอุทัยพันธ์ ผู้ว่าราชการ จังหวัดนครปฐม ถึงแนวทางการจัดตั้งพิพิธภัณฑ์แห่งชาติอีกด้วย
โดยพื้นทืแห่งใหม่ของพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติพระปฐมเจดีย์ที่ประชุมคณะกรรมการพิจารณาใช้ที่ราชพัสดุแปลงเรือนจำกลางนครปฐมแห่งเดิม เป็นที่จัดตั้งพิพิธภัณฑ์แห่งใหม่โดยให้กรมศิลปากร ใช้ที่ราชพัสดุเนื้อที่6ไร่ ด้านทิศใต้ของแปลงที่ดินจากเนื้อที่บริเวณนั้นกว่า32ไร่ โดยพื้นที่ที่เหลือ จะให้เทศบาลนครปฐมใช้เป็นสวนสาธารณะพร้อมเก็บอาคารเรือนจำกลางบางส่วนไว้ เพื่อเป็นแหล่งเรียนรู้ของเยาวชนรุ่นหลัง เนื่องจากเป็นพื้นที่โบราณที่มามานานกว่าร้อยปี
นอกจากนี้นายวีระโรจพจนรัตน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม ยังกล่าวถึงโครงการนำเสนอ พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติพระปฐมเจดีย์ต่อองค์การยูเนสโก้ เพื่อขึ้นทะเบียนให้เป็นมรดกโลก เพื่อให้เป็นผลดีต่อการท่องเที่ยวในจังหวัดนครปฐมและการทำนุบำรุงโบราณสถานให้อยู่ในสภาพที่ดีเยี่ยมต่อไปอีกด้วย
ส่วนการแปรับทำความเข้าใจกับประชาชนในพื้นที่ทางกระทรวงวัฒนะรรม ร่วมมือกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง จะมีการดำเนินการอย่างเร่งด่วนเพื่อให้เกิดการรับรู้และความเข้าใจอันดี ระหว่างหน่วยงานรัฐ และประชาชนในพื้นที่จังหวัดนครปฐม