เปิดตัว ‘EA’ Rooftop at The Empire แลนด์มาร์กใหม่สู่การเป็น AWC’s Lifestyle Destination
AWC ได้สร้างปรากฏการณ์ระดับโลกเปิดโครงการ ‘EA’ Rooftop at The Empire แลนด์มาร์กใหม่สู่การเป็น Lifestyle Destination หมุดหมายสุดพิเศษของกรุงเพทฯ รองรับนักท่องเที่ยวทั่วโลก โดยหลังเปิดอย่างเป็นทางการตั้งแต่เดือนกันยายน สามารถสร้างรายได้ให้กับธุรกิจ F&B เป็นอันดับหนึ่งของบริษัทฯ ผ่านการรวบรวม Top Cuisine ชั้นนำมาสู่ไลฟ์สไตล์รูฟทอปที่ใหญ่และสูงที่สุดใจกลางกรุงเทพฯ ณ “เอ็มไพร์” ไม่ว่าจะเป็น “Nobu Bangkok” ห้องอาหารโนบุที่สูงที่สุดในโลกโดยเชฟระดับตำนาน เชฟโนบุ มัตสึฮิสะ และ “EA CHEF’S TABLE” เปิดประสบการณ์เชฟเทเบิลจาก 3 เชฟระดับมิชลินสตาร์กับ “Le Du Kaan” ห้องอาหารไทยบนรูฟทอปแห่งแรกของโลกโดยเชฟต้น ธิติฏฐ์ ห้องอาหารจีนร่วมสมัย “K by Vicky Cheng” โดยเชฟวิคกี้ เชง และห้องอาหารอิตาเลียนคลาสสิกร่วมสมัย “Sartoria by Paulo Airaudo” โดยเชฟเปาโล อายราวโด รวมถึง “EA Gallery” แหล่งรวมไลฟ์สไตล์ร้านอาหารชั้นนำไม่ว่าจะเป็นร้าน % Arabica สาขาที่สูงที่สุดในโลก ร้าน 手qraft (คราฟท์) บริการอาหารเช้าสไตล์ตะวันออกร่วมสมัย ร้าน Onggi กับประสบการณ์การทานอาหารแบบเซทต้นตำรับของเกาหลี รวมถึง Invitation Only บาร์ลับบนรูฟทอปกับดนตรีสากลย้อนยุค สู่การเป็นไลฟ์สไตล์เดสติเนชั่นเหนือระดับที่พร้อมสนับสนุนประเทศไทยสู่การเป็นจุดหมายปลายทางด้านการท่องเที่ยวยั่งยืนระดับโลก
AWC เดินหน้าสร้างการเติบโตเคียงคู่การสร้างคุณค่าที่ยั่งยืนให้กับสังคมและชุมชน
AWC ยังคงมุ่งมั่นในการลดผลกระทบทางสิ่งแวดล้อมภายใต้กรอบการดำเนินงาน Better Planet ผ่านกลยุทธ์ Climate Strategy ที่ครอบคลุม ซึ่งมุ่งเน้นการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกและเพิ่มประสิทธิภาพการใช้พลังงานอย่างยั่งยืน โดยใน 9 เดือนที่ผ่านมา AWC ได้ดำเนินการติดตั้งเครื่องทำน้ำเย็นประสิทธิภาพสูง การปรับปรุงประสิทธิภาพระบบทำความเย็น พร้อมติดตั้งระบบพลังงานสะอาด เช่น การติดตั้งแผงโซลาร์เซลล์ในโครงการต่าง ๆ อาทิ โรงแรม เชียงใหม่ แมริออท โฮเทล โรงแรม คอร์ทยาร์ด แมริออท ภูเก็ต ทาวน์ โรงแรม อินเตอร์คอนติเนนตัล เชียงใหม่ แม่ปิง โฮเทล โรงแรม แบงค็อก แมริออท มาร์คีส์ ควีนส์ปาร์ค และโรงแรม หัวหิน แมริออท รีสอร์ท และ สปา เพื่อลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์และลดต้นทุนด้านพลังงาน
