เนชั่นทีวี

Business thai

เงินบาทกลับทิศอ่อนค่า ! รั้งอันดับ 9 ในภูมิภาค เกิดจากสาเหตุอะไร

23 ต.ค. 2566 | sukanya_san

เงินบาทกลับทิศอ่อนค่า ! รั้งอันดับ 9 ในภูมิภาค เกิดจากสาเหตุอะไร

แบงก์กรุงศรีอยุธยาประเมินเงินบาทสัปดาห์นี้เคลื่อนไหวในกรอบ 36-36.80 บาทต่อดอลลาร์สหรัฐ จับตาตลาดพันธบัตรสหรัฐฯ-เงินเฟ้อ PCE-สงครามตะวันออกกลาง-ดิจิทัลวอลเล็ต เปิดสถิติตั้งแต่ 1 ต.ค.-20 ต.ค.เงินบาทอ่อนรั้งอันดับ 9 ในภูมิภาค

น.ส. รุ่ง สงวนเรือง ผู้อำนวยการฝ่ายส่งเสริมธุรกิจและกำกับดูแลโกลบอลมาร์เก็ตส์ ธนาคารกรุงศรีอยุธยา เปิดเผยกับ Nation Online ว่า เงินบาทสัปดาห์นี้เคลื่อนไหวในกรอบ 36-36.80 บาทต่อดอลลาร์สหรัฐ   โดยติดตามภาวะตลาดพันธบัตรสหรัฐฯ เงินเฟ้อ PCE เดือนก.ย. และพัฒนาการในตะวันออกกลาง ขณะที่ประเด็นในประเทศ รอดูรายละเอียดเพิ่มเติมของโครงการ digital wallet

สำหรับการเคลื่อนไหวของสกุลเงินในภูมิภาคช่วง 1 ต.ค.-20 ต.ค.พบว่า รูเปียห์-อินโดนีเซียอ่อนค่ามากสุด  2.55%  รองลงมาเป็นริงกิต-มาเลเซีย 1.68% ดอง-เวียดนาม 0.92%   ดอลลาร์-สิงคโปร์ 0.48%  เปโซ-ฟิลิปปินส์ 0.33%  หยวน-จีน  0.27% ดอลลาร์-ไต้หวัน  0.26%  บาท-ไทย 0.19%  รูปี-อินเดีย 0.18%  วอน-เกาหลีใต้ 0.11% 

สาเหตุที่เงินบาทอ่อนค่ารั้งอันดับ 8 เทียบภูมิภาคเป็นผลมาจาก

  • อัตราผลตอบแทนพันธบัตร(บอนด์ยีลด์) ระยะยาวของสหรัฐฯพุ่งสูงขึ้นต่อเนื่อง ทั้งนี้ยอนด์ยีลด์ระยะ 10 ปีทดสอบระดับ 5% เป็นครั้งแรกในรอบ 16 ปี กดดันการลงทุนในสินทรัพย์เสี่ยง
  • ความกังวลสงครามระหว่างกลุ่มฮามาสและอิสราเอล หนุนราคาทองคำและน้ำมัน อนึ่ง ค่าเงินบาทอ่อนลงอย่างจำกัด
  • ราคาทองคำที่ไต่ระดับขึ้นต่อเนื่องแม้บอนด์ยิลด์สูงขึ้น กระตุ้นแรงส่งออกทองคำของกลุ่มผู้ค้าทองในประเทศ
  • ต่างชาติขายหุ้นไทยสุทธิ 8.8 พันล้านบาท แต่ซื้อพันธบัตร 5.7 พันล้านบาท

    เงินบาทกลับทิศอ่อนค่า ! รั้งอันดับ 9 ในภูมิภาค เกิดจากสาเหตุอะไร

นายพูน พานิชพิบูลย์ นักวิเคราะห์ประจำห้องค้าเงิน ธนาคารกรุงไทย เปิดเผยกับ Nation Online ว่า มองกรอบเงินบาทสัปดาห์นี้อยู่ที่  36.20 - 36.85 บาทต่อดอลลาร์สหรัฐฯ โดยเงินบาทอาจยังคงแกว่งตัว sideway ไร้ทิศทางที่ชัดเจน โดยสถานการณ์สงครามอิสราเอล-กลุ่มฮามาส ที่ยังมีความไม่แน่นอนอยู่สูง อาจส่งผลให้ตลาดการเงินผันผวนต่อได้ ซึ่งต้องจับตาทิศทางราคาน้ำมันดิบ และราคาทองคำ ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อทิศทางเงินบาทได้

โดยในช่วงที่ผ่านมาเงินบาทไม่ได้อ่อนค่าไปมาก เนื่องจากปริมาณธุรกรรมขายทำกำไรทองคำก็มีส่วนช่วยชะลอการอ่อนค่าของเงินบาท แต่หากปัจจัยเสี่ยงสงครามเริ่มคลี่คลายลง ขณะที่ตลาดยังกลัวแนวโน้มการเดินหน้าขึ้นดอกเบี้ยต่อของเฟด หรือ แนวโน้มเฟดคงอัตราดอกเบี้ยที่ระดับสูงได้นาน ก็อาจกระทบต่อทิศทางราคาทองคำ ในกรณีที่บอนด์ยีลด์ 10 ปี สหรัฐฯ ยังคงปรับตัวสูงขึ้นหรือทรงตัวที่ระดับสูง

