เนชั่นทีวี

Business thai

เช็กเลย ! ประเทศไหนทุ่มเม็ดเงินลงทุนในไทยมากสุด

26 ต.ค. 2566 | sukanya_san

เช็กเลย ! ประเทศไหนทุ่มเม็ดเงินลงทุนในไทยมากสุด

พาณิชย์เผยต่างชาติลงทุนไทย  9 เดือนทะลุ  84,013 ล้านบาท ก่อให้เกิดการจ้างงาน 5,703 คน ส่วนประเทศไหนลงทุนในไทยมากสุดตามไปดูกันเลย

 นายนภินทร ศรีสรรพางค์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่า นายจิตรกร ว่องเขตกร)   รองอธิบดีกรมพัฒนาธุรกิจการค้าได้รายงานว่า ช่วง 9  เดือนที่ผ่านมา (ม.ค.-ก.ย.) มีการอนุญาตให้คนต่างชาติเข้ามาลงทุนประกอบธุรกิจในประเทศไทย ภายใต้พระราชบัญญัติการประกอบธุรกิจของคนต่างด้าว พ.ศ. 2542 จำนวน 493 ราย  เพิ่มขึ้น 13% รายหากเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน

โดยเป็นการลงทุนผ่านช่องทางการขอรับใบอนุญาตประกอบธุรกิจของคนต่างด้าว จำนวน 166 ราย และการขอหนังสือรับรองการประกอบธุรกิจของคนต่างด้าว จำนวน 327 ราย เงินลงทุนรวมทั้งสิ้น 84,013 ล้านบาท ลดลง 15% หากเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนอยู่ที่  99,368 ล้านบาท ก่อให้เกิดการจ้างงานคนไทย 5,703 คน เพิ่มขึ้น 41% จากเดิมอยู่ที่ 4,041 คน

สำหรับชาวต่างชาติที่เข้ามาลงทุน 5 อันดับแรก 

- ญี่ปุ่น 111 ราย  สัดส่วน 23% เงินลงทุน 22,929 ล้านบาท

- สหรัฐอเมริกา 80 ราย สัดส่วน16% เงินลงทุน 3,986 ล้านบาท

- สิงคโปร์ 77 ราย สัดส่วน 16% เงินลงทุน 20,513 ล้านบาท

- จีน 38 ราย สัดส่วน 8% เงินลงทุน 13,377 ล้านบาท

- ฮ่องกง 20 ราย สัดส่วน 4% เงินลงทุน 5,369 ล้านบาท

นอกจากนี้ได้รถ่ายทอดเทคโนโลยี เพื่อเป็นความรู้เฉพาะด้าน โดยตรงจากประเทศผู้เข้ามาลงทุนให้แก่คนไทย เช่น องค์ความรู้เกี่ยวกับการควบคุมแรงดันหลุมขุดเจาะปิโตรเลียม องค์ความรู้เกี่ยวกับเทคนิคขั้นพื้นฐานเกี่ยวกับการอัดฉีดซีเมนต์ในหลุมแท่นขุดเจาะปิโตรเลียม

องค์ความรู้เกี่ยวกับขั้นตอนดำเนินการขุดสถานีใต้ดิน องค์ความรู้เกี่ยวกับการออกแบบระบบไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์ในโครงการรถไฟฟ้า องค์ความรู้เกี่ยวกับการผลิตไฟฟ้าจากพลังงานลม และองค์ความรู้เกี่ยวกับวิธีการแก้ไขปัญหาในการใช้งานยางล้ออากาศยาน เป็นต้น

เช็กเลย ! ประเทศไหนทุ่มเม็ดเงินลงทุนในไทยมากสุด  

ขณะที่ธุรกิจที่ได้รับอนุญาตเข้ามาลงทุน ส่วนใหญ่เป็นธุรกิจที่สอดคล้องกับการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานของประเทศ นโยบายการส่งเสริมการลงทุนเพื่อเพิ่มความสามารถในการแข่งขันของประเทศ อาทิ 

- บริการขุดเจาะหลุมปิโตรเลียมภายในบริเวณพื้นที่แปลงสำรวจที่ได้รับสัมปทานในอ่าวไทย
-  บริการบำรุงรักษาหลุมขุดเจาะปิโตรเลียมบนชายฝั่ง
- บริการออกแบบ จัดซื้อ จัดหา ติดตั้ง ปรับปรุง พัฒนา ทดลองระบบ เชื่อมระบบ และการเปิดใช้งาน ตลอดจนการบริหารจัดการสำหรับโครงการรถไฟฟ้า

- บริการก่อสร้าง รวมทั้ง ติดตั้ง และทดสอบเกี่ยวกับการวางท่อส่งก๊าซธรรมชาติและสถานีควบคุมก๊าซธรรมชาติและสิ่งอำนวยความสะดวกต่างๆ สำหรับโครงการระบบท่อส่งก๊าซธรรมชาติบนบก
- บริการออกแบบ จัดหา ติดตั้ง ตรวจสอบ ทดสอบ และบำรุงรักษา เครื่องมือและอุปกรณ์ทางการแพทย์และสำหรับที่ใช้ในสถานพยาบาล
- บริการซอฟต์แวร์ ประเภท ENTERPRISE SOFTWARE และ DIGITAL CONTENT
- บริการเป็นศูนย์กลางธุรกิจระหว่างประเทศ ซึ่งให้บริการแก่กิจการของวิสาหกิจในเครือในต่างประเทศ


