ประกาศราคาทองคำ ครั้งที่ 5
เมื่อเวลา 12.12 น. ปรับราคาทองคำขึ้น 50 บาท ต่อบาททองคำ ค่าเงินบาทอยู่ที่ระดับ 33.63 บาทต่อดอลลาร์สหรัฐ ราคาขายทองคำ ดังนี้
ราคาทองคำแท่ง
- ซื้อบาทละ 48,250.00 บาท
- ขายออกบาทละ 48,350.00 บาท
ราคาทองรูปพรรณ
- ซื้อบาทละ 47,375.00 บาท
- ขายออกบาทละ 49,150.00 บาท
ประกาศราคาทองคำ ครั้งที่ 6
เมื่อเวลา 12.39 น. ปรับราคาทองคำขึ้น 50 บาท ต่อบาททองคำ ค่าเงินบาทอยู่ที่ระดับ 33.62 บาทต่อดอลลาร์สหรัฐ ราคาขายทองคำ ดังนี้
ราคาทองคำแท่ง
- ซื้อบาทละ 48,300.00 บาท
- ขายออกบาทละ 48,400.00 บาท
ราคาทองรูปพรรณ
- ซื้อบาทละ 47,435.64 บาท
- ขายออกบาทละ 49,200.00 บาท
ประกาศราคาทองคำ ครั้งที่ 7
เมื่อเวลา 13.18 น. ปรับราคาทองคำลง 50 บาท ต่อบาททองคำ ค่าเงินบาทอยู่ที่ระดับ 33.62 บาทต่อดอลลาร์สหรัฐ ราคาขายทองคำ ดังนี้
ราคาทองคำแท่ง
- ซื้อบาทละ 48,250.00 บาท
- ขายออกบาทละ 48,350.00 บาท
ราคาทองรูปพรรณ
- ซื้อบาทละ 47,375.00 บาท
- ขายออกบาทละ 49,150.00 บาท
ประกาศราคาทองคำ ครั้งที่ 8
เมื่อเวลา 13.45 น. ปรับราคาทองคำขึ้น 50 บาท ต่อบาททองคำ ค่าเงินบาทอยู่ที่ระดับ 33.64 บาทต่อดอลลาร์สหรัฐ ราคาขายทองคำ ดังนี้
ราคาทองคำแท่ง
- ซื้อบาทละ 48,300.00 บาท
- ขายออกบาทละ 48,400.00 บาท
ราคาทองรูปพรรณ
- ซื้อบาทละ 47,435.64 บาท
- ขายออกบาทละ 49,200.00 บาท
ประกาศราคาทองคำ ครั้งที่ 9
เมื่อเวลา 15.00 น. ปรับราคาทองคำลง 50 บาท ต่อบาททองคำ ค่าเงินบาทอยู่ที่ระดับ 33.62 บาทต่อดอลลาร์สหรัฐ ราคาขายทองคำ ดังนี้
ราคาทองคำแท่ง
- ซื้อบาทละ 48,250.00 บาท
- ขายออกบาทละ 48,350.00 บาท
ราคาทองรูปพรรณ
- ซื้อบาทละ 47,375.00 บาท
- ขายออกบาทละ 49,150.00 บาท
ประกาศราคาทองคำ ครั้งที่ 10
เมื่อเวลา 15.13 น. ปรับราคาทองคำลง 50 บาท ต่อบาททองคำ ค่าเงินบาทอยู่ที่ระดับ 33.65 บาทต่อดอลลาร์สหรัฐ ราคาขายทองคำ ดังนี้
ราคาทองคำแท่ง
- ซื้อบาทละ 48,200.00 บาท
- ขายออกบาทละ 48,300.00 บาท
ราคาทองรูปพรรณ
- ซื้อบาทละ 47,329.52 บาท
- ขายออกบาทละ 49,100.00 บาท
ประกาศราคาทองคำ ครั้งที่ 11
เมื่อเวลา 15.40 น. ปรับราคาทองคำลง 50 บาท ต่อบาททองคำ ค่าเงินบาทอยู่ที่ระดับ 33.64 บาทต่อดอลลาร์สหรัฐ ราคาขายทองคำ ดังนี้
ราคาทองคำแท่ง
- ซื้อบาทละ 48,150.00 บาท
- ขายออกบาทละ 48,250.00 บาท
ราคาทองรูปพรรณ
- ซื้อบาทละ 47,284.04 บาท
- ขายออกบาทละ 49,050.00 บาท
ประกาศราคาทองคำ ครั้งที่ 12
เมื่อเวลา 16.00 น. ปรับราคาทองคำลง 50 บาท ต่อบาททองคำ ค่าเงินบาทอยู่ที่ระดับ 33.64 บาทต่อดอลลาร์สหรัฐ ราคาขายทองคำ ดังนี้
ราคาทองคำแท่ง
- ซื้อบาทละ 48,100.00 บาท
- ขายออกบาทละ 48,200.00 บาท
ราคาทองรูปพรรณ
- ซื้อบาทละ 47,238.56 บาท
- ขายออกบาทละ 49,000.00 บาท
