เนชั่นทีวี

Business thai

มัดรวมของขวัญปีใหม่ "กระทรวงคลัง" มีอะไรบ้าง เช็กเลย

26 ธ.ค. 2566 | sukanya_san

มัดรวมของขวัญปีใหม่ "กระทรวงคลัง" มีอะไรบ้าง เช็กเลย

ครม.ไฟเขียวมาตรการของขวัญปีใหม่กระทรวงการคลัง ทั้งต่ออายุมาตรการลดค่าโอน-จดจำนองออกไป 1 ปี - เคาะ “Easy E-Receipt ขณะที่แบงก์เฉพาะกิจพาเหรดคลอดมาตรการช่วยเหลือลูกหนี้กันคึกคัก มีอะไรบ้างเช็กที่นี่

นายพรชัย ฐีระเวช ผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง ในฐานะโฆษกกระทรวงการคลัง เปิดเผยว่า เมื่อวันที่ 26 ธันวาคม 2566 คณะรัฐมนตรีมีมติเห็นชอบและรับทราบการดำเนินมาตรการ/โครงการของส่วนราชการและรัฐวิสาหกิจภายใต้สังกัดกระทรวงการคลัง และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อมอบเป็นของขวัญปีใหม่ พ.ศ. 2567 ให้แก่ประชาชน โดยมีรายละเอียด ดังนี้

1. มาตรการภาษีและค่าธรรมเนียม จำนวน 2 มาตรการ ได้แก่
1.1 มาตรการลดค่าธรรมเนียมจดทะเบียนสิทธิและนิติกรรมสำหรับที่อยู่อาศัย ปี 2567 มีวัตถุประสงค์เพื่อสนับสนุนและบรรเทาภาระให้แก่ประชาชนที่ต้องการมีที่อยู่อาศัยเป็นของตนเอง ส่งเสริมการซื้อขายอสังหาริมทรัพย์เพื่อสร้างความมั่นคงในทางเศรษฐกิจ รวมถึงช่วยรักษาระดับกิจกรรมทางเศรษฐกิจในภาคอสังหาริมทรัพย์และธุรกิจที่เกี่ยวเนื่องกับภาคอสังหาริมทรัพย์

โดยมาตรการดังกล่าวจะให้ลดค่าจดทะเบียนโอนอสังหาริมทรัพย์จากเดิม 2% เหลือ 1% และค่าจดทะเบียนการจำนองอสังหาริมทรัพย์จากเดิม 1% เหลือ 0.01%  (เฉพาะการโอนและจดจำนองในคราวเดียวกัน) สำหรับการซื้อขายที่อยู่อาศัย ได้แก่ บ้านเดี่ยว บ้านแฝด บ้านแถว หรืออาคารพาณิชย์ และห้องชุด (ทั้งบ้านมือ 1 และมือ 2) เฉพาะที่มีราคาซื้อขายและราคาประเมินทุนทรัพย์ไม่เกิน 3 ล้านบาท และวงเงินจำนองไม่เกิน 3 ล้านบาท ต่อสัญญา โดยไม่รวมถึงกรณีการขายเฉพาะส่วน ตั้งแต่วันที่กฎหมายมีผลใช้บังคับถึงวันที่ 31 ธันวาคม 2567

 1.2 มาตรการ “Easy E-Receipt” มีวัตถุประสงค์เพื่อเป็นการสนับสนุนการบริโภคในประเทศ สนับสนุนผู้ประกอบการที่อยู่ในระบบภาษีให้ใช้ระบบภาษีอิเล็กทรอนิกส์ รวมถึงส่งเสริมการผลิตสินค้าท้องถิ่นและการอ่าน ส่งเสริมให้ผู้ประกอบการเข้าสู่ระบบภาษี และการใช้ระบบภาษีอิเล็กทรอนิกส์ โดยมาตรการดังกล่าวกำหนดให้ผู้มีเงินได้

ซึ่งมีหน้าที่เสียภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาแต่ไม่รวมถึงห้างหุ้นส่วนสามัญหรือคณะบุคคลที่มิใช่นิติบุคคลหักลดหย่อนค่าซื้อสินค้าหรือค่าบริการเท่าที่ได้จ่ายเป็นค่าซื้อสินค้าหรือค่าบริการสำหรับการซื้อสินค้าหรือการรับบริการในราชอาณาจักรให้กับผู้ประกอบการจดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่ม ตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2567 ถึงวันที่ 15 กุมภาพันธ์ 2567 ตามจำนวนที่จ่ายจริง แต่ไม่เกินจำนวน 50,000 บาท

โดยจะต้องมีใบกำกับภาษีเต็มรูปในรูปแบบอิเล็กทรอนิกส์ผ่านระบบ e-Tax Invoice & e-Receipt ของกรมสรรพากร เว้นแต่ค่าซื้อสินค้าหรือค่าบริการดังต่อไปนี้ จะจ่ายให้แก่ผู้มิใช่ผู้ประกอบการจดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่มก็ได้ 1. ค่าหนังสือ หนังสือพิมพ์ นิตยสาร

2. ค่าบริการหนังสือ หนังสือพิมพ์ และนิตยสารที่อยู่ในรูปของข้อมูลอิเล็กทรอนิกส์ผ่านระบบอินเทอร์เน็ต และ3. ค่าสินค้าหนึ่งตำบลหนึ่งผลิตภัณฑ์ซึ่งเป็นสินค้าที่ได้ลงทะเบียนกับกรมการพัฒนาชุมชนแล้ว โดยกรณีซื้อสินค้าหรือรับบริการดังกล่าวจากผู้มิใช่ผู้ประกอบการจดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่ม ต้องได้รับใบรับในรูปแบบใบรับอิเล็กทรอนิกส์ผ่านระบบ e-Tax Invoice & e-Receipt ของกรมสรรพากร

