ขณะเดียวกันต้องติดตามรายงานข้อมูลเศรษฐกิจ ผู้เล่นในตลาดจะจับตา รายงานผลประกอบการของบรรดาบริษัทจดทะเบียนในไตรมาสที่ 3 โดยหากผลประกอบการและคาดการณ์ผลกำไรออกมาสดใส ก็อาจช่วยให้ผู้เล่นในตลาดทยอยเปิดรับความเสี่ยงมากขึ้นได้
ทั้งนี้ฟันด์โฟลว์นักลงทุนต่างชาติอาจยังมีความผันผวนอยู่ โดยสถานการณ์สงครามที่ยังมีความไม่แน่นอนอยู่สูงก็อาจกระทบต่อบรรยากาศในตลาดการเงินและทำให้นักลงทุนต่างชาติยังไม่รีบกลับเข้าซื้อสินทรัพย์ไทยได้
ปัจจัยที่มีผลต่อค่าเงินบาท
- ปัจจัยภายนอก เงินบาทยังมีแนวโน้มเคลื่อนไหวไปตามทิศทางของทั้งเงินดอลลาร์ ราคาทองคำ ราคาน้ำมันดิบ รวมถึงทิศทางค่าเงินฝั่งเอเชีย (จับตาทิศทางเงินเยนญี่ปุ่น หลังเงินเยนเข้าใกล้โซน 150 เยนต่อดอลลาร์) โดยตลาดจะรอลุ้นรายงานข้อมูลเศรษฐกิจสำคัญของสหรัฐฯ ผลการประชุมของ ECB และรายงานผลประกอบการของบรรดาบริษัทจดทะเบียน
- สถานการณ์สงครามอิสราเอล-กลุ่มฮามาส ก็อาจส่งผลกระทบต่อทิศทางเงินบาทได้ ผ่านการเคลื่อนไหวของราคาทองคำและราคาน้ำมันดิบ รวมถึงมุมมองของผู้เล่นในตลาดต่อทิศทางนโยบายการเงินของเฟด ซึ่งจะกระทบต่อทิศทางบอนด์ยีลด์สหรัฐฯ และเงินดอลลาร์
ปัจจัยในประเทศ
- ควรติดตามทิศทางฟันด์โฟลว์นักลงทุนต่างชาติที่อาจยังมีความผันผวนอยู
ไฮไลท์ ข้อมูลเศรษฐกิจ
- สหรัฐฯ ตลาดจะรอลุ้น รายงานดัชนี S&P PMI ภาคการผลิตและภาคการบริการ รวมถึงอัตราการเติบโตของเศรษฐกิจไตรมาส 3 และอัตราเงินเฟ้อ PCE
- ยุโรป ผู้เล่นในตลาดจะรอจับตาผลการประชุม ECB
- เอเชียและไทย ตลาดจะรอติดตาม รายงานดัชนี PMI ภาคการผลิตและภาคการบริการของญี่ปุ่น
- การส่งออกและนำเข้าของไทย
นอกจากนี้ตลาดจะจับตาสถานการณ์สงครามระหว่างอิสราเอล กับ กลุ่มฮามาสและพันธมิตร อย่างใกล้ชิด พร้อมทั้งรอลุ้นรายงานผลประกอบการของบรรดาบริษัทจดทะเบียน อาทิ Amazon, Alphabet, Meta และ Microsoft เป็นต้น