เจตนารมณ์ของกฎหมาย ธปท. ต้องการป้องกันไม่ให้ฝ่ายการเมืองแทรกแซงได้ง่าย
ดร. สมชัย ยังกล่าวถึงความสำคัญของกระบวนการสรรหาและคณะกรรมการสรรหาหรือคัดเลือกคณะกรรมการชุดต่างๆของธปท. ว่า มีความสำคัญอย่างมาก เพราะคณะกรรมการ หรือ บอร์ดชุดต่างๆของธปท.มีคาบเกี่ยวกันทั้งหมด ด้วยเหตุนี้กฎหมายปัจจุบัน จึงกำหนดคุณสมบัติของผู้ที่จะมาทำหน้าที่เป็นคณะกรรมการสรรหาเอาไว้ว่า จะต้องไม่เป็นข้าราชการในปัจจุบัน ชัดเจนว่าเจตนารมณ์คือไม่ต้องการให้ฝ่ายการเมืองมีอำนาจเหนือการตัดสินใจมากจนเกินไป เพราะหากคณะกรรมการสรรหามีความคิดคล้ายกับฝ่ายการเมือง และสรรหาบอร์ดธปท.ที่มีความคิดคล้ายกันเข้ามา ต่อไปเมื่อกนง.ครบวาระในอีก 2 ปีข้างหน้าบอร์ดธปท. ก็จะมีโอกาสคัดเลือกกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิใน กนง.ในสัดส่วนคนนอกอีก 4 คนด้วย นอกจากนี้ในปี 2568 จะมีการคัดสรรผู้ว่าการธปท.คนใหม่ หากคณะกรรมการคัดสรรมีแนวคิดไปทางเดียวกับฝ่ายการเมืองอีกและเลือกผู้ว่า ธปท. ที่เป็นฝ่ายเดียวกัน ถึงตอนนั้นฝ่ายการเมืองก็จะคุมนโยบายการเงินเบ็ดเสร็จ ดังนั้นผู้ที่จะมาเป็นคณะกรรมการสรรหาก็มีความสำคัญเป็นอย่างยิ่ง
“สิ่งนี้เป็นหลักการและสมมุติฐานส่วนตัว ไม่ได้ระบุหรือพาดพิงตัวบุคคลใดๆ ถ้าฝ่ายการเมืองสามารถส่งคนที่มีความคิดคล้ายกันเข้ามาในบอร์ดธปท.ได้ เป็นผลเสียที่รุนแรงมากแน่นอน แต่ถึงขั้นหายนะหรือไม่ ก็ขึ้นกับว่าเมื่อแทรกแซงแล้วคนที่ทางรัฐบาลส่งไปนั่งอยู่ในธปท.ในจุดต่างๆถึงขั้นที่ว่าจะฟังรัฐบาลอย่างเดียวเลย ไม่ได้มีข้อพิจารณาทางวิชาชีพ หรือหลักวิชาการอะไร อันนี้ถึงขั้นหายนะแน่ ซึ่งส่วนตัวคิดว่ายังไม่ถึงขั้นนั้น เพราะเชื่อว่าแต่ละท่านมีวิจารณญาณระดับหนึ่ง เพียงแต่ว่าจะเป็นความเสี่ยงที่ทำให้เกิดภาพว่าต่อให้ท่านมีวิจารณญาณของท่านเอง แต่เผอิญสิ่งที่ท่านพูดตรงกับรัฐบาลเกือบจะทุกเรื่อง คนอื่นก็มีอาจมองได้ว่าฟังรัฐบาลทุกเรื่อง”ดร. สมชัยระบุ
มองให้ไกล นโยบายการเงินต้องเป็นอิสระ
ดร. สมชัย ย้ำด้วยว่า ความเป็นอิสระของนโยบายการเงินเป็นเรื่องที่สําคัญอย่างมาก มีงานวิจัยและประสบการณ์จากทั่วโลกในช่วงหลายสิบปีที่ผ่านมา พบตรงกันว่าถ้าตลาดขาดความเชื่อมั่นในเรื่องของความเป็นอิสระทางความคิดของธนาคารกลาง ตลาดจะปั่นป่วน ผันผวน และไม่เชื่อใจ ทั้งประเด็นการควบคุมเงินเฟ้อ และวินัยทางด้านการเงินการคลังอีกต่อไป ซึ่งจะทำให้ประเทศสูญเสียความน่าสนใจในการลงทุน และสูญเสียความสามารถในการแข่งขันไปในที่สุด อาจส่งผลให้เงินทุนไหลออก ซึ่งจะกระทบภาพรวมเศรษฐกิจในที่สุด
“อยากให้มองไกล และมองกว้าง อย่าไปให้ความสําคัญกับประโยชน์ทางการเมืองเฉพาะหน้ามากเกินไป อะไรที่ทำให้เกิดผลเสียในระยะยาวต้องหลีกเลี่ยง โดยเฉพาะอย่างยิ่งการไปสร้างภาพว่านโยบายการเงินถูกแทรกแซงได้อันนั้นเป็นเรื่องที่สําคัญมาก ไม่ควรจะให้เกิดขึ้น ส่วนที่มีการพูดกันว่าทั้งฝ่ายการเมืองและธปท.เองจะต้องปรับแนวคิดทั้งสองฝั่งเพื่อให้ทำงานร่วมกันได้อย่างราบรื่นนั้น ส่วนตัวเห็นว่าข้อถกเถียงที่ผ่านมาเป็นเรื่องของหลักการ เพราะหลักการของทั้งสองฝ่ายไม่ตรงกัน ฝั่งหนึ่งมองระยะยาว ฝั่งหนึ่งมองระยะสั้น ก็เลยทําให้ยาก แต่หากทั้งสองฝั่งให้ความสำคัญกับสิ่งที่จะเกิดขึ้นในระยะยาวที่เหลือคุยกันง่าย” ดร.สมชัยระบุ