เนชั่นทีวี

Business thai

ดักเก็งกำไรงบแบงก์ไตรมาส 2/66 ตัวไหนเด่น ! พร้อมวิ่ง

11 ก.ค. 2566 | sukanya_san

ดักเก็งกำไรงบแบงก์ไตรมาส 2/66 ตัวไหนเด่น ! พร้อมวิ่ง

บล.หยวนต้าประเมินงบไตรมาส 2/66 กลุ่มแบงก์ฟันกำไรสุทธิ  52,946 ล้านบาท โต 21.8% แรงหนุนจากการตั้งสำรองลดลง- คาดรายได้ดอกเบี้ยปรับตัวขึ้น  ด้านบล.เอเซียมองครึ่งปีแรกแบงก์กำไร 1.18 แสนล้านบาท เพิ่มขึ้น 14% 

นายตฤณ สิทธิสวัสดิ์ นักวิเคราะห์ปัจจัยพื้นฐานด้านหลักทรัพย์ บล. หยวนต้า (ประเทศไทย) จำกัด เปิดเผยว่า ภาพรวมกำไรสุทธิของหุ้นกลุ่มธนาคารพาณิชย์ใน 2Q66  คาดว่าจะอยู่ที่ 52,946 ล้านบาท โต 21.8% YoY และ 5.7% QoQ

โดยปัจจัยหนุนหลักมาจาก 1.การตั้งสำรองในภาพรวมที่คาดปรับตัวลง QoQ หลังธนาคารใหญ่ทั้ง KBANK และ SCB ได้ตั้งสำรองกรณีการปล่อยสินเชื่อให้กับ STARK ที่มีปัญหาเกี่ยวกับฐานะทางการเงินไปแล้วใน 1Q66 

นอกจากนี้หลายธนาคารเช่น BBL และ KTB ได้ตั้งสำ รองเพื่อรองรับความเสี่ยงทางเศรษฐกิจไว้ล่วงหน้า แม้คาดตัวเลข NPL Ratio จะขยับขึ้นเล็กน้อย แต่ด้วย Coverage Ratio ที่อยู่ในระดับสูง ทำให้คาดว่า จะไม่เกิดการเร่งตั้งสำรองจำนวนมาในช่วงสั้นจนรบกวนการเติบโตของกำไรสุทธิ

2. คาดรายได้ดอกเบี้ยปรับขึ้นได้ดี หลักๆ เป็นผลจาก NIM ที่มองว่าจะกลับมาขยายตัว หลัง Asset Yield กลับมาเร่งตัวขึ้นได้เร็วกว่า Funding Cost จากการทยอยปรับดอกเบี้ยเงินกู้ของลูกหนี้สินเชื่อ
ประเภทต่าง ๆ ให้สอดคล้องกับดอกเบี้ยนโยบายที่ขยับขึ้นแล้ว 3 ครั้งในปีนี้ ขณะที่พอร์ตสินเชื่อมีทิศทางขยายตัวได้ดีขึ้นจาก 1Q66 หนุนจากความต้องการลงทุนของธุรกิจขนาดใหญ่ 

ทั้งนี้มอง SCB กำไรโตเด่นสุดในกลุ่ม รองลงมาคือ KTB  เราคาดธนาคารใหญ่จะมีผลดำเนินงาน 2Q66  จะออกมาโตทั้ง YoY และ QoQ ทุกตัว นำโดย SCB (คาดกำไรสุทธิ 11,943 ลบ. +18.8% YoY, +8.6% QoQ) เนื่องจากไม่มีค่าใช้จ่ายตั้งสารองกรณีของ STARK ราว 1,000 ล้านบาท  เหมือนกับ 1Q66 ประกอบกับ SCB ได้เร่งขยายทั้งพอร์ตสินเชื่อกลุ่มลูกค้าบริษัท ขนาดใหญ่ และสินเชื่อกลุ่ม Consu mer Finance 
 

