แต่หากเชื่อว่าเทคโนโลยี AI จะถูกนำมาใช้และเติบโตไปอย่างแพร่หลายในอุตสาหกรรมมากขึ้นในอนาคต ก็สามารถคาดหวังได้ว่าในภาพระยะยาวแล้วราคาหุ้นของบริษัทที่ได้รับประโยชน์จาก AI จะยังมีโอกาสปรับเพิ่มขึ้นได้ดีกว่าในช่วงเวลานี้อีก และที่สำคัญก็คือหากสิ่งที่คาดหวังจากการลงทุนคือผลตอบแทนที่ดีในระยะยาวแล้วหากขายทำกำไรออกมาในระยะสั้นการหาจังหวะกลับเข้าไปลงทุนอีกครั้งอาจทำได้ยาก โดยเฉพาะหากราคาหุ้นของบริษัทในธีมการลงทุน AI ยังปรับเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง
ส่วนนักลงทุนที่หาจังหวะในการเข้าลงทุนในหุ้นหรือกองทุนที่ลงทุนในหุ้นที่ได้รับประโยชน์จาก AI ในช่วงระยะเวลาไม่กี่สัปดาห์หลังจากนี้อาจมีจังหวะให้หาโอกาสในการเข้าลงทุน เนื่องจากจะเป็นช่วงที่เข้าสู่ช่วงฤดูกาลของการประกาศผลการดำเนินงานของบริษัทจดทะเบียน โดยในช่วงที่ผ่านมาบริษัทที่ได้รับประโยชน์จากธีม AI ต่างถูกคาดหวังจากนักลงทุนว่าจะมีอัตราการเติบโตของกำไรและรายได้อยู่ในระดับที่สูงมาก ดังนั้นหากมีบริษัทที่ประกาศผลการดำเนินงานออกมาและมีอัตราการเติบโตของกำไรและรายได้ต่ำกว่าที่นักลงทุนคาดไว้ ราคาหุ้นก็มีโอกาสที่จะผันผวนและปรับตัวย่อลงมาจากจุดสูงสุดบ้าง ซึ่งในช่วงเวลาดังกล่าวก็คือจังหวะที่ดีสำหรับนักลงทุนที่ต้องการหาจังหวะเข้าลงทุนในหุ้นหรือกองทุนที่เกี่ยวข้องกับธีม AI
โดยหลังจากเมื่อผ่านช่วงฤดูกาลของการประกาศผลการดำเนินงานของบริษัทจดทะเบียนไปแล้ว ปัจจัยที่จะส่งผลบวกต่อการปรับเพิ่มขึ้นของหุ้นและกองทุนในธีมการลงทุน AI ก็คือ โอกาสที่ธนาคารกลางสหรัฐ ฯ (FED) จะเริ่มปรับลดอัตราดอกเบี้ยลงในการประชุมเดือนกันยายน ซึ่งจะถือเป็นปัจจัยหนุนสำคัญที่หนุนให้หุ้นในธีม AI ปรับตัวเพิ่มขึ้นได้ต่อไปอีก
อย่างไรก็ดี ไม่ว่านักลงทุนที่มีสัดส่วนลงทุนในธีม AI แล้วหรือไม่มีก็ดี สิ่งที่ควรต้องทำเป็นอย่างยิ่ง คือพิจารณาความเสี่ยงที่ตัวเองรับได้และกระจายความเสี่ยงในการลงทุนให้เหมาะสม ไม่ลงทุนในธีม AI มากจนเกินความเสี่ยงที่รับได้ หรือน้อยเกินจนเสียโอกาสที่จะได้รับผลตอบแทนที่ดีในระยะยาว
โดย สวภพ ยนต์ศรี AFPT™
Senior Wealth Manager บลจ.ทิสโก้