ประกาศราคาทองคำ ครั้งที่ 6
เมื่อเวลา 10.22 น. ปรับราคาทองคำเพิ่มขึ้น 50 บาท ต่อบาททองคำ ค่าเงินบาทอยู่ที่ระดับ 34.12 บาทต่อดอลลาร์สหรัฐ ราคาขายทองคำ ดังนี้
ราคาทองคำแท่ง
- ซื้อบาทละ 50,400.00 บาท
- ขายออกบาทละ 50,500.00 บาท
ราคาทองรูปพรรณ
- ซื้อบาทละ 49,497.40 บาท
- ขายออกบาทละ 51,300.00 บาท
ประกาศราคาทองคำ ครั้งที่ 7
เมื่อเวลา 10.29 น. ปรับราคาทองคำลดลง 50 บาท ต่อบาททองคำ ค่าเงินบาทอยู่ที่ระดับ 34.15 บาทต่อดอลลาร์สหรัฐ ราคาขายทองคำ ดังนี้
ราคาทองคำแท่ง
- ซื้อบาทละ 50,350.00 บาท
- ขายออกบาทละ 50,450.00 บาท
ราคาทองรูปพรรณ
- ซื้อบาทละ 49,436.76 บาท
- ขายออกบาทละ 51,250.00 บาท
ประกาศราคาทองคำ ครั้งที่ 8
เมื่อเวลา 10.35 น. ปรับราคาทองคำเพิ่มขึ้น 50 บาท ต่อบาททองคำ ค่าเงินบาทอยู่ที่ระดับ 34.14 บาทต่อดอลลาร์สหรัฐ ราคาขายทองคำ ดังนี้
ราคาทองคำแท่ง
- ซื้อบาทละ 50,400.00 บาท
- ขายออกบาทละ 50,500.00 บาท
ราคาทองรูปพรรณ
- ซื้อบาทละ 49,497.40 บาท
- ขายออกบาทละ 51,300.00 บาท
ประกาศราคาทองคำ ครั้งที่ 9
เมื่อเวลา 13.26 น. ปรับราคาทองคำลดลง 50 บาท ต่อบาททองคำ ค่าเงินบาทอยู่ที่ระดับ 34.14 บาทต่อดอลลาร์สหรัฐ ราคาขายทองคำ ดังนี้
ราคาทองคำแท่ง
- ซื้อบาทละ 50,350.00 บาท
- ขายออกบาทละ 50,450.00 บาท
ราคาทองรูปพรรณ
- ซื้อบาทละ 49,436.76 บาท
- ขายออกบาทละ 51,250.00 บาท
ประกาศราคาทองคำ ครั้งที่ 10
เมื่อเวลา 12.38 น. ปรับราคาทองคำลดลง 50 บาท ต่อบาททองคำ ค่าเงินบาทอยู่ที่ระดับ 34.11 บาทต่อดอลลาร์สหรัฐ ราคาขายทองคำ ดังนี้
ราคาทองคำแท่ง
- ซื้อบาทละ 50,300.00 บาท
- ขายออกบาทละ 50,400.00 บาท
ราคาทองรูปพรรณ
- ซื้อบาทละ 49,391.28 บาท
- ขายออกบาทละ 51,200.00 บาท
ประกาศราคาทองคำ ครั้งที่ 11
เมื่อเวลา 12.42 น. ปรับราคาทองคำลดลง 50 บาท ต่อบาททองคำ ค่าเงินบาทอยู่ที่ระดับ 34.12 บาทต่อดอลลาร์สหรัฐ ราคาขายทองคำ ดังนี้
ราคาทองคำแท่ง
- ซื้อบาทละ 50,250.00 บาท
- ขายออกบาทละ 50,350.00 บาท
ราคาทองรูปพรรณ
- ซื้อบาทละ 49,345.80 บาท
- ขายออกบาทละ 51,150.00 บาท
ประกาศราคาทองคำ ครั้งที่ 12
เมื่อเวลา 13.01 น. ปรับราคาทองคำเพิ่มขึ้น 50 บาท ต่อบาททองคำ ค่าเงินบาทอยู่ที่ระดับ 34.12 บาทต่อดอลลาร์สหรัฐ ราคาขายทองคำ ดังนี้
ราคาทองคำแท่ง
- ซื้อบาทละ 50,300.00 บาท
- ขายออกบาทละ 50,400.00 บาท
ราคาทองรูปพรรณ
- ซื้อบาทละ 49,391.28 บาท
- ขายออกบาทละ 51,200.00 บาท
ประกาศราคาทองคำ ครั้งที่ 13
เมื่อเวลา 14.24 น. ปรับราคาทองคำเพิ่มขึ้น 50 บาท ต่อบาททองคำ ค่าเงินบาทอยู่ที่ระดับ 34.17 บาทต่อดอลลาร์สหรัฐ ราคาขายทองคำ ดังนี้
ราคาทองคำแท่ง
- ซื้อบาทละ 50,350.00 บาท
- ขายออกบาทละ 50,450.00 บาท
ราคาทองรูปพรรณ
- ซื้อบาทละ 49,436.76 บาท
- ขายออกบาทละ 51,250.00 บาท
ประกาศราคาทองคำ ครั้งที่ 14
