เนชั่นทีวี

Business thai

ถึงจุดวัดใจ หุ้นกลุ่มเอไอ มีกำไร ทำอย่างไรต่อดี ?

12 ก.ย. 2567 | thanita_boo

ถึงจุดวัดใจ หุ้นกลุ่มเอไอ มีกำไร ทำอย่างไรต่อดี ?

เทคโนโลยีเอไอ จะถูกนำมาใช้และเติบโตไปอย่างแพร่หลายในอุตสาหกรรมมากขึ้นในอนาคต ก็สามารถคาดหวังได้ว่าในภาพระยะยาวแล้วราคาหุ้นของบริษัทที่ได้รับประโยชน์จากเอไอจะมีโอกาสปรับเพิ่มขึ้นได้ดีแล้วนักลงทุนจะวางแผนต่ออย่างไรดี

ในช่วงที่ผ่านมาธีมการลงทุนที่ถือเป็นผู้ชนะอันดับ 1 ของโลกการลงทุนคงไม่มีใครกล้าปฏิเสธหรือไม่เห็นด้วยว่าคือ ธีมการลงทุนในบริษัทที่ได้รับประโยชน์จากเทคโนโลยี AI โดยตัวอย่างที่เห็นได้อย่างชัดเจนที่สุดคือ หุ้น Nvidia ที่มูลค่าตลาดเพิ่มสูงขึ้นทะลุระดับ 3 ล้านล้านเหรียญ และเคยขึ้นไปเป็นบริษัทที่มีมูลค่าตลาดมากที่สุดในโลก ก่อนที่จะโดน Apple และ Microsoft ซึ่งเป็น 2 บริษัทที่ได้รับประโยชน์จากเทคโนโลยี AI เช่นกัน แซงหน้ากลับขึ้นไปเป็น 2 บริษัทที่มีมูลค่าตลาดมากที่สุดในโลก โดยที่ Nvidia ยังคงมีมูลค่าตลาดสูงเป็นอันดับ 3 ของโลก

หรืออีกหนึ่งตัวอย่างคือ หุ้น TSMC บริษัทผลิตชิปสัญชาติไต้หวันซึ่งได้รับประโยชน์จากเทคโนโลยี AI เช่นกัน โดยที่หุ้นของ TSMC ที่เทรดอยู่ในตลาดสหรัฐฯ มีมูลค่าทะลุหลัก 1 ล้านล้านเหรียญได้สำเร็จ นอกจากนี้ จะเห็นได้อย่างชัดเจนว่าในช่วงที่ผ่านมา หากบริษัทเทคโนโลยีใดก็ตามมีการกล่าวถึงการลงทุนใน AI หรือแผนการนำเอาเทคโนโลยี AI มาใช้ ราคาหุ้นจะปรับเพิ่มขึ้นได้ดีหลังจากที่มีรายงานข่าวออกมา

ถึงจุดวัดใจ หุ้นกลุ่มเอไอ มีกำไร ทำอย่างไรต่อดี ?

โดยหลายบริษัทที่ถือเป็นหุ้นที่อยู่ในธีมการลงทุน AI รวมถึงกองทุนที่มีนโยบายลงทุนในหุ้นที่ได้รับประโยชน์จาก AI ราคาได้ปรับเพิ่มขึ้นทำจุดสูงสุดอย่างต่อเนื่อง นั่นเท่ากับว่า ไม่ว่านักลงทุนที่ลงทุนในหุ้นหรือกองทุนที่เกี่ยวข้องกับ AI จะลงทุนมาแล้วนานเท่าใด ต่างก็จะมีกำไรจากการลงทุนไม่มากก็น้อยต่างกันไปตามจุดที่เข้าลงทุนและระยะเวลาที่ลงทุน ซึ่งนักลงทุนที่มีกำไรจากการลงทุนในธีม AI น่าจะอยากรู้ว่า ควรถึงจุดที่จะขายทำกำไรแล้วหรือไม่ หรือจะลงทุนต่อไปเพื่อคาดหวังกำไรที่เกิดขึ้นจากการลงทุนมากกว่านี้ นอกจากนี้คนที่ยังไม่ได้มีการลงทุนในธีม AI น่าจะอยากรู้ว่าหากเข้าลงทุนในธีม AI ตอนนี้จะสายไปแล้วหรือไม่

