1. Every Route ตั้งเป้าหมายติดตั้งจุดชาร์จสะสมถึง 40,000 หัวชาร์จภายในสิ้นปี 2566 เพื่อให้ครอบคลุมการเดินทางตั้งแต่ก่อนออกจากบ้านไปจนถึงการเดินทางไปยังต่างจังหวัด พร้อมหัวชาร์จความเร็วสูง (Fast Charger) ขนาด 120-360 kW สะสมทั้งหมด 130 สถานี ซึ่งเครื่องชาร์จขนาด 360 kW ถือเป็นเครื่องชาร์จความเร็วที่สูงที่สุดในโลก
นอกจากนี้ บริษัทยังขยายการให้บริการข้ามพรมแดนไปยังประเทศมาเลเซียเป็นครั้งแรก ในสถานี “Shell Recharge” สถานีชาร์จยานยนต์พลังงานไฟฟ้าประสิทธิภาพสูง (HPC) ขนาด 180 kW รวมทั้งพัฒนาแอปพลิเคชัน SHARGE ด้วยหลากฟังก์ชันหลากหลาย อาทิ ที่ การค้นหาจุดชาร์จ EV ตามประเภทหัวชาร์จที่ต้องการ ระบบจองการใช้งานล่วงหน้าได้ 24 ชั่วโมง พร้อมระบบคำนวณเวลาและพลังงาน
2. Every Necessity ประเมินความสำคัญ และ ความเร่งด่วนในการติดตั้งของสถานที่แต่ละประเภท พร้อมเร่งบุกเป็นพันธมิตรกับกลุ่มสถานที่ที่มีความจำใหม่ กลุ่มอาคารขนาดใหญ่ โดยเฉพาะกลุ่มโครงการที่อยู่อาศัยใหม่ ทั้งนี้ยังได้ผนึกกำลังกับ PEA ENCOM ในเครือการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค จัดตั้งบริษัทร่วมทุน ENCOM SHARGE เพื่อพลิกโฉมระบบนิเวศ EV รองรับทุกไลฟ์สไตล์การเดินทางของผู้ใช้รถ EV ทั่วประเทศ รวมทั้งขยายจำนวนหัวชาร์จภายใต้ความดูแลของ SHARGE ได้ตามเป้าหมาย