เมื่อเวลา 14.38 น. ปรับราคาทองคำลดลง 50 บาท ต่อบาททองคำ ค่าเงินบาทอยู่ที่ระดับ 34.25 บาทต่อดอลลาร์สหรัฐ ราคาขายทองคำ ดังนี้
ราคาทองคำแท่ง
- ซื้อบาทละ 50,300.00 บาท
- ขายออกบาทละ 50,400.00 บาท
ราคาทองรูปพรรณ
- ซื้อบาทละ 49,391.28 บาท
- ขายออกบาทละ 51,200.00 บาท
ประกาศราคาทองคำ ครั้งที่ 15
เมื่อเวลา 15.35 น. ปรับราคาทองคำลดลง 50 บาท ต่อบาททองคำ ค่าเงินบาทอยู่ที่ระดับ 34.22 บาทต่อดอลลาร์สหรัฐ ราคาขายทองคำ ดังนี้
ราคาทองคำแท่ง
- ซื้อบาทละ 50,250.00 บาท
- ขายออกบาทละ 50,350.00 บาท
ราคาทองรูปพรรณ
- ซื้อบาทละ 49,345.80 บาท
- ขายออกบาทละ 51,150.00 บาท
ประกาศราคาทองคำ ครั้งที่ 16
เมื่อเวลา 15.47 น. ปรับราคาทองคำเพิ่มขึ้น 50 บาท ต่อบาททองคำ ค่าเงินบาทอยู่ที่ระดับ 34.22 บาทต่อดอลลาร์สหรัฐ ราคาขายทองคำ ดังนี้
ราคาทองคำแท่ง
- ซื้อบาทละ 50,300.00 บาท
- ขายออกบาทละ 50,400.00 บาท
ราคาทองรูปพรรณ
- ซื้อบาทละ 49,391.28 บาท
- ขายออกบาทละ 51,200.00 บาท
ประกาศราคาทองคำ ครั้งที่ 17
เมื่อเวลา 16.12 น. ปรับราคาทองคำลดลง 50 บาท ต่อบาททองคำ ค่าเงินบาทอยู่ที่ระดับ 34.24 บาทต่อดอลลาร์สหรัฐ ราคาขายทองคำ ดังนี้
ราคาทองคำแท่ง
- ซื้อบาทละ 50,250.00 บาท
- ขายออกบาทละ 50,350.00 บาท
ราคาทองรูปพรรณ
- ซื้อบาทละ 49,345.80 บาท
- ขายออกบาทละ 51,150.00 บาท
ประกาศราคาทองคำ ครั้งที่ 18
เมื่อเวลา 16.48 น. ปรับราคาทองคำเพิ่มขึ้น 50 บาท ต่อบาททองคำ ค่าเงินบาทอยู่ที่ระดับ 34.22 บาทต่อดอลลาร์สหรัฐ ราคาขายทองคำ ดังนี้
ราคาทองคำแท่ง
- ซื้อบาทละ 50,300.00 บาท
- ขายออกบาทละ 50,400.00 บาท
ราคาทองรูปพรรณ
- ซื้อบาทละ 49,391.28 บาท
- ขายออกบาทละ 51,200.00 บาท
ทิศทางราคาทองคำ
สัญญาทองคำตลาดนิวยอร์กปิดพุ่งขึ้นเกือบ 3% เมื่อวันที่ 9 เมษยายนที่ผ่านมา จากปัจจัยหนุนจากการที่นักลงทุนเข้าซื้อทองคำในฐานะสินทรัพย์ที่ปลอดภัย หลังจาก ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐฯ ประกาศ "ภาษีทรัมป์" เพิ่มการเรียกเก็บภาษีสินค้านำเข้าจากจีน ส่งสัญญาณบ่งชี้ถึงสถานการณ์ตึงเครียดสงครามการค้าที่ทวีความรุนแรงมากขึ้นระหว่างสองประเทศ
ทั้งนี้ สัญญาทองคำตลาด COMEX (Commodity Exchange) ส่งมอบเดือนมิ.ย. เพิ่มขึ้น 89.20 ดอลลาร์ หรือ 2.98% ปิดที่ 3,079.40 ดอลลาร์/ออนซ์
หลังจากการเทขายทำกำไรในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา ล่าสุด นักลงทุนกลับแห่ซื้อทองคำ ซึ่งเป็นสินทรัพย์ที่ปลอดภัย ท่ามกลางความกังวลว่าสงครามการค้าระหว่างจีนและสหรัฐฯ จะทวีความรุนแรง รวมทั้งกังวลมาตรการภาษีศุลกากรจะส่งผลให้เงินเฟ้อปรับตัวสูงขึ้นและขัดขวางการเติบโตทางเศรษฐกิจ
ผลสำรวจราคาทองคำ
ศูนย์วิจัยทองคำ เปิดเผยผลสำรวจมุมมองต่อทิศทางราคาทองคำในประเทศรายสัปดาห์ระหว่างวันที่ 7-11 เม.ย.68 จากการสำรวจ GRC Gold Survey ระบุว่า..