สำหรับคนที่มีกำไรจากการลงทุนในธีม AI หากจะหาคำตอบของคำถามที่ว่าควรจะขายหุ้นหรือกองทุนทำกำไรออกมาแล้วหรือไม่ น่าจะต้องย้อนกลับไปยังจุดเริ่มต้นว่า ตอนที่เริ่มเข้าลงทุนนั้นอะไรคือสิ่งที่คาดหวังจากการลงทุน โดยหากสิ่งที่คาดหวังในตอนแรกคือการทำกำไรระยะสั้น ๆ การขายทำกำไรออกมาก็น่าจะเป็นคำตอบที่เหมาะสม แต่หากตอนที่เข้าลงทุนคาดหวังผลตอบแทนจากการลงทุนในระยะยาวและเชื่อมั่นในการเติบโตของ AI การขายทำกำไรออกมาในช่วงนี้น่าจะไม่ใช่คำตอบที่ถูกต้อง โดยถึงแม้ราคาหุ้นของหลายบริษัทจะปรับเพิ่มขึ้นทำจุดสูงสุดตลอดกาลในช่วงที่ผ่านมาและแน่นอนว่าราคาหุ้นของบริษัทที่เกี่ยวข้องกับ AI คงไม่ได้ปรับเพิ่มขึ้นแต่เพียงอย่างเดียว จะต้องมีช่วงที่ราคาปรับย่อลงและผันผวนไม่ต่างจากราคาหุ้นในกลุ่มอื่น ๆ

แต่หากเชื่อว่าเทคโนโลยี AI จะถูกนำมาใช้และเติบโตไปอย่างแพร่หลายในอุตสาหกรรมมากขึ้นในอนาคต ก็สามารถคาดหวังได้ว่าในภาพระยะยาวแล้วราคาหุ้นของบริษัทที่ได้รับประโยชน์จาก AI จะยังมีโอกาสปรับเพิ่มขึ้นได้ดีกว่าในช่วงเวลานี้อีก และที่สำคัญก็คือหากสิ่งที่คาดหวังจากการลงทุนคือผลตอบแทนที่ดีในระยะยาวแล้วหากขายทำกำไรออกมาในระยะสั้นการหาจังหวะกลับเข้าไปลงทุนอีกครั้งอาจทำได้ยาก โดยเฉพาะหากราคาหุ้นของบริษัทในธีมการลงทุน AI ยังปรับเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง

ส่วนนักลงทุนที่หาจังหวะในการเข้าลงทุนในหุ้นหรือกองทุนที่ลงทุนในหุ้นที่ได้รับประโยชน์จาก AI ในช่วงระยะเวลาไม่กี่สัปดาห์หลังจากนี้อาจมีจังหวะให้หาโอกาสในการเข้าลงทุน เนื่องจากจะเป็นช่วงที่เข้าสู่ช่วงฤดูกาลของการประกาศผลการดำเนินงานของบริษัทจดทะเบียน โดยในช่วงที่ผ่านมาบริษัทที่ได้รับประโยชน์จากธีม AI ต่างถูกคาดหวังจากนักลงทุนว่าจะมีอัตราการเติบโตของกำไรและรายได้อยู่ในระดับที่สูงมาก ดังนั้นหากมีบริษัทที่ประกาศผลการดำเนินงานออกมาและมีอัตราการเติบโตของกำไรและรายได้ต่ำกว่าที่นักลงทุนคาดไว้ ราคาหุ้นก็มีโอกาสที่จะผันผวนและปรับตัวย่อลงมาจากจุดสูงสุดบ้าง ซึ่งในช่วงเวลาดังกล่าวก็คือจังหวะที่ดีสำหรับนักลงทุนที่ต้องการหาจังหวะเข้าลงทุนในหุ้นหรือกองทุนที่เกี่ยวข้องกับธีม AI

โดยหลังจากเมื่อผ่านช่วงฤดูกาลของการประกาศผลการดำเนินงานของบริษัทจดทะเบียนไปแล้ว ปัจจัยที่จะส่งผลบวกต่อการปรับเพิ่มขึ้นของหุ้นและกองทุนในธีมการลงทุน AI ก็คือ โอกาสที่ธนาคารกลางสหรัฐ ฯ (FED) จะเริ่มปรับลดอัตราดอกเบี้ยลงในการประชุมเดือนกันยายน ซึ่งจะถือเป็นปัจจัยหนุนสำคัญที่หนุนให้หุ้นในธีม AI ปรับตัวเพิ่มขึ้นได้ต่อไปอีก

อย่างไรก็ดี ไม่ว่านักลงทุนที่มีสัดส่วนลงทุนในธีม AI แล้วหรือไม่มีก็ดี สิ่งที่ควรต้องทำเป็นอย่างยิ่ง คือพิจารณาความเสี่ยงที่ตัวเองรับได้และกระจายความเสี่ยงในการลงทุนให้เหมาะสม ไม่ลงทุนในธีม AI มากจนเกินความเสี่ยงที่รับได้ หรือน้อยเกินจนเสียโอกาสที่จะได้รับผลตอบแทนที่ดีในระยะยาว

โดย สวภพ ยนต์ศรี AFPT™

Senior Wealth Manager บลจ.ทิสโก้

ข่าวล่าสุด