ขณะที่หุ้นในกลุ่ม mai แนะนำซื้อหุ้น ATP 30 โดยให้ราคาเหมาะสมที่ 1.25 บาทต่อหุ้น จากการเติบโตของรายได้และกำไร เพราะมีจำนวนลูกค้าเดิมให้บริการเพิ่ม และมีการรับลูกค้าใหม่เข้ามาอย่างต่อเนื่อง นอกจากนี้ ยังแนะนำ หุ้น D ให้ราคาเหมาะสมที่ 5.06 บาทต่อหุ้น ซึ่งได้ประโยชน์จากจำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติเติบโตเพิ่มขึ้น และที่ได้ประโยชน์จากมาตรการ Easy e-receipt ได้แก่ หุ้น AU ราคาเหมาะสมที่ 13.50 บาทต่อหุ้น , TNP ราคาเหมาะสมที่ 5 บาทต่อหุ้น และ HL (อยู่ระหว่างทบทวนราคาเหมาะใหม่)
ด้านนายณัฐวุฒิ วงศ์เยาวรักษ์ ผู้อำนวยการฝ่ายวิจัย บล.โกลเบล็ก ประเมินราคาทองคำมีโอกาสพักฐาน เนื่องจากเฟดส่งสัญญาณชะลอการปรับลดอัตราดอกเบี้ยในปี 2568 จากเดิมคาด 4 ครั้ง เหลือ 2 ครั้ง ประกอบกับรัฐบาลสหรัฐฯ ภายใต้การนำโดย “ทรัมป์” จะช่วยทำให้สงครามในภูมิภาคตะวันออกกลาง และสงครามระหว่างรัสเซีย-ยูเครน ชะลอลง เนื่องจากทรัมป์ ไม่สนับสนุนการทำสงคราม ซึ่งจะทำให้ราคาทองคำถูกลดความน่าสนใจในฐานะสินทรัพย์ปลอดภัย
นอกจากนี้ นโยบายเศรษฐกิจของรัฐบาลใหม่สหรัฐฯ มีแนวโน้มทำให้เงินดอลลาร์แข็งค่าขึ้น เป็นปัจจัยกดดันราคาทองคำเพิ่มเติม อย่างไรก็ตาม เงินบาทที่มีแนวโน้มอ่อนค่าจากปัจจัยข้างต้นจะช่วยพยุงราคาทองคำไทย โดยให้กรอบราคาทองคำ Gold Spot ในปี 2568 ไว้ที่ระดับ 2,420-2,740 $/Oz (-7% หรือ +5%) และเมื่อเทียบเป็นราคาทองคำไทยเฉลี่ยอยู่ที่ระดับ 39,500 - 44,500 บาท