เนชั่นทีวี

Business thai

ส่องความพร้อมไทย-กับการบุกตลาดรถEV สะท้อนผ่าน Motor Expo 2023

12 ธ.ค. 2566 | sirisak_rue

ส่องความพร้อมไทย-กับการบุกตลาดรถEV สะท้อนผ่าน Motor Expo 2023

รถEV ในประเทศไทย ถือว่ากำลังได้รับความคึกคักอยู่พอสมควร หลังภาครัฐอัดฉีดเงินสนับสนุนจากมาตรการEV 3.0 จึงเป็นที่มาของการแข่งขันและการตื่นตัวของค่ายรถยนต์แบรนด์ดังต่างๆ เพื่อทำตลาดหวังครองใจผู้บริโภค พร้อมกับคำถามที่ว่าไทยมีความพร้อมกับเรื่องนี้ขนาดไหน

หลังจากนายกฯ "เศรษฐา ทวีสิน" ลงนามแต่งตั้งคณะกรรมการนโยบายยานยนต์ไฟฟ้าแห่งชาติ หรือ "บอร์ดอีวี" โดยมีวาระเร่งด่วน คือ “มาตรการสนับสนุนยานยนต์ไฟฟ้า 3.5 "EV Subsidy Package (EV 3.5)" หรือ "มาตรการอีวี 3.5" 

หวังใช้แทนมาตรการอีวี 3.0 ที่จะหมดอายุในปี 2566 "มาตรการอีวี 3.5" ว่ากันว่าจะช่วยสร้างความเชื่อมั่นให้นักลงทุนที่จะเข้ามาลงทุนในอุตสาหกรรมอีวีในไทย รวมทั้งช่วยสนับสนุนตลาดรถอีวีในประเทศให้มีการแข่งขันมากขึ้นในอนาคต  

กฤษฎา อุตตโมทย์ นายกสมาคมยานยนต์ไฟฟ้าแห่งประเทศไทย ได้กล่าวผ่านรายการ "หาเรื่องคุย" ซึ่งเผยแพร่ผ่าน facebook.com/NationOnline และ youtube ทุกวันจันทร์ และพุธ เวลา 19.00 น. เป็นต้นไป

 "ยอร์ช" ธีร์วัฒน์ ชูรัตน์

โดยสัปดาห์นี้ "ยอร์ช" ธีร์วัฒน์ ชูรัตน์ จะพูดคุยนายกสมาคมยานยนต์ไฟฟ้าแห่งประเทศไทย ถึงเรื่องรถยนต์ไฟฟ้า (EV) หลังจากนายกฯ เศรษฐา พร้อมดันไทยเป็นฐานผลิตยานยนต์ EV -ชิ้นส่วน และไทยพร้อมแล้วจริงไหม ที่จะเป็นศูนย์กลางระดับโลก? 

แนวโน้มยอดจองรถEV ปีนี้ คึกคักแค่ไหน?

นายกสมาคมยานยนต์ไฟฟ้าแห่งประเทศไทย ระบุว่า เห็นได้ชัดจากในงานมอเตอร์เอ็กซ์โปที่ผ่านมา สำหรับรถยนต์ไฟฟ้ามียอดจองหรือมีผู้ที่สนใจมากขึ้นกว่าเดิม แบรนด์รถยนต์ไฟฟ้า 100 เปอร์เซ็น ในงานมอเตอร์เอ็กซ์โป ได้รับความนิยมโดยเฉพาะ แบรนด์ฉางอัน เรียกได้ว่าฮอตมากในงานเปิดตัว จากที่ได้ประเมินยอดจองรถยนต์ไฟฟ้าในงานดังกล่าว
สำหรับรถยนต์ไฟฟ้าที่นั่งส่วนบุคคล มียอดจองสูงถึง ราว 7,000 กว่าคัน มากกว่ายอดจองรถยนต์รวมทั้งหมดในงานถึง 32 เปอร์เซ็น

หากถามว่ามากว่าสติยอดจองจากปีที่แล้วอย่างไรนั้น ได้คำตอบว่า ยอดจอง 5,800 กว่าคัน คิดเป็น 15 เปอร์เซ็น ของยอดจองทั้งหมดในงาน ส่วนในปีนี้ยอดจองแค่ครึ่งทาง มีไปกว่า 32 เปอร์เซ็น คือ 7,000 กว่าคัน เชื่อว่าหลังจบงานจะมียอดจองรถยนต์ไฟฟ้ามากขึ้นแน่นอน (ระหว่างวันที่ 30 พ.ย. - 11 ธ.ค.66) 

ส่วนหนึ่งอาจจะเกี่ยวกับเงินอุดหนุน จากมาตรการอีวี 3.0 ที่กำลังจะหมดลง (เงินอุดหนุน 150,000 บาท) ซึ่งนโยบาย 3.5 จะได้เงินอุดหนุนซื้อรถยนต์ไฟฟ้าแค่ 100,000 บาท จึงเรียกได้ว่าเป็นนาทีทอง ของคนที่ต้องการเป็นเจ้าของรถยนต์ EV ในตอนนี้

ข้อตกลง MOU ในการผลิตรถยนต์ไฟฟ้าในไทย? 