ดักเก็งกำไรงบแบงก์ไตรมาส 2/66 ตัวไหนเด่น ! พร้อมวิ่ง ขณะที่ KTB  คาดกำไรสุทธิ 10,760 ล้านบาท +28.7% YoY, +6.9% QoQ หลังการดำเนินหลักของธนาคารมีทิศทางดีขึ้นอย่างต่อเนื่อง จากกลยุทธ์เพิ่ม สัดส่วนลูกหนี้รายย่อยที่ให้ผลตอบแทนสูง และได้อานิสงส์บวกจากฐานลูกค้า Digital Platform ที่ใหญ่ขึ้น เรื่อย ๆ อีกทั้งคุณภาพสินทรัพย์ยังอยู่ในเกณฑ์ดี 

สำหรับ BBL คาดกำไรสุทธิ 10,707 ล้านบาท +53.8% YoY,+5.7% QoQ  โดยตั้งสำรองเริ่มลดลง ส่วนรายได้ดอกเบี้ยรับคาดโตเล็กน้อย แม้พอร์ตสินเชื่อจะลดลงราว 1% QoQ และมีผลจากการปรับขึ้นดอก เบี้ยเงินฝาก CASA เร็วกว่าธนาคารใหญ่รายอื่น แต่ด้วยการส่งผ่านต้นทุนไปให้กับลูกค้าที่รวดเร็วทำให้คาด NIM กลับมาขยายตัวได้  ส่วน KBANK กำไรสุทธิ 11,290 ล้านบาท  +4.6% YoY, +5.1% QoQ) หนุนด้วย NIM ที่ปรับขึ้นและการตั้งสำรองที่ลดลงเล็กน้อ

ด้านธนาคารขนาดกลางและเล็ก ภาพรวมคาดผลดำเนินงานโต YoY และ QoQ เล็กน้อย เนื่องจากพอร์ตสินเชื่อส่วนใหญ่เป็นสินเชื่อดอกเบี้ยคงที่ทำให้ NIM ปรับขึ้นได้เพียงเล็กน้อยเทียบกับธนาคารใหญ่

โดยเราคาดTISCO กำไรสุทธิ 1,827 ล้านบาท -1.2% YoY, +1.9% QoQ  หนุนจากพอร์ตสินเชื่อที่เร่งตัวขึ้นได้ดี หลังผ่อนปรนเกณฑ์การปล่อยสินเชื่อมากขึ้น และเน้นเพิ่มสัดส่วนสินเชื่อจำนำทะเบียนและสินเชื่อเช่าซื้อรถยนต์มือสองที่ให้ Yield สูงขึ้น

ขณะที่ KKP กำไรสุทธิ 2,106 ลบ. +3.6% YoY, +1.0% QoQ  คาดการตั้งสำ รองและผลขาดทุนจากการขายรถยึดเริ่มปรับลงจากฐานที่สูงใน 1Q66 และราคารถมือสองเริ่มปรับตัวขึ้น แต่มีแรงกดดันจากรายได้ค่าธรรมเนียมฝั่งตลาดทุนที่คาดลดลงตามปริมาณการซื้อขายของ SET

ฝั่ง TTB  กำไรสุทธิ 4,312 ล้านบาท +25.4% YoY, +0.4% QoQ) YoY ปรับขึ้นดี เพราะลดการตั้งสำรองลงมาก แต่ QoQ คาดเพิ่มขึ้นเล็กน้อย เพราะพอร์ตสินเชื่อทำได้เพียงทรงตัว ขณะที่รายได้ค่าธรรมเนียมลดลง

ดักเก็งกำไรงบแบงก์ไตรมาส 2/66 ตัวไหนเด่น ! พร้อมวิ่ง

ส่วนแนวโน้มกำไรสุทธิในช่วงครึ่งหลังของปีนี้เบื้องต้นคาดจะลดลง  จากผลของฤดูกาล เนื่องจากธนาคารจะมีการตั้งค่าใช้จ่ายในการดำ เนินงานและการลงทุนต่างๆ จำนวนมากในช่วงปลายปี แต่มองโตดี YoY จากทิศทางการตั้งสำรองของธนาคารใหญ่ที่เป็นขาลง บวกกับ NIM ที่แข็งแรงขึ้นมาก ตามการปรับขึ้นดอกเบี้ยเงินกู้ที่เร็วกว่าดอกเบี้ยเงินฝาก เนื่องจากสภาพคล่องในตลาดเงินฝากยังไม่ตึงตัว