 

ทั้งนี้เฉพาะเดือนก.ย. ที่ผ่านมามีการอนุญาตให้คนต่างชาติประกอบธุรกิจในประเทศไทย จำนวน 59 ราย เป็นการลงทุนผ่านช่องทางการขอรับใบอนุญาตประกอบธุรกิจของคนต่างด้าว จำนวน 22 ราย และการขอหนังสือรับรองการประกอบธุรกิจของคนต่างด้าว จำนวน 37 ราย เงินลงทุนทั้งสิ้น 18,229 ล้านบาท ส่วนใหญ่เป็นคนต่างชาติจากญี่ปุ่น จีน และฮ่องกง มีการจ้างงานคนไทย 1,219 คน

รวมถึงมีการถ่ายทอดเทคโนโลยีอันเป็นองค์ความรู้เฉพาะด้านโดยตรงจากประเทศผู้เข้ามาลงทุนให้แก่คนไทย เช่น องค์ความรู้เกี่ยวกับการดูแลความปลอดภัยของก๊าซในอุตสาหกรรม องค์ความรู้เกี่ยวกับแนวคิดและการออกแบบโรงประกอบฐานล่างของรถยนต์ไฟฟ้า องค์ความรู้เกี่ยวกับเครื่องจักรกลทางการเกษตรและอุปกรณ์ต่อพ่วงทางการเกษตร และองค์ความรู้เกี่ยวกับการกลึงลานด้วยเครื่องจักรสำหรับการกลึงข้อต่อ เป็นต้น 

ธุรกิจที่คนต่างด้าวได้รับอนุญาต 
- บริการออกแบบ จัดหา ก่อสร้าง ติดตั้ง ทดสอบระบบ ซ่อมแซม และบำรุงรักษาท่อส่งก๊าซสำหรับโครงการก่อสร้างท่อส่งก๊าซ 
- บริการทางวิศวกรรม โดยการให้คำปรึกษาด้านการสำรวจและออกแบบทางวิศวกรรมก่อสร้างสำหรับโครงการก่อสร้างโรงงานผลิตและประกอบยานยนต์ไฟฟ้า
-  บริการรับจ้างผลิตเครื่องประดับจากวัตถุดิบหลายชนิด เช่น ทองเหลือง ดีบุก ตะกั่ว พลอยเทียม และพาราเดียม เป็นต้น 
- บริการพัฒนาแพลตฟอร์มเพื่อให้บริการดิจิทัล ซึ่งเป็นการพัฒนาแพลตฟอร์มเพื่อให้บริการดิจิทัล 

ส่วนการลงทุนในพื้นที่ EEC ของนักลงทุนต่างชาติ เดือนม.ค.-ก.ย. ที่ผ่านมา มีนักลงทุนต่างชาติสนใจลงทุนในพื้นที่ EEC จำนวน 99 ราย คิดเป็น  20%  ของจำนวนนักลงทุนทั้งหมด โดยมีมูลค่าการลงทุนในพื้นที่ EEC 16,140 ล้านบาท คิดเป็น 19 % ของเงินลงทุนทั้งหมด 

นักลงทุนที่เข้ามาลงทุนในไทยมากสุด

-  ญี่ปุ่น 41 ราย ลงทุน 6,728 ล้านบาท

- จีน 18 ราย ลงทุน 1,990 ล้านบาท 

- ฮ่องกง 6 ราย ลงทุน 4,046 ล้านบาท

- ประเทศอื่น ๆ อีก 34 ราย ลงทุน 3,376 ล้านบาท 

โดยธุรกิจที่ลงทุน อาทิ 1. บริการให้คำปรึกษาแนะนำด้านการบริหารจัดการกระบวนการผลิตในอุตสาหกรรมต่างๆ 2. บริการทางวิศวกรรมและเทคนิค เช่น การออกแบบ และทดลองการใช้งานเครื่องอัดอากาศ และดำเนินการวิเคราะห์ทางวิศวกรรม เป็นต้น

3. บริการออกแบบแม่พิมพ์โลหะสำหรับผลิตชื้นส่วนยานยนต์ 4. บริการรับจ้างผลิตชิ้นส่วนโลหะ และ 5. บริการทางวิศวกรรม โดยการให้คำปรึกษาและแนะนำ การออกแบบ การปรับปรุงประสิทธิภาพของเครื่องจักร (Modifies) สำหรับใช้ในอุตสาหกรรมผลิตชิ้นส่วนยานยนต์

ทั้งนี้คาดว่าไตรมาสสุดท้ายของปี และตลอดปีนี้จะมีจำนวนนักลงทุนและเงินลงทุนจากต่างชาติเข้ามาประกอบธุรกิจในประเทศไทยเพิ่มขึ้นจากเป้าหมายของภาครัฐ เพื่อการอำนวยความสะดวกในการลงทุนจากต่างชาติ และส่งเสริมการท่องเที่ยวของประเทศ ผนวกกับมาตรการต่างๆ ในการเร่งผลักดันการกระตุ้นเศรษฐกิจโดยการเปิดประเทศอย่างเต็มรูปแบบ เพื่อเพิ่มความเชื่อมั่นและสร้างแรงดึงดูดแก่นักลงทุนจากต่างประเทศ ซึ่งจะเป็นปัจจัยสำคัญที่จะช่วยเสริมให้เศรษฐกิจของไทยฟื้นตัวได้เร็วขึ้น
 

ข่าวล่าสุด