ทางด้านตลาดค่าเงิน เงินดอลลาร์ทยอยอ่อนค่าลง แม้ว่าจะมีจังหวะแข็งค่าขึ้นบ้าง ตามการอ่อนค่าลงของเงินปอนด์อังกฤษ (GBP) หลังผู้เล่นในตลาดทยอยขายบอนด์อังกฤษจากความกังวลต่อแนวโน้มการดำเนินนโยบายการคลังของรัฐบาลอังกฤษ ทว่า เงินดอลลาร์ยังคงถูกกดดันจากมุมมองของผู้เล่นในตลาดที่ปรับเพิ่มความคาดหวังต่อการลดดอกเบี้ยของเฟด ตามรายงานยอดการจ้างงานภาคเอกชนโดย ADP ล่าสุด ที่ออกมาแย่กว่าคาดไปมาก ทำให้โดยรวมดัชนีเงินดอลลาร์ (DXY) ปรับตัวลดลงสู่ระดับ 96.7 จุด (แกว่งตัวในกรอบ 96.7-97.1 จุด) ในส่วนของราคาทองคำ จังหวะการปรับตัวลดลงของทั้งเงินดอลลาร์และบอนด์ยีลด์ 10 ปี สหรัฐฯ ได้หนุนให้ ราคาทองคำ (สัญญาทองคำตลาด COMEX ส่งมอบเดือน ส.ค. 2025) ทยอยปรับตัวสูงขึ้นทดสอบโซนแนวต้านระยะสั้น ก่อนที่จะเผชิญแรงขายทำกำไรออกมาบ้าง สู่โซน 3,350-3,360 ดอลลาร์ต่อออนซ์
สำหรับในช่วง 24 ชั่วโมงหลังจากนี้ ไฮไลท์สำคัญจะอยู่ที่รายงานข้อมูลเศรษฐกิจสำคัญของสหรัฐฯ โดยเฉพาะรายงานข้อมูลตลาดแรงงาน อย่าง ยอดการจ้างงานนอกภาคเกษตรกรรม (Nonfarm Payrolls) เดือนมิถุนายน ที่จะทยอยรับรู้ในช่วง 19.30 น. ตามเวลาประเทศไทย ต่อด้วย รายงานดัชนี ISM PMI ภาคการบริการ ในเดือนมิถุนายน เช่นกัน ที่จะรับรู้ในช่วง 21.00 น. นอกจากนี้ ผู้เล่นในตลาดจะรอติดตามถ้อยแถลงของบรรดาเจ้าหน้าที่เฟด พร้อมติดตามแนวโน้มการเจรจาการค้าระหว่างสหรัฐฯ กับ บรรดาประเทศคู่ค้า ว่าจะมีประเทศไหนบรรลุข้อตกลงการค้าเพิ่มเติมหรือไม่
และส่วนในฝั่งเอเชีย ผู้เล่นในตลาดจะรอลุ้น รายงานดัชนี Caixin PMI ภาคการบริการของจีน ในเดือนมิถุนายน ที่จะช่วยสะท้อนถึงแนวโน้มภาคการบริการของจีน ในส่วนของบริษัทขนาดเล็ก-กลาง
สำหรับ แนวโน้มของค่าเงินบาท เราประเมินว่า เงินบาทเสี่ยงเผชิญความผันผวนในลักษณะ Two-Way Volatility แม้ว่าในช่วงระหว่างวัน เงินบาทมีโอกาสทยอยแข็งค่าขึ้นทดสอบโซนแนวรับ 32.30 บาทต่อดอลลาร์ ตามแนวโน้มการอ่อนค่าของเงินดอลลาร์ ทว่า ราคาทองคำก็ดูจะไม่สามารถปรับตัวขึ้นต่อ ทะลุโซนแนวต้านได้ชัดเจน และมีโอกาสย่อตัวลงบ้าง ทำให้เงินบาทก็อาจเผชิญแรงกดดันฝั่งอ่อนค่าบ้าง ในกรณีที่ ราคาทองคำย่อตัวลง (ทั้งนี้ เรามองว่า ราคาทองคำอาจไม่ได้ย่อตัวลงมากนัก เนื่องจากผู้เล่นในตลาดต่างก็รอลุ้น รายงานข้อมูลตลาดแรงงานสหรัฐฯ ในคืนนี้)
ส่วนในช่วง 19.30 น. เป็นต้นไปนั้น เรามองว่า ควรระวังความผันผวนของตลาดค่าเงิน ในช่วงผู้เล่นในตลาดทยอยรับรู้รายงานข้อมูลเศรษฐกิจสหรัฐฯ โดยจากข้อมูลสถิติย้อนหลังในรอบ 1 ปี ที่ผ่านมา เราพบว่า เงินบาท (USDTHB) อาจมีการแกว่งตัวในระดับ +/-1 SD ราว +0.5%/-0.3% ซึ่งจะเห็นได้ว่า เงินบาทมักจะมีแนวโน้มผันผวนในฝั่งอ่อนค่า ได้มากกว่าแข็งค่าขึ้น ในช่วงหลังรับรู้ข้อมูลการจ้างงานสหรัฐฯ ราว 30 นาที
ทว่า ในการรายงานข้อมูลตลาดแรงงานสหรัฐฯ วันนี้ นั้น เรามองว่า ผู้เล่นในตลาดได้รับรู้ยอดการจ้างงานภาคเอกชนโดย ADP ที่แย่กว่าคาดไปมากแล้ว และต่างเพิ่มความคาดหวังต่อแนวโน้มการลดดอกเบี้ยของเฟดไปพอสมควร ทำให้ เรามีความกังวลว่า เงินบาทเสี่ยงผันผวนอ่อนค่าได้มาก เช่น อาจถึงระดับ +2 SD หรือ เกือบ +1% หากรายงานยอดการจ้างงานนอกภาคเกษตรกรรม (Nonfarm Payrolls) ออกมาดีกว่าคาด หรือ ตามคาด (เพิ่มขึ้น +1.2 แสนราย) เนื่องจาก ยอดการจ้างงานภาคเอกชนโดย ADP หดตัวถึง 3.3 หมื่นราย แต่หากรายงานยอดการจ้างงานฯ ออกมาแย่กว่าคาด สอดคล้องกับ รายงานของ ADP ก่อนหน้า เรามองว่า เงินบาทก็มีโอกาสทยอยแข็งค่าขึ้น แต่ก็น่าจะไม่มากถึงระดับ -2 SD หรือการแข็งค่าขึ้นของเงินบาทอาจติดอยู่แถวโซนแนวรับ 32.10 บาทต่อดอลลาร์ ได้ ในกรณีที่เงินบาทแข็งค่าขึ้นทะลุโซนแนวรับ 32.30 บาทต่อดอลลาร์ ได้สำเร็จ
เรายังคงมีความกังวลเดิม คือ ความผันผวนของเงินบาทที่อาจกลับมาสูงขึ้นได้ โดยเฉพาะในช่วงสัปดาห์หน้าที่ ตลาดการเงินไทยอาจเผชิญแรงกดดันจากความไม่แน่นอนของสถานการณ์การเมืองไทย ซึ่งเรามองว่า ผู้เล่นในตลาดควรใช้กลยุทธ์ Options เพื่อช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการบริหารความเสี่ยงจากอัตราแลกเปลี่ยน
มองกรอบเงินบาทในช่วง 24 ชั่วโมง คาดว่าจะอยู่ที่ระดับ 32.15-32.60 บาท/ดอลลาร์