นอกจากนี้ผู้เล่นในตลาดจะให้ความสำคัญต่อแนวโน้มเศรษฐกิจสหรัฐฯ ผ่านรายงานข้อมูลเศรษฐกิจสำคัญ อาทิ ดัชนี PMI ภาคการผลิตและภาคการบริการ, อัตราการเติบโตของเศรษฐกิจในไตรมาสที่ 3 และ อัตราเงินเฟ้อ PCE โดยหากรายงานข้อมูลเศรษฐกิจสหรัฐฯ ออกมาแข็งแกร่ง ก็อาจยิ่งทำให้ผู้เล่นในตลาดกังวลแนวโน้มเฟดเดินหน้าขึ้นดอกเบี้ยหรือคงอัตราดอกเบี้ยที่ระดับสูงมากขึ้น ส่งผลให้ เงินดอลลาร์มีโอกาสแข็งค่าขึ้น พร้อมกับการปรับตัวขึ้นของบอนด์ยีลด์สหรัฐฯ ซึ่งจะเป็นปัจจัยกดดันเงินบาทได้

อย่างไรก็ตาม ควรระวังความผันผวนในช่วงตลาดรับรู้ผลการประชุมของธนาคารกลางยุโรป (ECB) โดยหาก ECB แสดงความกังวลต่อแนวโน้มเศรษฐกิจมากขึ้น พร้อมส่งสัญญาณจบรอบการขึ้นดอกเบี้ย ก็อาจกดดันให้เงินยูโรอ่อนค่าลงได้

ขณะเดียวกันต้องติดตามรายงานข้อมูลเศรษฐกิจ ผู้เล่นในตลาดจะจับตา รายงานผลประกอบการของบรรดาบริษัทจดทะเบียนในไตรมาสที่ 3 โดยหากผลประกอบการและคาดการณ์ผลกำไรออกมาสดใส ก็อาจช่วยให้ผู้เล่นในตลาดทยอยเปิดรับความเสี่ยงมากขึ้นได้

ทั้งนี้ฟันด์โฟลว์นักลงทุนต่างชาติอาจยังมีความผันผวนอยู่ โดยสถานการณ์สงครามที่ยังมีความไม่แน่นอนอยู่สูงก็อาจกระทบต่อบรรยากาศในตลาดการเงินและทำให้นักลงทุนต่างชาติยังไม่รีบกลับเข้าซื้อสินทรัพย์ไทยได้

ปัจจัยที่มีผลต่อค่าเงินบาท

- ปัจจัยภายนอก เงินบาทยังมีแนวโน้มเคลื่อนไหวไปตามทิศทางของทั้งเงินดอลลาร์ ราคาทองคำ ราคาน้ำมันดิบ รวมถึงทิศทางค่าเงินฝั่งเอเชีย (จับตาทิศทางเงินเยนญี่ปุ่น หลังเงินเยนเข้าใกล้โซน 150 เยนต่อดอลลาร์) โดยตลาดจะรอลุ้นรายงานข้อมูลเศรษฐกิจสำคัญของสหรัฐฯ ผลการประชุมของ ECB และรายงานผลประกอบการของบรรดาบริษัทจดทะเบียน

- สถานการณ์สงครามอิสราเอล-กลุ่มฮามาส ก็อาจส่งผลกระทบต่อทิศทางเงินบาทได้ ผ่านการเคลื่อนไหวของราคาทองคำและราคาน้ำมันดิบ รวมถึงมุมมองของผู้เล่นในตลาดต่อทิศทางนโยบายการเงินของเฟด ซึ่งจะกระทบต่อทิศทางบอนด์ยีลด์สหรัฐฯ และเงินดอลลาร์

ปัจจัยในประเทศ

- ควรติดตามทิศทางฟันด์โฟลว์นักลงทุนต่างชาติที่อาจยังมีความผันผวนอยู

ไฮไลท์ ข้อมูลเศรษฐกิจ

- สหรัฐฯ ตลาดจะรอลุ้น รายงานดัชนี S&P PMI ภาคการผลิตและภาคการบริการ รวมถึงอัตราการเติบโตของเศรษฐกิจไตรมาส 3 และอัตราเงินเฟ้อ PCE

- ยุโรป ผู้เล่นในตลาดจะรอจับตาผลการประชุม ECB

- เอเชียและไทย ตลาดจะรอติดตาม รายงานดัชนี PMI ภาคการผลิตและภาคการบริการของญี่ปุ่น

- การส่งออกและนำเข้าของไทย

นอกจากนี้ตลาดจะจับตาสถานการณ์สงครามระหว่างอิสราเอล กับ กลุ่มฮามาสและพันธมิตร อย่างใกล้ชิด พร้อมทั้งรอลุ้นรายงานผลประกอบการของบรรดาบริษัทจดทะเบียน อาทิ Amazon, Alphabet, Meta และ Microsoft เป็นต้น

เงินบาทกลับทิศอ่อนค่า ! รั้งอันดับ 9 ในภูมิภาค เกิดจากสาเหตุอะไร

ข่าวล่าสุด