ประกาศราคาทองคำ ครั้งที่ 13
เมื่อเวลา 16.00 น. ปรับราคาทองคำขึ้น 50 บาท ต่อบาททองคำ ค่าเงินบาทอยู่ที่ระดับ 33.65 บาทต่อดอลลาร์สหรัฐ ราคาขายทองคำ ดังนี้
ราคาทองคำแท่ง
- ซื้อบาทละ 48,150.00 บาท
- ขายออกบาทละ 48,250.00 บาท
ราคาทองรูปพรรณ
- ซื้อบาทละ 47,284.04 บาท
- ขายออกบาทละ 49,050.00 บาท
ราคาทองคำพุ่งสูง ทำนิวไฮ
ราคาทองคำพุ่งสูงเป็นประวัติการณ์ 3,040 เหรียญ ความตึงเครียดในตะวันออกกลางและความไม่แน่นอนด้านภาษีศุลกากรของทรัมป์ ทำให้ทองคำทำสถิติสูงสุดใหม่ครั้งที่ 14 ในปีนี้
รายงานภาวะตลาดทองคำโลกวันอังคาร (18 มี.ค.) ว่าราคาทองคำพุ่งขึ้น 1% แตะระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์ใหม่ในวันอังคาร โดยยืนเหนือระดับ 3,000 ดอลลาร์ต่อออนซ์ เนื่องจากความตึงเครียดในตะวันออกกลางที่เพิ่มขึ้นและความไม่แน่นอนด้านการค้าอันเนื่องมาจากแผนภาษีศุลกากรของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ของสหรัฐฯ กระตุ้นความต้องการสินทรัพย์ที่ปลอดภัยดังกล่าว
ราคาทองคำตลาดสปอต (Spot Gold) แตะระดับสูงสุดของช่วงต้นวันที่ 3,038.26 ดอลลาร์ต่อออนซ์ และเมื่อเวลา 12.00 น. ตามเวลาฝั่งตะวันออกสหรัฐ (16.00 GMT) พุ่งขึ้น 1.05% สู่ระดับ 3,032.96 ดอลลาร์ต่อออนซ์ ราคาทองคำพุ่งขึ้นเหนือ 3,000 ดอลลาร์เป็นครั้งแรกเมื่อวันที่ 14 มีนาคม
ราคาทองคำตลาดซื้อขายล่วงหน้าของสหรัฐ (Gold Futures) พุ่งขึ้น 1.2% สู่ระดับ 3,040.80
ทองคำแท่งซึ่งพุ่งสูงอย่างโดดเด่นเมื่อปีที่แล้ว ยังคงรักษาโมเมนตัมไว้ได้ในปีนี้เช่นกัน โดยพุ่งขึ้นมากกว่า 15% ในปีนี้ และทำสถิติสูงสุดเป็นประวัติการณ์ถึง 14 ครั้ง
ทั้งนี้ ความตึงเครียดในตะวันออกกลางที่ทวีความรุนแรงขึ้น เนื่องจากอิสราเอลเปิดฉากโจมตีทางทหารต่อเป้าหมายของกลุ่มฮามาสในฉนวนกาซา ซึ่งคุกคามการหยุดยิง ส่งผลให้มีการเสนอซื้อทองคำเพิ่มขึ้น
การโจมตีทางอากาศของอิสราเอลสังหารผู้คนมากกว่า 400 รายในฉนวนกาซา ซึ่งสั่นคลอนข้อตกลงหยุดยิง 2 เดือน
ในขณะเดียวกัน โดนัลด์ ทรัมป์ ได้เสนอแผนภาษีศุลกากรของสหรัฐฯ หลายฉบับ รวมถึงภาษีนำเข้าเหล็กและอลูมิเนียมในอัตราคงที่ 25% ซึ่งมีผลบังคับใช้ตั้งแต่เดือนกุมภาพันธ์ รวมถึงภาษีศุลกากรแบบตอบโต้และแบบรายอุตสาหกรรมซึ่งเขากล่าวว่าจะบังคับใช้ในวันที่ 2 เมษายน
โดยทั่วไปแล้ว ทองคำถือเป็นการลงทุนที่ปลอดภัยในช่วงที่เศรษฐกิจหรือภูมิรัฐศาสตร์ไม่มั่นคง
ล่าสุด นักลงทุนจับตาผลการเจรจาระหว่างทรัมป์กับปูตินอย่างใกล้ชิด ซึ่งคาดว่าเขาจะผลักดันให้มีการหยุดยิงในยูเครน รวมถึงการประชุมนโยบายการเงินของธนาคารกลางสหรัฐในวันพุธ
ผลสำรวจมุมมอง ราคาทองคำ
ผลสำรวจมุมมองต่อทิศทางราคาทองคำในประเทศรายสัปดาห์ระหว่างวันที่ 17-21 มี.ค.68 จากการสำรวจ GRC Gold Survey โดย ศูนย์วิจัยทองคำ พบว่า..
