คค.สั่งเร่งออกแบบรถไฟรางคู่สายใต้ ให้ทัน ม.ค.70 หลัง ครม.ไฟเขียว
01 ก.ย. 2569 | titayu_pur

กระทรวงคมนาคม สั่งเร่งออกแบบเส้นทางรถไฟทางคู่หาดใหญ่-สุไหงโก-ลก ให้ทันมกราคม 70 พร้อมดำเนินการศึกษาผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อม หลัง ครม.สัญจรสงขลา ให้ไฟเขียว
ข่าว
01 ก.ย. 2569 | titayu_pur

กระทรวงคมนาคม สั่งเร่งออกแบบเส้นทางรถไฟทางคู่หาดใหญ่-สุไหงโก-ลก ให้ทันมกราคม 70 พร้อมดำเนินการศึกษาผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อม หลัง ครม.สัญจรสงขลา ให้ไฟเขียว
KEY
POINTS
1 กันยายน 2569 นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรี และ รมว.กระทรวงคมนาคม เผยผลประชุม ครม.สัญจร สงขลา อนุมัติโครงการ รถไฟทางคู่สายใต้ ระยะที่ 2 ช่วงชุมพร-สุราษฎร์ฯ และ สุราษฎร์ฯ-หาดใหญ่-ปาดังเบซาร์ โดยสั่งการให้ รฟท. เร่งออกแบบเส้นทางเชื่อมต่อ หาดใหญ่-สุไหงโก-ลก ให้แล้วเสร็จภายในเดือนมกราคม 2570 เพื่อเตรียมเข้าสู่ขั้นตอนศึกษาผลกระทบสิ่งแวดล้อม (EIA)
นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม เปิดเผยผลการประชุมคณะรัฐมนตรีสัญจร จังหวัดสงขลา หลังที่ประชุมฯ ได้มีมติอนุมัติโครงการที่เกี่ยวกับการคมนาคมขนส่งในรูปแบบของรถไฟทางคู่ระยะที่ 2 เส้นทางสายใต้ ชุมพร-สุราษฎร์ธานี และเส้นทางสุราษฎร์ธานี-ชุมทางหาดใหญ่-ปาดังเบซาร์ แล้วว่า ในส่วนของเส้นทางหาดใหญ่-สุไหงโก-ลก การรถไฟแห่งประเทศไทย หรือ รฟท. จะเร่งออกแบบให้แล้วเสร็จในเดือนมกราคม 2570 หลังจากนั้นจะดำเนินการศึกษาผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อมก่อนดำเนินการในขั้นตอนต่อไป
นายพิพัฒน์ ยังรายงานถึงการเปิดเส้นทางสาย M82 ตั้งแต่วันที่ 28 สิงหาคมที่ผ่านมาว่า สามารถช่วยอำนวยความสะดวกแก่ประชาชนใน 14 จังหวัดภาคใต้ และการขนส่งโลจิสติกส์ต่าง ๆ นอกจากนี้ โครงการสาย M8 ที่อยู่ระหว่างการพัฒนาถนนคู่ขนานกับถนนเพชรเกษมหรือสายใต้เดิม ซึ่งสายใต้เดิมจะวิ่งออกจากกรุงเทพมหานคร ผ่านจังหวัดนครปฐมแล้วเชื่อมเข้าสู่จังหวัดเพชรบุรี การพัฒนานี้จะมีถนนคู่ขนานอีกเส้นทางหนึ่ง ที่เชื่อมจากจังหวัดนครปฐมไปที่อำเภอเขาย้อย จังหวัดเพชรบุรี วิ่งเข้าไปทางแก่งกระจานและผ่านไปยังจังหวัดอื่น ๆ ส่วนหลังจากอำเภอปราณบุรี เป็นถนนคู่ขนานกับถนนสาย 4 หรือ สายเพชรเกษมภาคใต้ เป็นทางยกระดับมอเตอร์เวย์ทั้งหมดตั้งแต่ช่วงปราณบุรีจนมาถึงจังหวัดสงขลา เพื่อแยกไปสู่จังหวัดนราธิวาสต่อไป
สำหรับการประชุม ครม.สัญจรสงขลา กระทรวงคมนาคมเสนอขออนุมัติดำเนินโครงการก่อสร้างรถไฟทางคู่ระยะที่ 2 จำนวนรวม 6 โครงการ โดยแบ่งเป็นการอนุมัติให้การรถไฟแห่งประเทศไทย หรือ รฟท. ดำเนินการก่อสร้างรถไฟทางคู่ระยะที่ 2 สายใต้ จำนวน 3 โครงการ รวมวงเงินทั้งสิ้น 106,798.32 ล้านบาท ซึ่งรัฐบาลจะรับภาระค่าใช้จ่ายในการดำเนินโครงการทั้งหมด โดยสำนักงบประมาณจะจัดสรรงบประมาณรายปี และกระทรวงการคลังจะจัดหาแหล่งเงินกู้พร้อมค้ำประกันภายในประเทศตามความเหมาะสม เพื่อเสริมศักยภาพโครงข่ายคมนาคมและกระตุ้นเศรษฐกิจในพื้นที่ภาคใต้