รวมถึงสร้างการเติบโตที่มั่นคงพร้อมกับการส่งเสริมคุณค่าที่ยั่งยืนให้กับสังคมและชุมชน โดยในช่วงปลายปีนี้และปีหน้า บริษัทเตรียมเปิดโครงการคุณภาพแห่งใหม่ในกรุงเทพฯ และพัทยา ที่จะเป็นส่วนสำคัญในการขับเคลื่อนธุรกิจและเสริมความแข็งแกร่งให้กับพอร์ตโฟลิโอ ด้วยไฮไลต์อันโดดเด่นกับการเปิด “Okura Cruise” เรือเทปันยากิและไคเซกิสุดหรูระดับไฟน์ไดนิ่งลำแรกของโลกโดยโอกุระ ที่จะเปิดให้บริการ ณ ท่าเรือของโครงการเอเชียทีค เดอะ ริเวอร์ฟร้อนท์ เดสติเนชั่น และ “Melia Pattaya Aquatique Destination” โรงแรมแห่งใหม่และแห่งแรกในเครือ AWC ในพัทยา ที่พร้อมจะเปิดให้บริการในเดือนธันวาคมนี้ ผ่านความร่วมมือกับพันธมิตรระดับโลกในการนำประสบการณ์สุดพิเศษระดับเวิร์ดคลาสมาสู่ประเทศไทย ซึ่งจะมีการประกาศเปิดตัวรายละเอียดของความร่วมมืออย่างเป็นทางการในเร็วๆ นี้
นอกจากนี้ AWC ยังได้ริเริ่มโครงการ “AWC ร่วมรวมพลังส่งความหวังและกำลังใจ” โดยร่วมมือกับพันธมิตรในการจัดตั้ง “ศูนย์ร่วมรวมพลังช่วยเหลือชุมชน” ที่อินเตอร์คอนติเนนตัล เชียงใหม่ แม่ปิง โฮเทล เพื่อร่วมแรงร่วมใจกันแก้ปัญหาน้ำท่วม รวมถึงให้การสนับสนุน ฟื้นฟู และดูแลพนักงานและประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์น้ำท่วมจังหวัดเชียงใหม่ในช่วงที่ผ่านมา และยังได้มอบเฟอร์นิเจอร์และของใช้จำเป็นจาก reConcept ร้านจำหน่ายเฟอร์นิเจอร์คุณภาพดีจากโรมแรมในเครือ AWC รวมทั้งถุงกำลังใจและของใช้จำเป็นจากเหล่าพันธมิตร นำไปส่งมอบให้แก่ชุมชนรอบโครงการของ AWC ในจังหวัดเชียงใหม่ที่ได้รับผลกระทบจากเหตุอุทกภัยดังกล่าว ซึ่งเป็นความมุ่งมั่นในการสร้างคุณค่าร่วมกับชุมชนและสังคมตามพันธกิจ “สร้างสรรค์อนาคตที่ดีกว่า” โดยกลุ่มโรงแรมในเครือ AWC ในจังหวัดเชียงใหม่สามารถกลับมาดำเนินงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ ด้วยยอดเข้าพัก (OCC Rate) หลังสถานการณ์อย่างแข็งแกร่งกว่าร้อยละ 75-85 ในทุกโรงแรมของ AWC และสูงกว่าช่วงเวลาเดียวกันของปีก่อน AWC เชื่อมั่นว่าการรวมพลังภาครัฐ ภาคเอกชน และชุมชนจะร่วมสร้างเชียงใหม่ให้กลับมาแข็งแกร่ง และสร้างความมั่นใจให้กับนักเดินทางในช่วงฤดูกาลท่องเที่ยวที่กำลังจะมาถึงในปลายปีนี้ พร้อมเดินหน้าเติบโตไปด้วยกันอย่างยั่งยืน