เลขาธิการสำนักงานคณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน หรือ กกพ. คมกฤช ตันตระวาณิชย์ ระบุ ที่ประชุมคณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน เมื่อวันที่ 6 มีนาคม 2567 มีมติรับทราบภาระต้นทุนการผลิตไฟฟ้าจริงประจำรอบเดือน ก.ย. - ธ.ค. 2566 และเห็นชอบผลการคำนวณประมาณค่าเอฟทีสำหรับงวดเดือน พ.ค. - ส.ค. 2567 พร้อมให้สำนักงาน กกพ. นำค่าเอฟทีประมาณการและแนวทางการจ่ายภาระต้นทุนที่เกิดขึ้นจริงของ กฟผ. ไปรับฟังความคิดเห็นในกรณีต่างๆ ผ่านทางเว็บไซต์สำนักงาน กกพ. ตั้งแต่วันที่ 8 – 22 มีนาคม 2567
กรณีที่ 1 จ่ายคืนภาระต้นทุนคงค้างทั้งหมดในงวดเดียว จำนวน 99,689 ล้านบาท ค่าเอฟทีเรียกเก็บ 165.24 สตางค์ต่อหน่วย ทำให้ค่าไฟฟ้าเรียกเก็บเฉลี่ย เพิ่มขึ้นเป็น 5.4357 บาทต่อหน่วย
กรณีที่ 2 จ่ายคืนภาระต้นทุนคงค้างใน 4 งวดๆ ละ จำนวน 24,922 ล้านบาท ค่าเอฟทีเรียกเก็บที่ 55.72 สตางค์ต่อหน่วย ทำให้ค่าไฟฟ้าเรียกเก็บเฉลี่ยเป็น 4.3405 บาทต่อหน่วย
กรณีที่ 3 ตรึงค่าเอฟทีเท่ากับงวดปัจจุบันตามที่ กฟผ. เสนอ หรือจ่ายคืนภาระต้นทุนคงค้างประมาณ 7 งวดๆ ละ จำนวน 14,000 ล้านบาท ค่าเอฟทีเรียกเก็บคงเดิมที่ 39.72 สตางค์ต่อหน่วยทำให้ค่าไฟฟ้าเรียกเก็บเฉลี่ยเป็น 4.1805 บาทต่อหน่วย เท่ากับค่าไฟฟ้าเฉลี่ยในงวดปัจจุบัน