ในฝั่งตลาดบอนด์ เราประเมินว่า บอนด์ยีลด์ 10 ปี สหรัฐฯ อาจแกว่งตัวแถวโซน 4.30% เนื่องจากผู้เล่นในตลาดต่างก็รอลุ้นรายงานข้อมูลเศรษฐกิจสหรัฐฯ อย่าง ดัชนี PMI ภาคการผลิตและภาคการบริการ ขณะเดียวกัน ผู้เล่นในตลาดต่างรอจับตาถ้อยแถลงของบรรดาเจ้าหน้าที่เฟด ทั้งนี้ เราคงมุมมองเดิมว่า บอนด์ยีลด์ 10 ปี สหรัฐฯ ในโซนเหนือกว่า 4.20% ถือเป็นระดับที่น่าสนใจ และนักลงทุนสามารถทยอยเพิ่มสถานะการลงทุนได้ หรือนักลงทุนอาจรอจังหวะ Buy on Dip ก็ได้เช่นกัน โดย นักลงทุนอาจใช้กองทุนรวมตราสารหนี้ต่างประเทศ หรือ ETF อย่าง IEF (iShares 7-10 Year Treasury Bond ETF) รวมถึงตราสารที่มี IEF เป็น underlying เพื่อเป็น proxy ในการลงทุนตามมุมมองดังกล่าวได้
ทางด้านตลาดค่าเงิน แม้ว่าตลาดการเงินฝั่งสหรัฐฯ จะปิดทำการ ทำให้ปริมาณธุรกรรมในตลาดอาจเบาบางลงบ้าง แต่เงินดอลลาร์ก็เคลื่อนไหวผันผวนแข็งค่าขึ้นบ้าง โดยยังมีธีม US Exceptionalism เป็นปัจจัยหนุนเงินดอลลาร์ ท่ามกลางความกังวลแนวโน้มเศรษฐกิจยูโรโซน ที่กดดันสกุลเงินฝั่งยุโรป ทั้งเงินยูโร (EUR) และเงินปอนด์อังกฤษ (GBP) ทำให้โดยรวมดัชนีเงินดอลลาร์ (DXY) ปรับตัวขึ้นใกล้ระดับ 104.3 จุด (แกว่งตัวในกรอบ 104.2-104.4 จุด)
ส่วนของราคาทองคำ จังหวะแข็งค่าขึ้นของเงินดอลลาร์ ได้กดดันให้ ราคาทองคำ (สัญญาทองคำตลาด COMEX ส่งมอบเดือน เม.ย.) ย่อตัวลงและแกว่งตัวแถว 2,020-2,030 ดอลลาร์ต่อออนซ์ นอกจากนี้ การย่อตัวลงของราคาทองคำก็มีส่วนกดดันให้เงินบาทผันผวนอ่อนค่าลงบ้าง