- กระทรวงพาณิชย์สหรัฐ เปิดเผย ดัชนีราคาการใช้จ่ายเพื่อการบริโภคส่วนบุคคลพื้นฐาน (Core PCE) เดือน ธ.คทั้งนี้ ดัชนี PCE ถือเป็นมาตรวัดเงินเฟ้อที่สามารถตรวจจับการเปลี่ยนแปลงในพฤติกรรมของผู้บริโภค และครอบคลุมราคาสินค้าและบริการในวงกว้างมากกว่าดัชนีราคาผู้บริโภค (CPI)
ซึ่งการเปิดเผยข้อมูลเงินเฟ้อของสหรัฐฯ ที่ชะลอตัวลงสนับ สนุนการคาดการณ์ของตลาดที่ว่า เฟดอาจจะปรับลดอัตราดอกเบี้ยลงในเดือนมี.ค.ปีนี้ โดยเป็นปัจจัยหนุนราคาทองคำ (ดัชนี PCE พื้นฐาน (Core PCE) ไม่นับรวมหมวดอาหารและพลังงาน ปรับตัวขึ้น 3.2% ในเดือนพ.ย. เมื่อเทียบรายปี จากระดับ 3.4% ในเดือนต.ค. และต่ำกว่าตัวเลขคาดการณ์ของนักวิเคราะห์ที่ระดับ 3.3%
สำหระับแนวโน้มทิศทางทองคำเป็นการแกว่งตัวในกรอบแบบ Sideway down หลังเฟดส่งสัญญาณยังไม่รีบลดดอกเบี้ยแม้เงินเฟ้อชะลอตัว ขณะที่สถานการณ์สงคราม การโจมตีของกลุ่มกบฏฮูตีในทะเลแดง หากไม่ได้รุนแรงมากขึ้น หรือ อิหร่าน ไม่เข้ามาทำสงครามด้วย อาจไม่ได้หนุนราคาทองคำมากนัก
ส่วนดัชนีความเชื่อมั่นของผู้บริโภคสหรัฐพุ่งขึ้นสู่ระดับ 78.8 ในเดือนม.ค. ซึ่งเป็นระดับสูงสุดนับตั้งแต่เดือนก.ค.2564 และสูงกว่าตัวเลขคาดการณ์ของนักวิเคราะห์ที่ระดับ 70.2 จากระดับ 69.7 ในเดือนธ.ค. ส่งให้ทองคำลงต่อได้
อย่างไรก็ตาม ประเมินแนวต้านแรกที่ 2,032 ดอลลาร์ต่อออนซ์ แนวต้านถัดไปที่ 2,051 ดอลลาร์ต่อออนซ์ แนวต้านสุดท้ายที่ 2,070 ดอลลาร์ต่อออนซ์ แนวรับแรกที่ 1,991 ดอลลาร์ต่อออนซ์ แนวต้านถัดไปที่ 1,972 ดอลลาร์ต่อออนซ์ แนวต้านสุดท้าย 1,953 ดอลลาร์ต่อออนซ์
กลยุทธ์การลงทุน ราคาแกว่งตัวในกรอบแคบ หากราคายังไม่สามารถทรงตัวเหนือแนวต้านได้ แนะนำเปิดสถานะขายทำกำไรระยะสั้น ประเมินแนวต้านโซน 2,032-2,051 ดอล ลาร์ต่อออนซ์ เพื่อรอทยอยปิดสถานะขายทำกำไรหากราคาปรับตัวลงไม่หลุดแนวรับ 2,001-1,991 ดอลลาร์ต่อออนซ์ สถานะขายตัดขาดทุนหากราคาผ่านแนวต้าน 2,051 ดอล ลาร์ต่อออนซ์