ส่วนตลาดหุ้นยุโรป ดัชนี STOXX600 พลิกกลับมาย่อตัวลง -0.28% ท่ามกลางความกังวลว่า ผลประกอบการของบรรดาบริษัทจดทะเบียนอาจออกมาไม่สดใส ตามการชะลอตัวลงของเศรษฐกิจ นอกจากนี้ ผู้เล่นในตลาดต่างก็รอลุ้น ผลการประชุมธนาคารกลางยุโรป (ECB) ในวันพฤหัสฯ นี้
อย่างไรก็ดี หุ้นในกลุ่มสินค้าแบรนด์เนม LVMH +1.1% ยานยนต์ Volkswagen +6.9% และเหมืองแร่ Rio Tinto +2.3% ต่างปรับตัวขึ้น ตอบรับความหวังว่า ทางการจีนอาจออกมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจเพิ่มเติม ทำให้โดยรวมตลาดหุ้นยุโรปไม่ได้ปรับตัวลงแรง
ด้านตลาดบอนด์ มุมมองของผู้เล่นในตลาดที่เชื่อว่า เฟดจะไม่รีบลดดอกเบี้ยในการประชุมเดือนมีนาคม ยังคงช่วยหนุนให้ บอนด์ยีลด์ 10 ปี ทยอยปรับตัวขึ้น เหนือระดับ 4.10% ทั้งนี้ โดยรวมผู้เล่นในตลาดยังคงมองว่า เฟดอาจทยอยลดดอกเบี้ยครั้งละ -25bps ในทุกการประชุม จนถึงระดับ 3.75%-4.00% ในการประชุมเดือนธันวาคม (คิดเป็นการลดดอกเบี้ยราว -150bps หรือ 6 ครั้ง)
ซึ่งหากผู้เล่นในตลาดมีการปรับเปลี่ยนมุมมองต่อแนวโน้มการลดดอกเบี้ยดังกล่าว ก็อาจส่งผลกระทบต่อทิศทางบอนด์ยีลด์สหรัฐฯ ได้พอสมควร โดยหากผู้เล่นในตลาด “เลิกเชื่อ” ว่า เฟดจะสามารถลดดอกเบี้ยได้เร็วและลึก ตามที่เคยประเมินไว้ ก็อาจหนุนให้ บอนด์ยีลด์ 10 ปี สหรัฐฯ มีโอกาสผันผวนสูงขึ้นได้ในช่วงนี้
ซึ่งคงแนะนำว่า ผู้เล่นในตลาดควรเน้นกลยุทธ์ Buy on Dip โดยพยายามคำนึงถึง จุดคุ้มทุน หรือ Break-even เมื่อพิจารณาถึงผลตอบแทนรวม หรือ Total Return ที่จะได้จากการถือครองบอนด์ (บอนด์ยีลด์ 10 ปี สหรัฐฯ ตั้งแต่ 4.20% ขึ้นไป ถือว่า มี Risk-Reward ที่น่าสนใจ)