ด้าน "นายวรชัย ตั้งสิทธิ์ภักดี” ผู้ช่วยกรรมการผู้จัด การ บริษัท จินฮั้วเฮง จำกัด มองว่า ราคาทองปรับตัวขึ้นเป็นผลมาจากตัวเลขเงินเฟ้อสหรัฐล่าสุดออกมาแย่กว่าคาดอยู่ระดับ 76.9 ในเดือนก.พ. และต่ำกว่าตัวเลขคาดการณ์ของนักวิเคราะห์ที่ระดับ 79.6 จากระดับ 79.0 ในเดือนม.ค.ที่ผ่านมา
ขณะที่ดัชนีภาคการผลิตของสหรัฐปรับตัวลงสู่ระดับ 47.8 ในเดือนก.พ. จากระดับ 49.1 ในเดือนม.ค. และต่ำกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ที่ระดับ 49.5 โดยดัชนียังคงปรับตัวต่ำกว่าระดับ 50 ซึ่งบ่งชี้ภาวะหดตัวของภาคการผลิตสหรัฐ โดยเป็นการหดตัวติดต่อกันเป็นเดือนที่ 16
นอกจากนี้ผู้ใช้สิทธิ์การว่างงานเพิ่มขึ้นทำให้ตลาดคาดการณ์ว่าธนาคารกลางสหรัฐหรือเฟดอาจปรับลดดอกเบี้ยเร็วกว่าคาด จากเดิมที่วางแผนไว้ว่าจะลดดอกเบี้ยในเดือนพ.ค.นี้ เนื่องจากเศรษฐกิจสหรัฐเริ่มชะละตัว
โดยการเคลื่อนไหวของราคาทองไทยวันที่ 5 มี.ค. ที่ผ่านมาถือว่าทุบสถิติใหม่เป็นประวัติการณ์สำหรับราคาในประเทศ ส่วนราคา GOLD SPOT ในต่างประเทศจะต้องจับตาดูว่าจะเกินจุดสูงสุด 2,145 ดอลลาร์สหรัฐต่อออนซ์หรือไม่ ถ้าแตะและไปต่อก็มีโอกาสที่จะทำจุดสูงสุดใหม่ ด้านราคาทองแท่งในประเทศก็มีโอกาสที่จะแตะไปสู่ระดับ 37,000 บาทในปีนี้ได้เช่นกัน
ทั้งนี้เป็นผลมาจากภาวะเศรษฐกิจสหรัฐฯ ที่เริ่มชะลอตัวทำให้ตลาดคาดการณ์ว่า เฟดอาจปรับลดดอกเบี้ยลง 5 ครั้งในปีนี้ จากเดิมคาดการณ์ 3 ครั้ง ขณะที่ธนาคารกลางทั่วโลกเริ่มหันมาใช้ทองคำเป็นทุนสำรองแทนเงินดอลลาร์สหรัฐในช่วง 2-3 ปีที่ผ่านมาทำให้ความต้องการทองคำยังอยู่ในระดับสูง
นอกจากนี้ปัจจัยที่ต้องติดตามคือด้านความเสี่ยงภูมิรัฐ ศาสตร์ อย่างไรก็ตาม เทรนด์ทองคำยังเป็นขาขึ้น แต่ก็ต้องระวังแรงเทขายหากราคาดีดปรับตัวสูง ประเมินกรอบแนวรับ2,080 ดอลลาร์สหรัฐต่อออนซ์ แนวต้านที่ 2,145 ดอลลาร์สหรัฐต่อออนซ์
ปิดท้ายที่ "น.ส.ศิริลักษณ์ ปโกฏิประภา" ผู้อำนวยการฝ่ายวิเคราะห์ บริษัท ฮั่วเซ่งเฮง โกลด์ ฟิวเจอร์ส ที่มองว่า ตัวเลขเศรษฐกิจสหรัฐฯ เริ่มชะลอตัว เช่น ดัชนีความเชื่อมั่นผูบริโภคลดลงทำให้การให้การใช้จ่ายที่เป็นตัวขับเคลื่อนเศรษฐกิจ ขณะที่เฟดไม่ได้เร่งการลดดอกเบี้ย ซึ่งตลาดรับรู้มาแล้ว โดยตลาดจับตาดูว่าเฟดจะลดดอกเบี้ยลงเมื่อไหร่ เพราะเป้าหมายของเฟดคือการทำให้เงินเฟ้อเข้าสู่กรอบ 2%
สำหรับราคาทองคำที่มีแรงซื้อเข้ามาหนาแน่นอาจเกิดจากปัจจัยทางเทคนิค ซึ่งต้องรอจับตาดูว่าการประชุมเฟดมี.ค.นี้ จะมีการส่งสัญญาณต่อนโยบายดอกเบี้ยอย่างไรและมีการปรับประมาณการณ์เศรษฐกิจใหม่หรือไม่
อย่างไรก็ตาม คาดว่าทองคำแท่งมีโอกาสทะลุ 37,000 บาท เป็นผลมาจากธนาคารกลางหลายแห่งซื้อทองเป็นทุนสำรองระหว่างประเทศ ภาวะสงครามที่ยังไม่ยุติ และเฟดปรับลดดอกเบี้ย เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจสหรัฐ
แม้ภาวะตื่นทองที่เกิดขึ้นอาจจะยังดำเนินต่อไปได้ จากปัจจัยสนับสนุนต่างๆ ที่ยังมีอยู่ แต่จากการที่ราคาทองดีดตัวรับข่าวเชิงบวกมามากแล้ว การเข้ามาไล่ซื้อตามกระแส อาจสุ่มเสี่ยงที่จะได้ไม่คุ้มเสีย หรือหากยังจะกล้าเข้าลงทุน คงต้องคอยติดตามข่าวสารและความเคลื่อนไหวต่างๆ อย่างใกล้ชิด เพื่อปรับกลยุทธ์ลงทุนได้ทันท่วงที.....