ทั้งนี้ศูนย์วิจัยกสิกรไทย มองว่า มาตรการนี้เสมือนเป็นกลไกช่วยเหลือด้านสภาพคล่องเพิ่มเติมให้กับแบงก์ผ่าน “ช่องทางพิเศษ” ที่นอกเหนือไปจากการขอยืมสภาพคล่องผ่าน Discount Window Lending โดยมีข้อสังเกตเพิ่มเติมว่า มาตรการ BTLP มีเงื่อนไข 2 ข้อ ซึ่งผ่อนปรนมากกว่าการขอเงินกู้ผ่าน Discount Window คือ
1.วงเงินกู้จากมาตรการ BTLP ที่แบงก์จะได้รับจะเท่ากับราคาพาร์ หรือมูลค่าหน้าตั๋วของตราสารนั้นๆ ไม่ใช่ราคาตลาด และไม่ถูกปรับลดราคาหลักประกันลงมาเหมือนช่องทางการกู้ผ่าน Discount Window เนื่องจากเฟดไม่ต้องการให้ MTM loss ทางบัญชี กลายเป็น loss จริงๆ ที่เกิดจากการที่แบงก์ถูกสถานการณ์บีบคั้นให้ขายตราสารออกไปในสภาวะตลาดที่ไม่อำนวย และ 2. ระยะเวลาการกู้ผ่านมาตรการ BTLP จะยาวถึง 1 ปี ซึ่งนานกว่า Discount Window ซึ่งโดยมากจะมีระยะเวลาประมาณ 90 วัน
ส่วนมาตรการที่สอง เป็นการให้การคุ้มครองผู้ฝากเงินในแบงก์ที่ “ปิดกิจการไปแล้ว” ซึ่งก็คือ Silicon Valley Bank และ Signature Bank แบบครอบคลุมเต็มจำนวน โดยใช้เงินจากกองทุนประกันเงินฝาก ซึ่งอาจสามารถกล่าวได้ว่า การช่วยเหลือผู้ฝากเงินในแบงก์ 2 แห่งนี้ครอบคลุมกว่าสถานการณ์ปกติ ซึ่งวงเงินคุ้มครองจะอยู่ที่ 250,000 ดอลลาร์ฯ ต่อบัญชีต่อรายต่อสถาบันการเงิน ทั้งนี้ก็เพื่อให้ผู้ฝากเงินได้รับเงินคืนจะได้ไม่มีปัญหาเศรษฐกิจตามมา