กฤษฎา ระบุว่า ก่อนที่ค่ายรถยนต์ต่างๆ จะได้สิทธิประโยชน์ในเงินอุดหนุนซื้อรถยนต์นั้น จะต้องไปลงนาม MOU กับกรมสรรพสามิต ในการเข้ามาผลิตรถยนต์ไฟฟ้าในไทยตั้งแต่ปี 2024 เป็นต้นไป ในอัตราส่วน 1:1 เช่น หากบริษัท A ได้รับเงินอุดหนุนไป 1,000 คัน ก็ต้องผลิตรถยนต์ไฟฟ้าให้ได้ 1,000 คัน ใน 1 ปี โดยมีถึง 15 บริษัทที่ลงนาม MOU โดยบริษัทรถ BYD ก็กำลังหาพื้นที่สร้างโรงงานแห่งใหม่อีกด้วย 

ส่องความพร้อมไทย-กับการบุกตลาดรถEV สะท้อนผ่านงานมอเตอร์เอ็กซ์โป

นโยบายของ "มาตรการอีวี 3.5" จะช่วยให้ประชาชนมีทางเลือกมากขึ้นในตลาดที่กำลังแข่งขันกันสูง ประชาชนก็สามารถเป็นเจ้าของได้ในราคาเริ่มต้น แค่ 4-5 แสนบาท หากเมื่อเทียบกับราคารถEV ในประเทศเพื่อนบ้านตอนนี้ ได้เปรียบกว่ามากในเรื่องราคาที่ถูกกว่า อย่าง มาเลเซีย ราคาน้ำมันถูกมาก ภาครัฐก็ไม่หันมาสนับสนุนให้ใช้รถEV ซึ่งตลาดคงเติบโตยาก

ในแง่ของนโยบายระยะยาว ไทยจะเป็นฐานการผลิตสำคัญของโลก ได้อย่างไรบ้าง? 

นายกสมาคมยานยนต์ไฟฟ้าแห่งประเทศไทย บอกว่า ช่วงที่ผ่านมาคณะกรรมการนโยบายยานยนต์ไฟฟ้าแห่งชาติ หรือเรียกสั้นๆว่า อีวีบอร์ด ที่เราได้เข้าร่วมนั้น มี 4 คณะอนุกรรมการที่คอยดูเรื่องนโยบาย เผยแพร่ข้อมูลประชาสัมพันธ์

ซึ่ง "มาตรการอีวี 3.5" ยังต้องช่วยกันผลักดันต่อไป ทั้งในส่วนของสถานีประจุไฟฟ้า หรือชาร์ตติ้งสเตชั่น ที่ยังต้องการให้มีมากขึ้น เพื่อรองรับจำนวนรถEV ที่จะมีมากขึ้นในอนาคต เพราะที่ผ่านมายังมีแต่ภาคเอกชนและรัฐวิสาหกิจที่ทำในส่วนนี้ 

รถ EV อีโคซิสเต็มในไทยเมื่อเทียบกับประเทศเพื่อนบ้าน?

นายกสมาคมยานยนต์ไฟฟ้าแห่งประเทศไทย
 ระบุว่า ยอดจดทะเบียนรถ EV ในบ้านเรามากสุดในอาเซียนขณะนี้ ส่วนเรื่องสถานีชาร์จ เรามีเครื่อข่ายเน็ตเวิร์คของสถานีชาร์จ์กว่า 8,000 หัวจ่าย ซึ่งมากสุดในอาเซียน ณ ปัจจุบัน แปลงเป็นเปอร์เซ็นยอดจดรถยนต์นั่งส่วนบุคคล ประมาณ 11 เปอร์เซ็น เมื่อเทียบกับปีที่แล้วแค่ 1 เปอร์เซ็นกว่าๆ 

ส่องความพร้อมไทย-กับการบุกตลาดรถEV สะท้อนผ่านงานมอเตอร์เอ็กซ์โป

ความคุ้มที่รัฐบาลกำลังเดินหน้ามองหาเม็ดเงินที่จะลงทุน จากบีโอไอ 1 ล้านล้านบาท ในอุตสาหกรรม EV ?

กฤษฎา
กล่าวว่า มองว่าในมุมภาครัฐมาถูกทางแล้วตอนนี้ เพราะเราต้องการปูทางสร้างดีมานให้เกิดในประเทศก่อน ด้วยจากนโยบายอีวี 3.0 เพื่อหวังให้ประชาชนเข้าถึงรถยนต์ไฟฟ้าโดยง่ายขึ้น ในราคาที่เป็นธรรม จากนั้นพอเริ่มมีดีมานที่คงที่จุดสถานีชาร์จต่างๆ ก็จะตามมา เพื่อรองรับกลุ่มลูกค้าที่เติบโตขึ้น แล้วค่อยมองย้อนกลับไปในภาคการผลิตว่าปีหน้าเราจะได้เห็นรถยนต์EV ที่มาจากการผลิต มากกว่าการนำเข้าอีกต่อไป

นอกจากนี้ รวมไปถึงชิ้นส่วนรถEV ในอนาคตที่จะลดการนำเข้า ซึ่งยังรวมไปถึงในหลายภาคส่วนของไทย ที่จะต้องปรับตัวตาม เช่น หยุด ลดผลิตชิ้นส่วนรถยนต์สันดาป และหันมาผลิตชิ้นส่วนรถEV แทน ซึ่งก็เป็นแผนตามธุรกิจในโลกอนาคตที่ไร้ร้อยต่อ แต่ต้องมีการเปลี่ยนผ่านอย่างเป็นระบบ ซึ่งทั้งหมดต้องใช้เวลาและความร่วมมือจากหลายภาคส่วน 

ข่าวล่าสุด