สำหรับแนวโน้มราคาทองคำต่างประเทศมีโอกาสทะลุ 2,000 ดอลลาร์สหรัฐต่อออนซ์ ถ้าเศรษฐกิจโลก โดยเฉพาะสหรัฐฯ ถดถอยอย่างรุนแรง เพราะจากสถิติย้อนหลังในปี 2513 พบว่า เศรษฐกิจสหรัฐฯ เกิดภาวะถดถอย 7 ครั้ง ราคาทองคำปรับขึ้น 5 ครั้ง หรือเพิ่มขึ้น 15% แต่ถ้าเศรษฐกิจถดถอย แต่ไม่รุนแรงมากราคาทองคำอาจปรับขึ้นประมาณ 10%
ส่วนในช่วงที่เกิดโควิดปี 63 ราคาทองคำต่างประเทศเคยปรับขึ้นไป 2,074 ดอลลาร์สหรัฐต่อออนซ์ แต่ทองคำแท่งในประ เทศอยู่ที่ 30,300 บาท ค่าเงินบาทแข็งเฉลี่ยอยู่ที่ 31 บาทต่อดอลลาร์สหรัฐ
ขณะที่ในปี 65 ช่วงสงครามรัสเซีย-ยูเครน ทองคำต่างประเทศขึ้นไปทำนิวไฮ 2,069 ดอลลาร์สหรัฐต่อออนซ์ แต่เงินบาทอ่อนค่าแตะระดับที่ 35 บาทต่อดอลลาร์สหรัฐ ทำให้ทองคำแท่งราคาสูงสุดอยู่ที่ 31,700 บาท
สำหรับกลยุทธ์การลงทุนแนวรับแรกที่ 1,910 ดอลลาร์สหรัฐต่อออนซ์ แนวรับถัดไปที่ 1,900 ดอลลาร์สหรัฐต่อออนซ์ถ้าหลุดให้ทยอยสะสม ส่วนแนวต้านแรกอยู่ที่ 1,960 ดอลลาร์สหรัฐต่อออนซ์ แนวต้านถัดไปที่ 1,965 ดอลลาร์สหรัฐต่อออนซ์ หากราคาปรับขึ้นต่อเนื่องให้ทยอยขายทำกำไรออกไปก่อน
ส่วนทองคำในช่วงเทศกาลวาเลนไทน์ คาดว่ามีรูปแบบผลิตภัณฑ์เป็นการ์ดขนาดเล็ก ๆ เป็นทางเลือกให้ลูกค้ามอบความรักให้คู่รัก หรือญาติพี่น้อง เช่น การ์ดทองขนาด 2 กรัม 10 กรัม มาให้ลูกค้าเลือกส่งมอบความรัก เนื่องจากราคาทองคำแพงอาจทำให้คนหันมาซื้อทองในขนาดที่เล็กลง จากเดิมที่ซื้อขนาด 1 บาท หรือ 2 บาท