สำหรับโครงการก่อสร้างรถไฟทางคู่ระยะที่ 2 สายใต้ทั้ง 3 โครงการที่ได้รับการอนุมัติให้เดินหน้าก่อสร้าง ประกอบไปด้วย โครงการช่วงชุมพร-สุราษฎร์ธานี ใช้ระยะเวลาดำเนินการ 7 ปี ตั้งแต่ปีงบประมาณ 2569 ถึง 2575 วงเงิน 36,892.32 ล้านบาท ถัดมาคือ โครงการช่วงสุราษฎร์ธานี-ชุมทางหาดใหญ่ ใช้ระยะเวลาดำเนินการ 8 ปี ตั้งแต่ปีงบประมาณ 2569 ถึง 2576 วงเงิน 61,534.55 ล้านบาท และโครงการช่วงชุมทางหาดใหญ่-ปาดังเบซาร์ ใช้ระยะเวลาดำเนินการ 6 ปี ตั้งแต่ปีงบประมาณ 2569 ถึง 2574 วงเงิน 8,371.45 ล้านบาท
ส่วนสาระสำคัญและเหตุผลที่มีการปรับเพิ่มวงเงินโครงการจากเดิมนั้น กระทรวงคมนาคมรายงานว่า การรถไฟแห่งประเทศไทยมีความจำเป็นต้องพิจารณาปรับปรุงรายละเอียดของโครงการสายใต้ใหม่ทั้ง 3 โครงการ เพื่อบริหารจัดการความเสี่ยงด้านต้นทุนที่ผันผวนและควบคุมคุณภาพโครงการให้เป็นไปตามมาตรฐาน โดยมีการปรับเปลี่ยนรูปแบบงานก่อสร้างทางรถไฟรวมถึงการแก้ไขปัญหาจุดตัดทางผ่านให้สอดคล้องกับสภาพพื้นที่ในปัจจุบัน ตลอดจนวางแนวทางโครงสร้างเพื่อป้องกันอุทกภัยจากเหตุการณ์น้ำท่วมภาคใต้ นอกจากนี้ยังต้องดำเนินการปรับปรุงราคาก่อสร้างให้เป็นปัจจุบันตามต้นทุนค่าวัสดุและค่าน้ำมันดีเซลที่ปรับตัวสูงขึ้น อันเป็นผลกระทบจากสถานการณ์ความขัดแย้งในตะวันออกกลาง รวมถึงมีการปรับปรุงค่าจัดกรรมสิทธิ์ที่ดิน ค่าทดแทนสิ่งปลูกสร้าง และค่าชดเชยพืชผลต้นไม้ให้เป็นราคาประเมิน ณ ปัจจุบัน อีกทั้งยังขอปรับเพิ่มวงเงินค่าจ้างควบคุมงานก่อสร้างจากเดิมร้อยละ 2.25 เปลี่ยนเป็นร้อยละ 2.75 ของค่าก่อสร้าง เพื่อให้การดำเนินงานมีประสิทธิภาพสูงสุด
ทั้งนี้ การปรับปรุงรายละเอียดดังกล่าวส่งผลให้มูลค่าโครงการเปลี่ยนแปลงไปจากเดิมที่เคยขอเสนอคณะรัฐมนตรีเมื่อปี 2568 โดยโครงการช่วงชุมพร-สุราษฎร์ธานี มีวงเงินเดิม 30,422.53 ล้านบาท ปรับเป็นวงเงินใหม่ 36,892.32 ล้านบาท หรือเพิ่มขึ้น 6,469.79 ล้านบาท ขณะที่โครงการช่วงชุมทางหาดใหญ่-ปาดังเบซาร์ มีวงเงินเดิม 7,772.90 ล้านบาท ปรับเป็นวงเงินใหม่ 8,371.45 ล้านบาท หรือเพิ่มขึ้น 598.55 ล้านบาท ส่วนโครงการช่วงสุราษฎร์ธานี-ชุมทางหาดใหญ่-สงขลา เดิมมีวงเงินรวม 66,270.51 ล้านบาท ซึ่งวงเงินใหม่ได้ปรับเพิ่มเป็น 77,556.97 ล้านบาท หรือเพิ่มขึ้นถึง 11,186.46 ล้านบาท อย่างไรก็ตาม เพื่อไม่ให้กรอบวงเงินสูงเกินไปจนกระทบต่อระยะเวลาการก่อสร้างในภาพรวม การรถไฟแห่งประเทศไทยจึงเห็นควรก่อสร้างเฉพาะช่วงสุราษฎร์ธานี-ชุมทางหาดใหญ่ วงเงิน 61,534.55 ล้านบาทไปก่อน และตัดสินใจชะลอการก่อสร้างช่วงชุมทางหาดใหญ่-สงขลา วงเงิน 15,922.42 ล้านบาทออกไปในภายหลัง จนกว่าจะสามารถดำเนินการผลักดันผู้บุกรุกออกจากพื้นที่ได้แล้วเสร็จ
นอกจากนี้ ที่ประชุมคณะรัฐมนตรียังได้ให้ความเห็นชอบในหลักการของโครงการรถไฟทางคู่ระยะที่ 2 อีกจำนวน 3 โครงการ ซึ่งประกอบไปด้วย โครงการช่วงปากน้ำโพ-เด่นชัย โครงการช่วงเด่นชัย-เชียงใหม่ และโครงการช่วงชุมทางถนนจิระ-อุบลราชธานี โดยได้สั่งการให้การรถไฟแห่งประเทศไทยเร่งดำเนินการทบทวนความเหมาะสมของโครงการ จัดทำกลยุทธ์การตลาด และแผนธุรกิจอย่างรัดกุมตามข้อสังเกตของสำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ เนื่องจากประเมินว่าข้อมูลประมาณการผู้โดยสารและสินค้าอาจยังมีแนวโน้มต่ำกว่าที่คาดการณ์ไว้และยังไม่สอดคล้องกับข้อเท็จจริงในปัจจุบัน เพื่อรวบรวมข้อมูลทั้งหมดนำเสนอขออนุมัติโครงการต่อคณะรัฐมนตรีในโอกาสต่อไป