ขณะที่พอร์ตสินเชื่อของธนาคารต่างๆ คาดจะทยอยเร่งตัวขึ้นในช่วงที่เหลือของปี หนุนให้ทั้งปี2566 คาดกลุ่มธนาคารจะมีกำไรสุทธิ 197,413 ล้านบาทโต 19.4%YoY

หุ้นเด่นวันนี้แนะนำ SCB (TP@144) โดยมองว่าเป็นธนาคารใหญ่ที่ผลดำเนินงาน2Q66 โตเด่นสุด และในระยะยาวคาดจะยิ่งมีความน่าสนใจมากขึ้นตามสัดส่วนกำไรจากธุรกิจ Consumer Finance ที่เพิ่มขึ้นเรื่อยๆ หนุนให้ ROE ในระยะยาวปรับตัวขึ้น อีกทั้งเป็นหุ้นธนาคาร ที่ปันผลสูง คาดปันผลทั้งปี 2566 ที่6.5%

ด้านบล.เอเซียพลัสระบุว่า กำไรสุทธิกลุ่มธนาคารพาณิชย์ (8 ธนา คาร ) งวด 2Q66 ในมุมมองฝ่ายวิจัยอยู่ที่ 5.9 หมื่นล้านบาท (+0.3% QOQ, +15% YOY) แรงส่งจาก NIM ของ ธ.พ. ใหญ่ ซึ่งคาด KTB
รายงานกำไรเด่นสุดในกลุ่มฯ เชิง QOQ ราว 5.7% ส่วน BBL ขยายตัวสูงสุดในกลุ่มฯเทียบ YOY ราว 52% YOY

ทั้งนี้หากกำไรสุทธิกลุ่มฯ 2Q66 ตามคาด จะทำให้กำไรสุทธิกลุ่มฯ งวดครึ่งปีแรกของปีนี้อยู่ที่ 1.18 แสนล้านบาท (+14% YoY) คิดเป็นสัดส่วน 55.4% ของประมาณการกำไรกลุ่มฯ ปี 2566 ของฝ่ายวิจัยที่ 2.1 แสนล้านบาท (+8.4% YoY) และ 53% ของประมาณการกำไรปี 2566 ของ Bloomberg Consensus ณ 30 มิ.ย. 66

สำหรับการลงทุนหุ้นในกลุ่มฯ ทางพื้นฐาน เรียงตามความชอบดังนี้

- KTB (Outperform : FV@B2 0 . 3 0 )

- BBL (Outperform : FV@B2 1 7 4 )

- SCB (Outperform : FV@B132)

- KBANK (Neutral : FV@B140)

ส่วน ธ.พ. เล็กเลือก
- TISCO (Neutral : FV@B108) 

- KKP (Underperform : FV@B73)

ขณะที่ในเชิงกลยุทธ์ภายใต้การเมืองที่จะเริ่มเห็นความชัดเจนมากขึ้นช่วงต้น 3Q66 จึงลุ้นโอกาสการไหลกลับของ Fund Flow ต่างชาติ ทำให้ ธ.พ. ใหญ่ที่ถูก NVDR (NVDR Limit ที่ 25%) ลดน้ำหนัการลงทุนในช่วงที่ผ่านมา

ทั้งนี้ส่งผลให้ราคาหุ้นยัง Laggard   เช่น KBANK สัดส่วน NVDR จากสิ้นปี 2565 ที่ 18.8% เหลือ 12.5% ณ สิ้น มิ.ย. 66 หรือ SCB สัดส่วน NVDR จากสิ้นปี 2565 ที่ 6.2% เหลือ 6.0% ณ สิ้น มิ.ย. 66 ช่วงสั้นมี Risk to reward น่าสนใจมากกว่า ธ.พ. ที่ให้ผลตอบแทนชนะตลาดช่วงก่อนหน้านี้ 

ข่าวล่าสุด