ส่วนการเลือกซื้อรุ่นขับเคลื่อนสี่ล้อที่ทรงพลังกว่านั้น จะลดเวลาอัตราเร่งจาก 0-100 กิโลเมตรต่อชั่วโมง เหลือแค่ 4.1 วินาที EQS ทุกรุ่น ใช้ระบบกันสะเทือนอากาศหรือแอร์สปริง (Adaptive Air Suspension) แบบปรับระดับได้ พร้อมล้ออัลลอยที่มีขนาดระหว่าง 19 ถึง 21 นิ้ว
มาดูกันที่ระบบบังคับเลี้ยวล้อหลัง
สามารถทำมุมล้อหลังได้มากถึง 4.5 องศา เพื่อลดรัศมีวงเลี้ยว ทำให้เลี้ยวกลับรถในพื้นที่คับแคบได้ดีกว่าเดิม โดยมีตัวเลือกการอัปเกรดจากออปชันเสริม ที่สามารถเบนองศาของล้อหลังได้ 10 องศา
เทคโนโลยีใหม่ล่าสุดนี้ มีจุดมุ่งหมายเพื่อทำให้ EQS ที่มีขนาดความยาว 5 เมตร ควบคุมได้ง่ายขึ้นในการกลับรถยังจุดที่คับแคบ และเพิ่มเสถียรภาพของการทรงตัว เมื่อขับด้วยความเร็วสูงเข้าโค้ง
โดยทางทีมผู้คิดค้นคาดหวังว่า EQS จะสามารถปิดผลึกห้องโดยสารได้ดีกว่าเดิม เนื่องจากไม่มีแรงสั่นสะเทือนและเสียงการทำงานของเครื่องยนต์อีกต่อไป คุณภาพการขับขี่ที่นุ่มนวลน่าจะมาพร้อมกับความสบายคล้าย New S-Class ซึ่งเป็นรถเครื่องยนต์สันดาปภายในที่แบรนด์นี้ ยาวนานกว่า 50 ปีแล้ว
EQS ทั้งสองรุ่นได้ รับแหล่งจ่ายไฟจากชุดแบตเตอรี่ลิเธียมไอออนที่มีความจุใช้งาน 107.8 กิโลวัตต์/ ชั่วโมง นับว่าเป็นรถไฟฟ้าที่มีแบตฯใหญ่ และมีความจุกระแสไฟมากเอาเรื่อง Mercedes- Benz ยังไม่ได้แจ้งเรื่องระยะทางการวิ่งเมื่อชาร์จไฟจนเต็ม
มันจะทำสามารถระยะทางได้เฉียดๆ 450 กิโลเมตร นอกจากความสามารถในการชาร์จแบตเตอรี่จาก 10 ถึง 100 เปอร์เซ็นต์ ในเวลาประมาณ 11 ชั่วโมง 15 นาที โดยใช้อุปกรณ์ชาร์จไฟขนาด 240 โวลต์ ซึ่งเป็นระบบชาร์จแบบปกติค่อยๆ ปล่อยไฟเข้าแบตฯแล้ว EQS สามารถอัดประจุไฟเติมแบตเตอรี่แบบเต็มเหนี่ยวด้วยระบบชาร์จเร็ว จะได้ไฟเข้าแบตฯ 80 เปอร์เซ็นต์ สำหรับระยะเวลาในการชาร์จเร็วอยู่ที่ 35 นาที โดยใช้แท่นชาร์จ DC
ที่สุดของการตกแต่งภายในของ EQS
คืองานตกแต่งที่สะท้อนให้เห็นถึง อนาคตของห้องโดยสาร หรูหราเรียงรายไปด้วยวัสดุคุณภาพสูง ตกแต่งด้วยสิ่งอำนวยความสะดวกหรูหรามากมาย ตอบโจทย์การใช้งานคนในยุคใหม่ ได้แก่ ระบบไฟส่องสว่างภายใน หมอนรองศีรษะสำหรับผู้โดยสารตอนหน้าและตอนหลัง ชุดเบาะนั่งด้านหลัง เบาะหลังแบบปรับเอนได้พร้อมฟังก์ชั่นการนวด ระบบทำความร้อนที่คอและไหล่ แท็บเล็ตแต่ละตัว เพื่อควบคุมระบบสาระบันเทิง MBUX ที่เบาะหลัง
สำหรับออฟชันเด่นที่สุดก็คือสิ่งที่ Mercedes เรียกว่า Hyperscreen แผงจอภาพกระจกขนาดยักษ์ ทอดยาวไปทั่วแผงหน้าปัดและครอบคลุมการใช้งานระบบสาระบันเทิงอินโฟเทนเมนต์ การเชื่อมต่อและการปรับตั้งค่าต่างๆ ด้วยระบบสัมผัส หรือสั่งงานด้วยเสียง
ว่ากันว่า แม้ว่าแดชบอร์ดดิจิทัลนี้จะดูล้ำยุค แต่ EQS ก็มาพร้อมกับแดชบอร์ดแบบเดิมๆ ด้วยพื้นเรียบที่สมบูรณ์แบบ จากขนาดของฐานล้อที่ยาวเหยียด EQS จึงมีการตกแต่งภายในที่เน้นความกว้างขวาง พื้นที่เก็บสัมภาระยังถูกออกแบบให้กว้างเป็นพิเศษ ฝาท้ายขนาดใหญ่และฝากระโปรงหน้าที่เปิดออกมาแล้วกลายเป็นที่เก็บของ
ระบบสาระบันเทิง MBUX บน EQS เป็นหนึ่งในคุณสมบัติภายในที่โดดเด่นที่สุด โดยเฉพาะ Hyperscreen ความยาว 56 นิ้ว ในขณะที่การจัดเรียงในแนวโค้ง ช่วยเพิ่มมุมมองและความน่าใช้ หน้าจอสัมผัสแบบแท็บเล็ต ที่ยื่นออกมาจากคอนโซลกลางและลอยอยู่เหนือแผงหน้าปัด Hyperscreen ทำหน้าที่เป็นจอแสดงผลขนาดใหญ่ ประกอบด้วยหน้าจอที่แตกต่างกันสามหน้าจอ ได้แก่ คลัสเตอร์มาตรวัดขนาด 12.3 นิ้ว หน้าจอสัมผัสกลางขนาด 17.7 นิ้ว และหน้าจอสัมผัสของผู้โดยสารตอนหน้า ขนาด 12.3 นิ้ว
นอกจากหน้าจอที่หลากหลายแล้ว EQS ยังมีเครื่องสแกนลายนิ้วมือที่เปิดใช้งานโปรไฟล์ไดรเวอร์ระบบสั่งงานด้วยเสียง "Hey Mercedes" และการนำทางเสมือนจริงบนจอแสดงผล ทุกรุ่นยังมีพอร์ต USB-C หกพอร์ต ทั่วห้องโดยสาร พร้อมระบบเสียงจากแบรนด์ Burmester