ตลาดคอนโดฯ ชะลอตัว ลุ้นรัฐบาลฟื้นเศรษฐกิจกระตุ้นกำลังซื้อ
14 ต.ค. 2568 | tananya_nak

ตลาดคอนโดฯ ปี 69 ชะลอตัวต่อเนื่อง ลุ้นรัฐบาลใหม่ช่วยกระตุ้นกำลังซื้อ เรียกความเชื่อมั่นผู้บริโภคกลับคืน คลี่คลายสถานการณ์ทางเศรษฐกิจ
Business thai
14 ต.ค. 2568 | tananya_nak

ตลาดคอนโดฯ ปี 69 ชะลอตัวต่อเนื่อง ลุ้นรัฐบาลใหม่ช่วยกระตุ้นกำลังซื้อ เรียกความเชื่อมั่นผู้บริโภคกลับคืน คลี่คลายสถานการณ์ทางเศรษฐกิจ
นายสุรเชษฐ กองชีพ หัวหน้าฝ่ายวิจัยและที่ปรึกษา คุชแมน แอนด์ เวคฟีลด์ ประเทศไทย เปิดเผยว่า ในช่วงครึ่งแรกของปี 2568 มีโครงการคอนโดมิเนียมเปิดขายใหม่ไม่มากนัก แต่ ช่วงไตรมาส 3/2568 ที่ผ่านมา เริ่มมีโครงการคอนโดมิเนียมเปิดขายใหม่มากขึ้น และที่น่าสนใจ คือ หลายโครงการเป็นโครงการคอนโดมิเนียมที่มีราคาขายค่อนข้างสูง โดยมีคอนโดมิเนียมเปิดขายใหม่ในไตรมาส 3/2568 ทั้งหมดประมาณ 6,618 ยูนิต และข้อมูลที่น่าสนใจพบว่าหลายโครงการเปิดขายโดยไม่ได้ประกาศขาย (Presale) แบบเป็นทางการ แต่เปิดขายในลักษณะให้จองบางชั้นก่อนเพื่อทดลองตลาดดูว่าได้รับความสนใจมากน้อยเพียงใด จากนั้นจึงเปิดขายแบบเป็นทางการหลังจากช่วงเวลาดังกล่าวไม่นาน
นอกจากนี้มี หลายโครงการเปิดขายในเดือนกันยายน ซึ่งอาจจะมีผลให้ภาพรวมตลาดคอนโดมิเนียมในไตรมาส 3 ดูไม่คึกคักเท่าที่ควร เพราะในช่วงเดือนกรกฎาคม และเดือน สิงหาคม มีโครงการเปิดขายใหม่จำนวนน้อย มีบางคอนโดมิเนียมบางโครงการเปิดขายในช่วงที่ผ่านมาได้รับความสนใจจากผู้ซื้อทั่วไปและนักลงทุนมากกว่าโครงการอื่นๆ แบบชัดเจน เพราะด้วยทำเลที่ตั้งและราคาที่ไม่สูงเกินไป
กราฟคอนโดมิเนียมเปิดขายใหม่ในกรุงเทพมหานครรายไตรมาส ณ ไตรมาส 3/2568
แนวโน้มตลาดคอนโดมิเนียมในกรุงเทพมหานครช่วงที่เหลือของปี 2568 ยังคงอยู่ในช่วงชะลอตัว แม้ว่าจะมีโครงการเปิดขายใหม่ในไตรมาส 3/2568 ก็ตาม ปัจจัยลบหลายอย่างโดยเฉพาะเรื่องของความเชื่อมั่นในระยะยาวของคนไทยต่อภาวะเศรษฐกิจ และการทำงานของตนเองยังคงอยู่ในระดับต่ำ ส่งผลให้การใช้จ่ายเงินของคนไทยคงไม่แตกต่างจากช่วงที่ผ่านมา รวมทั้งการสร้างหนี้สินระยะยาวจากการซื้อที่อยู่อาศัยในช่วงเวลานี้ยังไม่เหมาะสมนัก สถาบันการเงินเองก็มีความเข้มงวดในการพิจารณาสินเชื่อ แม้ว่าความต้องการที่อยู่อาศัยจะยังมีอยู่ก็ตาม
ดังนั้น เรื่องของการเช่าที่อยู่อาศัยจึงกลายเป็นประเด็นที่ถูกพูดถึง และแทบจะเป็นเรื่องปกติไปแล้วของคนรุ่นใหม่ที่เพิ่งเริ่มทำงานไม่นาน แม้ผู้ประกอบการบางรายพยายามเข้ามาช่วยเหลือผู้ซื้อหากมีปัญหาเรื่องของสินเชื่อทั้งการให้คำปรึกษา ให้เช่าก่อน-ซื้อทีหลัง รวมไปถึงการมีความร่วมมือกับสถาบันการเงิน เพื่อที่จะได้ผูกมัดหรือทำให้ผู้ที่สนใจโครงการ สามารถซื้อและโอนกรรมสิทธิ์ หรือมีความเข้าใจในการเตรียมตัวเพื่อขอสินเชื่อมากขึ้น
