ฉะนั้นกลายเป็นว่ากำลังเอาภาษีของประชาชน คนที่มีเงินเก็บ 500,000 รายได้เกิน 70,000 เอาไปแจกคนอื่น ซึ่งเขาไม่ได้ยินดีให้ไปแจก แต่ท่านแจก ได้หน้าตัวเอง ได้ความนิยมตัวเอง แต่เอาเงินคนอื่นไปแจก มันใช้ได้ที่ไหน เรื่องนี้พ่อแม่พี่น้องประชาชนต้องออกมาช่วยกันออกมาพูด ถ้าสังคมไทยเราไม่ช่วยกันปลุกระดมเรื่องนี้อยู่ไม่ได้
นโยบายที่ท่านกำลังทำอยู่ เช่น การลดภาษีบ้าน ท่านทำเพื่อกลุ่มธุรกิจตัวเองหรือเปล่า นั่นคือสิ่งที่ผมบอกว่านายเศรษฐา ไม่ควรเป็นนายกฯแม้แต่วันเดียว ต่อจากนี้ไป อยู่หนึ่งวันเดือดร้อนหนึ่งวัน อยู่หนึ่งเดือนชาวบ้านเดือดร้อนหนึ่งเดือน อยู่หนึ่งปีชาวบ้านเดือดร้อนหนึ่งปี
“ขอฝากประชาชนช่วยกันอย่างที่พูดเรื่องเงินดิจิทัลเพราะเวลาเอาไปใช้ก็เข้ากลุ่มนายทุน ก่อนหน้านี้ผมรับเรื่องของชาวบ้านที่เขาเดือดร้อนเยอะมาก ๆๆ เงินดิจิทัลสุดท้ายก็เข้าเจ้าสัว เจ้าสัวคืนกลับมาให้กลุ่มรัฐบาลหรือเปล่า ผมไม่อยากเชื่อแต่มีคนพูดให้ผมฟัง แต่ผมไม่เชื่อว่าท่านนายกจะทำเรื่องแบบนี้ แต่ก็มีคนพูดกันหนักขึ้น“นายสามารถ กล่าว
นายสามารถ กล่าวต่อว่า ตนของเตือนบรรดา สส.พรรคร่วมรัฐบาลที่ไปยกมือผ่านเรื่องเงินดิจิทัล ระวังจะติดคุกกันหมด อย่าไปหวังว่าเขาจะให้เป็นรัฐมนตรี อย่าไปเชื่อว่า ให้ยกมือไปก่อนแล้วจะได้เป็นรัฐมนตรีรัฐบาล อย่าไปทำแบบนั้น เพราะคนที่ทำแบบนั้นลูกหลานจะก่นด่า
ประเทศวันนี้มีสารเคมีอันตรายอย่างแคดเมียมเข้ามาถึงเมืองหลวงได้อย่างไร จึงไม่แปลกใจว่า ทำไมยาบ้า ถึงเข้ามาได้มากมาย มันถึงเวลาสังคายนาแล้วหรือยัง ขอฝากถึงผู้มีอำนาจด้วยว่า ถ้ายังอยากจะให้คนนี้เป็นนายกฯอยู่ ประเทศจะเดินหน้าหรือถอยหลัง ก็คิดกันดู
“สำคัญที่สุดจะบอกว่า ประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข อำนาจเป็นของปวงชนชาวไทย ฝากพ่อแม่พี่น้องคนไทยช่วยกันปลุกระดมให้มีผึ้งมากกว่าแมลงวัน เงินดิจิทัล 10,000 บาท ถ้าออกมาได้สำเร็จ เราก็คงต้องไปดูประเทศลาว ไปดูเวเนซุเอลา อาร์เจนตินา ว่า เราจะเดินทางแบบนั้นหรือไม่“