“ข้าวไทย” ไม่ใช่เพียงสินค้าส่งออกหลัก แต่ยังเปรียบเสมือนสัญลักษณ์ของประเทศ ที่สร้างชื่อเสียงไปทั่วโลก โดยไทย "เคย" เป็นผู้นำทั้งด้านปริมาณผลผลิต การส่งออก และ คุณภาพ โดยเฉพาะข้าวหอมมะลิที่หอมนุ่มไม่มีใครเหมือน ซึ่งปัจจุบันข้าวไทย เปลี่ยนไปแบบหน้ามือเป็นหลังมือ จนสร้างคำถามให้ผู้ซื้อทั้งไทยและต่างประเทศว่า เกิดอะไรขึ้นกับข้าวไทยในตอนนี้ ?
โครงการจำนำข้าวทุกเม็ด ทุบตลาดข้าวพัง ไทยเสียแชมป์ส่งออก
จุดเปลี่ยนสำคัญของข้าวไทย อ.สมพร อิศวิลานนท์ นักวิชาการอาวุโส สถาบันคลังสมองของชาติ ให้ความเห็นว่า สิ่งที่ส่งผลกระทบอย่างร้ายแรงที่สุด คือ โครงการรับจำนำข้าวทุกเม็ด ในปี 2554 รัฐบาลของ นายกยิ่งลักษ์ ชินวัตร ที่ให้ราคาสูงกว่าตลาดถึง 50% โดย ข้าวเปลือกเจ้า ที่ความชื้น15% รับจำนำที่ ราคา 15,000 บาทต่อตัน และ ข้าวเปลือกเหนียว ความชื้น15% รับจำนำที่ ราคา 20,000 บาทต่อตัน
“โครงการนี้ทำให้พฤติกรรมชาวนาเปลี่ยนไป จากเคยคัดพันธุ์ข้าวดี กินอร่อย มีความหอม เป็นปลูกข้าวพันธุ์เบา เก็บเกี่ยวได้ไว คุณภาพต่ำ ผมเรียกว่า เป็นนโยบายแช่แข็งชาวนา ชาวนาไม่ปรับตัว เพราะไม่ว่าจะผลิตข้าวออกมาอย่างไร รัฐบาลก็จะรับซื้อทั้งหมด คุณภาพข้าวไทยจึงถดถอยลงนับแต่นั้น ” อ. สมพร กล่าว
นอกจากนี้ การที่ข้าวเกือบทั้งตลาดในขณะนั้น อยู่ในมือของรัฐบาล นั่นทำถัดมา ( ปี 2555) เพียงปีเดียว ไทยได้เสียแชมป์การเป็นผู้ส่งออกข้าว ที่มีปริมาณมากที่สุดในโลก ให้แก่ อินเดีย ที่ส่งออกได้ 10.57 ล้านตัน และ เวียดนาม ส่งออกได้ 6.75 ล้าน ตกมาเป็นอันดับ 3 ซึ่งส่งออกได้เพียง 6. 94 ล้านตัน (จากปี 2554 ส่งออกได้ 10.64 ล้านตัน) เพราะราคาต้นทุนข้าวสูงกว่าคู่แข่ง และก็ดูเหมือนอันดับแชมป์ในด้านปริมาณการส่งออกจะไม่หวนกลับมาเป็นของไทยอีกเลย