อย. จะเพิ่มจำนวนการเก็บตัวอย่างสินค้าเกษตรเพื่อตรวจสารปนเปื้อนเป็น 200 ตัวอย่าง/วัน หรือ 73,000 ตัวอย่าง/ปี และของบประมาณในการจัดตั้งห้องปฏิบัติการ ณ ด่านอาหารและยาที่มีปริมาณการนำเข้าสินค้ามาก 4 แห่ง ได้แก่ ท่าเรือกรุงเทพ ท่าเรือแหลมฉบัง ท่าเรือเชียงของ และท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ
สมอ. เพิ่มการตรวจสอบสินค้ามาตรฐานบนแพลตฟอร์มออนไลน์เป็น 3,000 URL/เดือน พัฒนาระบบ AI และเร่งเพิ่มจำนวนสินค้ามาตรฐานบังคับที่เหลือ 53 มาตรฐาน
กรมการค้าต่างประเทศ เร่งพิจารณาคำขอใช้มาตรการ AD/AC/SG กับสินค้านำเข้าจากต่างประเทศ โดยลดระยะเวลาการพิจารณาภายใต้กรอบเวลาตามกฎหมาย และระยะยาว จะเร่งผลักดันการแก้ไขกฎหมายที่เกี่ยวข้อง
โดยที่ประชุม ยังได้เห็นชอบให้มีการจัดทำ MOU ระหว่างหน่วยงานภาครัฐกับ e-Commerce แพลตฟอร์ม โดยใช้มาตรการ Notice and Takedown เพื่อขอความร่วมมือให้แพลตฟอร์มนำสินค้าไม่มีคุณภาพมาตรฐาน ไม่ติดฉลากภาษาไทย หรือละเมิดทรัพย์สินทางปัญญาออกจากแพลตฟอร์มซึ่งจะช่วยคุ้มครองผู้บริโภคไม่ให้เข้าถึงสินค้าไม่ได้คุณภาพมาตรฐาน โดยคาดว่าจะลงนาม MOU ได้ ภายในต้นปี 2568
2. การส่งเสริมและต่อยอด SMEs ที่ประชุมได้มีการกำหนดแผนกิจกรรมทั้งการอบรมผู้ประกอบการเพื่อพัฒนาศักยภาพและเพิ่มมูลค่าสินค้า โดยมีเป้าหมายเพื่อเพิ่มสัดส่วนมูลค่าทางเศรษฐกิจของ SMEs ต่อ GDP จาก 35.2% ในปี 2566 เป็น 40% ในปี 2570
3. การป้องกันและป้องปรามธุรกิจอำพรางของคนต่างด้าว(Nominee) หน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้ดำเนินการเกี่ยวกับการปราบปราม/ดำเนินคดี และตรวจสอบนิติบุคคลที่กระทำความผิดนอมินี (Nominee) รวมทั้งได้มอบกรมพัฒนาธุรกิจการค้าจัดตั้งศูนย์ปฏิบัติการรับเรื่องร้องเรียนความผิดเกี่ยวกับนอมินี เพื่อเป็นหน่วยงานกลางในการรับเรื่องร้องเรียนและประสานกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง
“หลังจากที่มีการประชุมครั้งแรกไปเมื่อวันที่ 30 ตุลาคม 2567 คณะกรรมการฯได้ดำเนินการแล้วมีผลการดำเนินงานเป็นรูปธรรมชัดเจน มีการลดลงของสินค้านำเข้าและมีการแก้ไขเรื่องต่างๆ อย่างต่อเนื่อง จากนี้ได้สั่งการให้หน่วยงานต่างๆ ภายใต้กรรมการชุดนี้ ดำเนินการอย่างเข้มข้นยิ่งขึ้น โดยกระทรวงพาณิชย์และรัฐบาลเราต้องระวังความรู้สึกของประเทศจีนด้วย ผมได้มีการหารือกับเอกอัครราชทูตสาธารณรัฐประชาชนจีนประจำประเทศไทยเมื่อวานนี้ ท่านกล่าวว่า ความสัมพันธ์ระหว่างไทยกับจีนเหมือนป่าไม้ใหญ่ บางครั้งป่าไม้จะมีหนอนบ้าง เราต้องกำจัดหนอนทิ้ง และป่าไม้ก็จะเติบโตอุดมสมบูรณ์ต่อไป ความร่วมมือระหว่างไทยกับจีนต้องพัฒนาต่อไป สำหรับการลงทุนที่มาถูกต้องเพื่อให้เศรษฐกิจไทยดี ก็เป็นสิ่งที่เราต้องส่งเสริม แต่ปัญหาที่มีอยู่เป็นเรื่องส่วนน้อย เปรียบเหมือนหนอน เราต้องกำจัดหนอนออกไป ภาพใหญ่คือความร่วมมือระหว่างไทยกับจีนที่จะต้องดำเนินต่อไป และเราจะทำกับทุกประเทศไม่ใช่เพราะกับประเทศจีน การตรวจสอบนอมินีจะมีหลายประเทศที่เกี่ยวข้อง อยากให้ทุกคนเข้าใจว่าเราตรวจทุกประเทศเท่ากันหมด ซึ่งจะดำเนินการอย่างเข้มข้นต่อไปผ่านหน่วยงานต่างๆ “นายพิชัย กล่าว
ด้านนายนภินทร ศรีสรรพางค์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงพาณิชย์ กล่าวว่า ตั้งแต่วันที่ 1 กันยายน - 4 ธันวาคม 2567 เราสามารถดำเนินคดีได้ทั้งหมด 747 คดี มูลค่าความเสียหายกว่า 11,720 ล้านบาท คือผลการดำเนินการที่เข้มข้นของทุกหน่วยงาน ซึ่งจะร่วมกันทำงานแลกเปลี่ยนข้อมูลระหว่างกรมพัฒนาธุรกิจการค้ากับทุกหน่วยงาน เพื่อให้ดูถึงบริษัทนอมินีที่มีความเสี่ยง โดยสามารถแจ้งข้อมูลต่างๆมาที่กรมพัฒนาธุรกิจการค้า ที่สายด่วน1570 และในระยะยาวเราจะแก้กฎหมายบางฉบับ เพื่อให้กรมพัฒนาธุรกิจการค้ามีอำนาจในการไม่จดทะเบียนการค้าให้กับบุคคลที่มีความเสี่ยงโดยเฉพาะบุคคลที่เป็นอาชญากรข้ามชาติ และคณะกรรมการจะประชุมผลการดำเนินการทุกไตรมาสและรายงานเข้าสู่ ครม.ให้รับทราบอีกครั้งหนึ่ง