14 ผู้เชี่ยวชาญในตลาดทองคำที่ได้มีส่วนร่วมตอบแบบสำรวจ ในจำนวนนี้มี 7 ราย หรือเทียบเป็น 50% คาดว่าราคาทองคำในสัปดาห์หน้าจะปรับเพิ่มขึ้น ส่วนจำนวน 2 ราย หรือเทียบเป็น 14% คาดว่าราคาทองคำจะลดลง และ จำนวน 5 ราย หรือเทียบเป็น 36% คาดว่าราคาทองคำจะใกล้เคียงกับสัปดาห์ที่ผ่านมา
สำหรับนักลงทุนทองคำ ได้เข้าร่วมตอบแบบสำรวจ จำนวน 348 ราย ในจำนวนนี้มี 279 ราย หรือเทียบเป็น 80% คาดว่าราคาทองคำในประเทศของสัปดาห์หน้าจะปรับเพิ่มขึ้น ส่วนจำนวน 49 ราย หรือเทียบเป็น 14% คาดว่าราคาทองคำจะลดลง และ จำนวน 20 ราย หรือเทียบเป็น 6% คาดว่าราคาทองคำจะใกล้เคียงกับสัปดาห์ที่ผ่านมา
สถานการณ์ราคาทองคำ
ราคาทองคำแท่งในประเทศ 96.5% ตามประกาศ สมาคมค้าทองคำ ในสัปดาห์ที่ผ่านมาเคลื่อนไหวอยู่ระหว่าง 46,450 – 47,650 บาท ต่อบาททองคำ โดยราคาทองคำปิดอยู่ที่ระดับ 47,500 บาท ต่อบาททองคำ เพิ่มขึ้น 950 เมื่อเปรียบเทียบกับราคาปิดของสัปดาห์ก่อนหน้า (สัปดาห์ก่อนหน้าปิดที่ 46,550 บาท) ดูรายงาน GRC ฉบับก่อนหน้า
ปัจจัยที่ต้องติดตาม
- 1. การประชุมธนาคารกลางสหรัฐฯ (FED) ระหว่างวันที่ 18-19 มีนาคม นักลงทุนคาดการณ์ว่า FED จะยังคงอัตราดอกเบี้ยที่ระดับ 4.25-4.50% โดยข้อมูลจากเครื่องมือ FedWatch Tool ของ CME บ่งชี้ว่า นักลงทุนให้น้ำหนักกว่า 55% ว่า FED อาจปรับลดอัตราดอกเบี้ยครั้งแรกในเดือน มิถุนายน 2568 ทำให้ตลาดจับตาสัญญาณจากถ้อยแถลงของ FED เกี่ยวกับแนวโน้มอัตราดอกเบี้ยและสภาวะเศรษฐกิจสหรัฐฯ
- 2. ความตึงเครียดจากสงครามการค้าระหว่างสหรัฐฯ – จีน สำนักข่าว Bloomberg รายงานว่า การเจรจาการค้าระหว่าง สหรัฐฯ และจีนยังไม่คืบหน้า เนื่องจากติดขัดในระดับเจ้าหน้าที่ ซึ่งยังไม่สามารถหาข้อตกลงที่เหมาะสมเพื่อก้าวไปสู่ขั้นตอนต่อไปได้ หากสถานการณ์ยืดเยื้อ อาจสร้างแรงกดดันต่อเศรษฐกิจโลกและส่งผลต่อราคาสินค้าโภคภัณฑ์ รวมถึงทองคำ
- 3. รายงานตัวเลขทางเศรษฐกิจที่สำคัญของสหรัฐฯ ได้แก่ ยอดค้าปลีก, ตัวเลขการเริ่มสร้างบ้าน, ยอดขายบ้านมือสอง, การผลิตภาคอุตสาหกรรมของเดือน กุมภาพันธ์ 2568, ผลการสำรวจภาคการผลิตของ FED สาขานิวยอร์ก และดัชนีตลาดที่อยู่อาศัยเดือน มีนาคม 2568 รวมถึงตัวเลขจำนวนผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานรายสัปดาห์
ที่มา :