สำหรับแนวโน้มของตลาดคอนโดมิเนียมในปี 2569 คงไม่แตกต่างจากปี 2568 นี้ มากนัก เพราะสถานการณ์ในปัจจุบันต่อเนื่องไปจนถึงปีหน้าจะเป็นปีที่มีการเลือกตั้ง ดังนั้น ภาวะเศรษฐกิจหรือการลงทุนต่างๆ อาจจะยังต้องรอความชัดเจนอีกที ขณะที่สถานการณ์ของตลาดอสังหาริมทรัพย์ในปี 2569 คาดว่าคงไม่ดีกว่าปีนี้ทั้งในเรื่องของอุปทาน และอุปสงค์ในตลาดคอนโดมิเนียม เพราะรัฐบาลปัจจุบันนั้นค่อนข้างชัดเจนในช่วงเวลาของการดำรงตำแหน่งไม่สามารถอยู่ได้นาน และถ้าปีหน้ามีการยุบสภาเกิดขึ้น หรือ เหตุการณ์ที่ส่งผลให้เกิดการเปลี่ยนรัฐบาลใหม่ ความเชื่อมั่นในการลงทุน และการหยุดชะงักของนโยบายต่างๆ คงเกิดขึ้นอีกครั้ง ผู้ประกอบการอาจจะรอดูสถานการณ์ก่อนในช่วงต้นปี 2569
ดังนั้นคาดการณ์ว่าถ้าหากการเลือกตั้ง หรือเปลี่ยนรัฐบาลไม่มีปัญหาอะไร ภาวะเศรษฐกิจของประเทศไทยคงดีขึ้น และกระตุ้นให้คนไทยมีความเชื่อมั่นมากขึ้นกว่าที่ผ่านมา แต่อย่างไรก็ตามคงต้องติดตามสถานการณ์ต่างๆอย่างใกล้ชิด ทั้งที่เกิดขึ้นภายในและต่างประเทศด้วย
นายสุรเชษฐ ได้ให้ความเห็นเพิ่มเติมของกำลังซื้อชาวต่างชาติด้วยว่า การเข้าถึงกำลังซื้อต่างชาติเป็นหนึ่งในกลยุทธ์ที่ผู้ประกอบการพยายามหาช่องทางเข้าถึงมาโดยตลอดในช่วงที่ผ่านมา ผู้ประกอบการหลายรายมีการร่วมมือหรือจัดตั้งบริษัทร่วมกับบริษัทนายหน้า หรือตัวแทนนายหน้าต่างชาติ โดยเฉพาะผู้ซื้อชาวจีนเพื่อเข้าถึงกำลังซื้อต่างชาติโดยตรง ไม่ผ่านคนกลางมาต่อเนื่อง
นอกจากนี้ ยังมีกลุ่มนายหน้าสัญชาติอื่นๆ เช่น รัสเซีย และเมียนมาร์ เป็นต้น ที่เข้ามาทำงานหรือช่วยผู้ประกอบการขายคอนโดมิเนียมหรือที่อยู่อาศัยรูปแบบต่างๆ ให้กับชาวต่างชาติสัญชาติเดียวกัน โดยเฉพาะชาวรัสเซีย ซึ่งนายหน้ากลุ่มนี้ได้รับความสนใจจากผู้ประกอบการค่อนข้างมาก โดยเฉพาะโครงการที่อยู่ในเมืองท่องเที่ยวต่างๆ กำลังซื้อต่างชาติโดยเฉพาะชาวจีนอาจจะมากขึ้นในปี 2569 เพราะสถานการณ์ต่างๆ เริ่มดีขึ้น ความเข้าใจผิดเกี่ยวกับเรื่องของความปลอดภัยในประเทศไทยเปลี่ยนไปในทางที่ดีขึ้นมากแล้ว แม้ว่าจะมีชาวจีนส่วนหนึ่งเลือกไปประเทศอื่นๆ มากกว่าประเทศไทยในปีนี้ แต่ถ้าพิจารณาจากความต้องซื้อที่อยู่อาศัยแล้ว ประเทศไทยยังคงอยู่อันดับต้นๆ หรือ อันดับ 1 เสมอในความคิดของชาวจีนไม่ว่าจะเป็นการจัดอันดับโดยองค์กรหรือหน่วยงานใดก็ตาม เพียงแต่ช่วงที่ผ่านมาชาวจีนอาจจะมีปัญหาเรื่องการเงินเพราะตลาดอสังหาริมทรัพย์ในประเทศจีนเองยังไม่ฟื้นตัว แต่ค่อยๆ ดีขึ้นต่อเนื่อง