เนชั่นทีวี

Business thai

เช็กราคา"ทองคำ" สัปดาห์นี้ขึ้นหรือลง !

05 มิ.ย. 2566 | sukanya_san

เช็กราคา"ทองคำ" สัปดาห์นี้ขึ้นหรือลง !

วายแอลจีประเมินราคาทองคำยังได้รับแรงหนุนจากเจ้าหน้าที่เฟดส่งสัญญาณหยุดการขึ้นดอกเบี้ยในเดือนมิ.ย.นี้ ระหว่างรอข้อมูลเศรษฐกิจ-เงินเฟ้อก่อนตัดสินใจอีกครั้ง

นายวรุต รุ่งขำ ผู้อำนวยการฝ่ายวิเคราะห์บริษัท วายแอลจี บูลเลี่ยน แอนด์ ฟิวเจอร์ส จํากัด  เปิดเผยถึงทิศทางราคาทองคำในสัปดาห์นี้กับ  Nation Online ว่า ราคาทองคำได้รับแรงหนุน จากเจ้าหน้าที่ธนาคารกลางสหรัฐหรือเฟด บางส่วนส่งสัญญาณว่าจะระงับการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยในเดือนมิ.ย. โดยเฟดรอประเมินข้อมูลเศรษฐกิจและเงินเฟ้อในช่วงถัดไปเพื่อประกอบการตัดสินใจต่อการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย

ขณะที่สหรัฐลงมติผ่านร่างกฎหมายเพิ่มเพดานหนี้ ซึ่งจะช่วยให้รัฐบาลสหรัฐสามารถหลีกเลี่ยงการผิดนัดชำระหนี้ครั้งประวัติศาสตร์ อย่างไรก็ตาม ประเด็นดังกล่าวเป็นไปตามคาดการณ์ ระยะสั้นจึงไม่ส่งผลต่อการเคลื่อนไหวของราคาทองคำ
 

เช็กราคา"ทองคำ" สัปดาห์นี้ขึ้นหรือลง !

ปัจจัยที่ติดตามสัปดาห์นี้

- ความตึงเครียดที่เพิ่มสูงขึ้นระหว่างจีนและชาติตะวันตก หลังประเทศต่าง ๆ ในแถบตะวันตกเคลื่อนไหวเพื่อลดการพึ่งพาจีน โดยในเดือนที่ผ่านมา กลุ่ม G7 กระแสการพึ่งพาจีน จะส่งผลกระทบต่อการเติบโตทางเศรษฐกิจโลก

- ภาคธนาคารของสหรัฐจะเผชิญกับความเสี่ยง หลังบรรษัทค้ำประกันเงินฝากของรัฐบาลกลางสหรัฐ (FDIC) เปิดเผยว่า ยอดเงินฝากของธนาคารในสหรัฐลดลง 4.72 แสนล้านดอลลาร์ หรือประมาณ 2.5% ในไตรมาสแรกของปี 2023 ซึ่งเป็นการปรับตัวลงมากที่สุดนับตั้งแต่ FDIC เริ่มบันทึกข้อมูลในปี 1984 อันเนื่องมาจากการล้มละลายของธนาคารซิลิคอน วัลเลย์ แบงก์ (SVB) และธนาคารซิกเนเจอร์ แบงก์ (SB)

- ความวิตกกังวลเกี่ยวกับแนวโน้มเศรษฐกิจจีนซึ่งเป็นผู้บริโภคทองคำ อันดับหนึ่งของโลก ทั้งนี้  สำนักงานสถิติแห่งชาติจีนรายงานว่า ดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อ (PMI ) ภาคการผลิตเดือนพ.ค.ของจีน อยู่ที่ระดับ 48.8 ลดลง โดยดัชนีที่อยู่ต่ำกว่า 50 บ่งชี้ว่าภาคการผลิตของจีนเข้าสู่ภาวะหดตัว และเป็นการหดตัวที่รุนแรงกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ไว้ที่ 49.4

เช็กราคา"ทองคำ" สัปดาห์นี้ขึ้นหรือลง !

อย่างไรก็ตาม ราคาทองคำมีแรงขายลดลง แต่เมื่อราคาปรับตัวขึ้นยังไม่มีแรงซื้อดันราคาขึ้นอย่างชัดเจน   แนะนำรอราคาอ่อนตัวลงจึงเปิดสถานะซื้อ หากราคายืนเหนือโซนแนวรับ 1,958-1,940 ดอลลาร์ต่อออนซ์  (พร้อมลดสถานะซื้อลง หากราคาหลุดโซน1,940 ดอลลาร์ต่อออนซ์ )   ทั้งนี้ อาจทยอยแบ่งปิดสถานะซื้อหากราคาปรับตัวขึ้นไม่ผ่านแนวต้านโซนที่ 1,984-2,000 ดอลลาร์ต่อออนซ์

ข่าวล่าสุด