13 ผู้เชี่ยวชาญในตลาดทองคำที่ได้มีส่วนร่วมตอบแบบสำรวจ ในจำนวนนี้มี 4 ราย หรือเทียบเป็น 31% คาดว่าราคาทองคำในสัปดาห์หน้าจะปรับเพิ่มขึ้น ส่วนจำนวน 5 ราย หรือเทียบเป็น 38% คาดว่าราคาทองคำจะลดลง และ จำนวน 4 ราย หรือเทียบเป็น 31% คาดว่าราคาทองคำจะใกล้เคียงกับสัปดาห์ที่ผ่านมา
สำหรับนักลงทุนทองคำ ได้เข้าร่วมตอบแบบสำรวจ จำนวน 361 ราย ในจำนวนนี้มี 178 ราย หรือเทียบเป็น 49% คาดว่าราคาทองคำในประเทศของสัปดาห์หน้าจะปรับเพิ่มขึ้น ส่วนจำนวน 141 ราย หรือเทียบเป็น 39% คาดว่าราคาทองคำจะลดลง และ จำนวน 42 ราย หรือเทียบเป็น 12% คาดว่าราคาทองคำจะใกล้เคียงกับสัปดาห์ที่ผ่านมา
สถานการณ์ราคาทองคำ
ราคาทองคำแท่งในประเทศ 96.5% ตามประกาศ สมาคมค้าทองคำ ในสัปดาห์ที่ผ่านมาเคลื่อนไหวอยู่ระหว่าง 49,650 – 51,250 บาท ต่อบาททองคำ โดยราคาทองคำปิดอยู่ที่ระดับ 49,700 บาท ต่อบาททองคำ เพิ่มขึ้น 100 เมื่อเปรียบเทียบกับราคาปิดของสัปดาห์ก่อนหน้า (สัปดาห์ก่อนหน้าปิดที่ 49,600 บาท) ดูรายงาน GRC ฉบับก่อนหน้า
ปัจจัยที่ต้องติดตาม
- 1. ผลกระทบต่อมาตรการภาษีตอบโต้ (Reciprocal Tariff) มาตรการภาษีศุลกากรฉบับใหม่ตามนโยบายของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ที่จะมีผลบังคับใช้ในวันที่ 9 เมษายน 2568 อาจก่อให้เกิดปฏิกิริยาเชิงลบจากประเทศคู่ค้า โดยหลายประเทศอาจพยายามเจรจาหาทางประนีประนอม หรือเตรียมออกมาตรการภาษีตอบโต้ ซึ่งจะนำไปสู่ความตึงเครียดด้านการค้าระหว่างประเทศมากขึ้น
- 2. สถานการณ์ความขัดแย้งระหว่างรัสเซีย–ยูเครน โดยความเคลื่อนไหวล่าสุดได้สะท้อนสัญญาณเชิงบวก หลังจากมีรายงานการพบปะระหว่างผู้แทนจากรัสเซีย และทูตพิเศษของนายโดนัลด์ ทรัมป์ ซึ่งมีเป้าหมายเพื่อผลักดันข้อตกลงหยุดยิง แม้รายละเอียดของการหารือยังไม่ถูกเปิดเผยอย่างเป็นทางการ แต่ความคืบหน้าในประเด็นนี้มีแนวโน้มที่จะลดแรงกดดันจากความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์ ซึ่งเป็นหนึ่งในปัจจัยเสี่ยงที่ส่งผลต่อความผันผวนในตลาดการเงินทั่วโลก โดยเฉพาะตลาดพลังงานและสินทรัพย์ปลอดภัยอย่างทองคำ
- 3. รายงานตัวเลขทางเศรษฐกิจที่สำคัญของสหรัฐฯ ได้แก่ ดัชนีราคาผู้บริโภคและดัชนีราคาผู้ผลิตของเมื่อเดือน มีนาคม 2568, รายงานการประชุมของธนาคารกลางสหรัฐฯ (FED) เมื่อวันที่ 18-19 มีนาคม 2568 ที่ผ่านมา, ดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภค (เบื้องต้น) เดือน เมษายน 2568 รวมถึงตัวเลขจำนวนผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานรายสัปดาห์
ที่มา :