นายพูน พานิชพิบูลย์ นักวิเคราะห์ประจำห้องค้าเงิน ธนาคารกรุงไทย กล่าวกับ Nation Online ว่า กรอบการเคลื่อนไหว 32.65-33.15 บาทต่อดอลลาร์สหรัฐ ปัจจัยที่ติดตามเป็นตัวเลขเศรษฐกิจในหลายตัว เช่น ดัชนี PMI ภาคการผลิต-บริการ จีดีพีไตร มาส 4/65 ของสหรัฐฯ ดัชนีราคาการใช้จ่ายด้านการบริโภคพื้นฐานส่วนบุคคล (Core PCE price index) เป็นมาตรวัดอัตราเงินเฟ้อที่ธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ให้ความสำคัญ เพื่อประเมินทิศทางดอกเบี้ย
ซึ่งหากออกมาไม่ดีจะทำให้ค่าเงินดอลลาร์สหรัฐอ่อนค่า รวมถึงการประกาศงบของบริษัทจดทะเบียนในสหรัฐฯ ตัวเลข PMI ของยุโรป ถ้าแย่กว่าคาดทำให้สกุลเงินดอลาร์สหรัฐกลับมาแข็งค่า นอกจากนี้ต้องติดตามตัวเลขส่งออกเดือนธ.ค.ของไทย รวมถึงการประชุมกนง.วันที่ 25 ม.ค.ว่า เสียงของกรรมการจะแตกหรือไม่ เพราะมีผลต่อการดำเนินนโยบายการเงิน
อย่างไรก็ตาม ตั้งแต่ม.ค.-ปัจจุบันเงินบาทแข็งค่ามากสุด 5.4% รองลงมาคืออินโดนีเซีย 2.9% มาเลเซีย 2.6% เกาหลีใต้ 2.4%