ทั้งนี้ตลาดแรงงานอาจลดความตึงตัวลง สอดคล้องกับยอดตำแหน่งงานเปิดรับ (Job Openings) ที่อาจลดลงต่อเนื่อง ตามภาพเศรษฐกิจที่ชะลอตัวลง ซึ่งภาพดังกล่าวอาจส่งผลให้อัตราการเติบโตของค่าจ้าง (Average Hourly Earnings) ลดลงสู่ระดับ +4.2%y/y ทำให้บรรดาเจ้าหน้าที่เฟดอาจคลายกังวลต่อแรงกดดันเงินเฟ้อ
นอกเหนือจากรายงานข้อมูลตลาดแรงงานสหรัฐฯ ผู้เล่นในตลาดจะรอจับตารายงานผลประกอบการของบรรดาบริษัทจดทะเบียนอย่างใกล้ชิด โดยเฉพาะบริษัทเทคฯ ขนาดใหญ่ อาทิ Amazon, AMD และ Apple เป็นต้น
โดยต้องระวังในกรณีที่ตลาดผิดหวังกับรายงานหรือคาดการณ์ผลประกอบการ ซึ่งอาจทำให้ผู้เล่นในตลาดพลิกกลับมาปิดรับความเสี่ยง (Risk-Off) ได้ โดยในกรณีดังกล่าว เราคาดว่า เงินดอลลาร์อาจแข็งค่าขึ้นต่อได้ ตามความต้องการสินทรัพย์ปลอดภัยที่มียีลด์สูง (High Yield Safe Haven)
▪ ยุโรป – สำหรับการประชุมธนาคารกลางอังกฤษ (BOE) เรามองว่า BOE จะเดินหน้าขึ้นอัตราดอกเบี้ยนโยบาย +50bps สู่ระดับ 5.50% (นักวิเคราะห์ส่วนใหญ่มอง +25bps สู่ระดับ 5.25%) หลังอัตราเงิน เฟ้ออังกฤษยังคงอยู่ในระดับที่สูงมาก ทั้งนี้ ตลาดจะรอลุ้นว่า BOE จะส่งสัญญาณต่อแนวโน้มการปรับนโยบายการเงินในอนาคตอย่างไร
โดยล่าสุด ผู้เล่นในตลาดต่างประเมินว่า BOE อาจขึ้นดอกเบี้ยต่อเนื่อง สู่ระดับ 5.75%-6.00% ในส่วนภาพเศรษฐกิจนั้น ตลาดจะรอประเมินแนวโน้มเศรษฐกิจยูโรโซน ผ่านรายงานอัตราการเติบโตของเศรษฐกิจในไตรมาสที่ 2
ซึ่งนักวิเคราะห์ต่างมองว่า เศรษฐกิจยูโรโซนอาจยังคงขยายตัวได้กว่า +0.2%q/q หรือ+0.5%y/y หนุนโดยภาพตลาดแรงงานโดยรวมที่ยังคงแข็งแกร่งและทำให้ภาคการบริการของยูโรโซนยังสามารถขยายตัวต่อเนื่องในไตรมาสที่ 2 แม้ว่า ภาคการผลิตอาจยังคงซบเซา
อย่างไรก็ดี เศรษฐกิจยูโรโซนมีแนวโน้มชะลอลงต่อเนื่อง จากผลกระทบของการเดินหน้าขึ้นดอกเบี้ยของ ECB ทำให้ผู้เล่นในตลาดบางส่วนยังคงกังวลต่อความเสี่ยงเศรษฐกิจยูโรโซนชะลอตัวลงหนัก
นอกจากนี้ตลาดจะรอลุ้น รายงานอัตราเงินเฟ้อ CPI ของยูโรโซน ในเดือนกรกฎาคม ซึ่งคาดว่า อาจยังคงอยู่ในระดับสูงราว 5.3% หรือ 5.4 % สำหรับอัตราเงินเฟ้อพื้นฐาน Core CPI ทำให้ ECB ยังมีโอกาสเดินหน้าขึ้นดอกเบี้ยต่อได้
▪ เอเชีย – ผู้เล่นในตลาดจะรอลุ้นแนวโน้มการฟื้นตัวของเศรษฐกิจจีน ผ่านรายงานดัชนี PMI ภาคการผลิตและภาคการบริการในเดือนกรกฎาคม โดยนักวิเคราะห์ต่างมองว่า ภาคการผลิตของจีนนั้นอาจยังคงหดตัวอยู่ สะท้อนผ่านดัชนี PMI ภาคการผลิตที่ระดับ 49 จุด ขณะที่ ภาคการบริการอาจขยายตัวต่อเนื่อง ในอัตราชะลอลง สอดคล้องกับดัชนี PMI ภาคการบริการที่จะลดลงเล็กน้อยสู่ระดับ 53 จุด
ทั้งนี้ตลาดจะรอจับตาว่า ทางการจีนจะออกมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจอย่างไรบ้าง หลังที่ประชุม Politburo ได้ส่งสัญญาณพร้อมเดินหน้าออกมาตรการช่วยเหลือเศรษฐกิจจีน ในส่วนนโยบายการเงิน ตลาดประเมินว่า ธนาคารกลางออสเตรเลีย (RBA) อาจปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยนโยบาย 0.25% สู่ระดับ 4.35% เพื่อให้สอดคล้องกับภาพอัตราเงินเฟ้อที่ยังอยู่ในระดับสูง แม้ว่าจะชะลอลงมากขึ้นก็ตาม
▪ ไทย – เรามองว่า คณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) จะมีมติปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยนโยบาย 0.25% สู่ระดับ 2.25% ตามแนวโน้มการฟื้นตัวของเศรษฐกิจที่ดีขึ้น อัตราเงินเฟ้อที่ยังมีความเสี่ยงด้านสูง รวมถึงความต้องการเพิ่มขีดความสามารถในการดำเนินนโยบายการเงิน (Policy Space)
ทั้งนี้รอติดตามว่า กนง. จะมีการส่งสัญญาณถึงแนวโน้มการปรับนโยบายการเงินในอนาคตอย่างไรบ้าง โดยหากมีการส่งสัญญาณที่ชัดเจนว่า การปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยนโยบายยังไม่สิ้นสุด เราก็พร้อมปรับมุมมองใหม่ว่า อัตราดอกเบี้ยนโยบายอาจจบที่ระดับ 2.50%