“ผมขอขอบคุณพันธมิตรทั้งภาครัฐและภาคเอกชนประกอบที่ร่วมกันจัดงาน และยังร่วมมือร่วมใจกันผลักดันในทุกมิติเพื่อให้จังหวัดจันทบุรีมีความพร้อมที่จะเป็นนครอัญมณีโลก โดยกระทรวงพาณิชย์จะเป็นหน่วยงานที่สนับสนุนให้อย่างเต็มที่ และในวันที่ 5-9 ธ.ค. 67 ผมขอเชิญชวนนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและต่างชาติมาร่วมงานนี้ นอกจากเป็นการกระตุ้นการท่องเที่ยวแล้ว ยังถือเป็นการกระตุ้นเศรษฐกิจ และสร้างความสุขให้กับประชาชนในพื้นที่ ประกอบกับช่วงของการจัดงาน ยังเป็นช่วงในการจับจ่ายใช้สอยในการหาซื้อของขวัญในเทศกาลปีใหม่ คาดว่าจะมีนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทย และชาวต่างชาติ เดินทางเข้าร่วมงานเป็นจำนวนมาก ดังนั้น เชื่อมั่นว่าจะเป็นการกระตุ้นเศรษฐกิจ เพราะผู้เข้าชมจะได้เลือกซื้อสินค้ามีคุณภาพและราคาดีที่สุด โดยผู้สนใจสามารถเข้าเยี่ยมชมงานในวันดังกล่าว ที่บริเวณศูนย์ส่งเสริมอัญมณีและเครื่องประดับจันทบุรี และตลาดพลอย จ.จันทบุรี“ นายนภินทร กล่าว
งานเทศกาลนานาชาติพลอยและเครื่องประดับจันทบุรี มีกำหนดจัด 3 จุดแหล่งผลิต – จำหน่ายอัญมณีของโลก ได้แก่ ศูนย์ส่งเสริมอัญมณีและเครื่องประดับจันทบุรี อาคารเคพีจิวเวลรี่ เซ็นเตอร์ และตลาดพลอยถนนศรีจันทร์ซึ่งเป็นตลาดซื้อขายอัญมณีที่ใหญ่ที่สุดแห่งหนึ่งของโลก โดยไฮไลท์ที่สำคัญ ในปีนี้คือ โซนการจัดแสดงนวัตกรรม ตู้แสงและโคมไฟ LED สำหรับจัดระดับสีอัญมณี การจัดแสดงนิทรรศการเครื่องประดับงานประกวดระดับโลก และนิทรรศการในโครงการพัฒนาผู้ประกอบการในภูมิภาค Gems Treasure รวมไปถึงการนำเสนอผลงานวิจัยด้านอัญมณีและเครื่องประดับจากสถาบัน และคณะอัญมณี มหาวิทยาลัยบูรพา และกิจกรรม Work Shop โดยสถาบันการศึกษา และการจัดแสดงกิจกรรมสาธิตการแกะแว็กด้วยมือ และการชุบ ขัดล้างเครื่องประดับฟรี โดยสมาคมช่างทองไทย
ข้อมูลสถิติการส่งออกอัญมณีและเครื่องประดับของไทยพบว่า ตั้งแต่ช่วง มกราคม - กันยายน 2567 มีการขยายตัวเพิ่มขึ้นร้อยละ 11.85 เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปี 2566 โดยเป็นสินค้าส่งออกในอันดับที่ 3 ของสินค้าส่งออกโดยรวมของประเทศไทย โดยสินค้าสำคัญของไทยที่เติบโตได้ดี คือ เครื่องประดับทอง เครื่องประดับเงิน พลอยเนื้อแข็งและเนื้ออ่อนเจียระไน และเครื่องประดับเทียม ดังนั้น อุตสาหกรรมอัญมณีและเครื่องประดับถือเป็นหนึ่งในอุตสาหกรรมที่มีความสำคัญต่อเศรษฐกิจของประเทศอย่างมาก และถือเป็นอุตสาหกรรมที่นำเงินตราต่างประเทศเข้าสู่ประเทศในแต่ละปีเป็นจำนวนมาก