อย่างไรก็ดี ค่าสินค้าหรือค่าบริการที่สามารถหักลดหย่อนได้ไม่รวมถึง 1.ค่าซื้อสุรา เบียร์ และไวน์ 2.ค่าซื้อยาสูบ3. ค่าซื้อรถยนต์ รถจักรยานยนต์ และเรือ 4. ค่าน้ำมันและก๊าซสำหรับเติมยานพาหนะ

5. ค่าสาธารณูปโภค ค่าน้ำประปา ค่าไฟฟ้า ค่าบริการสัญญาณโทรศัพท์ ค่าบริการสัญญาณอินเทอร์เน็ต และค่าบริการสำหรับบริการที่มีข้อตกลงการให้บริการระยะยาว ซึ่งเริ่มต้นก่อนวันที่ 1 มกราคม 2567 หรือสิ้นสุดหลังวันที่ 15 กุมภาพันธ์ 2567 แม้ว่าจะจ่ายค่าบริการระหว่างวันที่ 1 มกราคม 2567 ถึงวันที่ 15 กุมภาพันธ์ 2567 ก็ตาม และ (6) ค่าเบี้ยประกันวินาศภัย โดยหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขอื่น ๆ เป็นไปตามที่อธิบดีกรมสรรพากรประกาศกำหนด

ทั้งนี้ผู้ประกอบการนิติบุคคลสามารถจัดทำใบกำกับภาษีอิเล็ก ทรอนิกส์ หรือใบรับอิเล็กทรอนิกส์ ผ่านระบบบริการ e-Tax Invoice & e-Receipt โดยศึกษารายละเอียดและลงทะเบียนได้ที่เว็บไซต์ https://etax.rd.go.th และสำหรับผู้ประกอบการนิติบุคคลและบุคคลธรรมดาที่เป็นผู้ประกอบการจดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่ม สามารถจัดทำใบกำกับภาษีอิเล็กทรอนิกส์ผ่านระบบบริการ e-Tax Invoice by Time Stamp ซึ่งเป็นระบบที่เหมาะกับผู้ประกอบการที่มีรายได้ไม่เกิน 30 ล้านบาท โดยศึกษารายละเอียดและลงทะเบียนได้ที่เว็บไซต์ www.rd.go.th/27659.html

2. มาตรการ โครงการของสถาบันการเงินเฉพาะกิจ เพื่อเสริมสภาพคล่อง ลดภาระค่าใช้จ่ายดอกเบี้ย และเสริมสร้างวินัยการเงินให้แก่ประชาชนและผู้ประกอบการ รวมทั้งสิ้นจำนวน 19  โครงการ   ได้แก่

2.1 โครงการมีออม มีลุ้น กับสลากออมสิน 2 ปี ฉลองปีใหม่ (ธนาคารออมสิน) เพื่อส่งเสริมการออมผ่านสลากออมสิน สำหรับผู้ฝากสลากออมสินพิเศษ 2 ปี ทั้งแบบสลากและดิจิทัล ตั้งแต่วันที่ 20 ธันวาคม 2566 – 31 มกราคม 2567 วงเงินรางวัลพิเศษรวมจำนวน 111 ล้านบาท กำหนดการออกรางวัลจำนวน 1 ครั้ง สำหรับงวดวันที่ 1 กุมภา พันธ์ 2567


2.2 โครงการวินัยดี มีเงิน (ธนาคารออมสิน) เพื่อเป็นขวัญกำลังใจให้กับลูกค้าที่มีวินัยทางการเงิน สำหรับลูกค้าที่ใช้บริการสินเชื่อ วงเงินกู้ไม่เกิน 200,000 บาท ที่ปฏิบัติได้ตามเงื่อนไขของธนาคาร เช่น      มีประวัติการชำระหนี้ดีไม่น้อยกว่า 3 ปี เป็นต้น จะได้รับเงินรายละ 500 บาท ซึ่งสามารถกดรับสิทธิผ่าน Application MyMo ได้ภายในวันที่ 15 มกราคม 2567

2.3 โครงการสินเชื่อเสริมแกร่ง SME เกษตร (ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร: ธ.ก.ส.) เพื่อส่งเสริมผู้ประกอบการเกษตร ช่วยเหลือลูกค้าเกษตรและผู้มีรายได้น้อยตลอดห่วงโซ่สินค้าเกษตร และสร้างโอกาสให้ผู้ประกอบการวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (SMEs) เกษตรเข้าถึงแหล่งเงินทุน วงเงินกู้สูงสุดต่อรายไม่เกิน 100 ล้านบาท จะได้รับอัตราดอกเบี้ยร้อยละ 4 ต่อปี ใน 2 ปีแรก และคงอัตราดอกเบี้ยในปีที่ 3 – 4  ที่ร้อยละ 4 ต่อปี

อย่างไรก็ตาม หากปฏิบัติตามเงื่อนไขของธนาคาร และได้รับส่วนลดค่าวิเคราะห์ 10,000 บาท สำหรับลูกค้าที่เปิดบัญชีเงินกู้ใหม่ตั้งแต่วันที่ 1 – 31 มกราคม 2567 และมีวงเงินกู้ตั้งแต่ 2 ล้านบาทขึ้นไป ระยะเวลาดำเนินโครงการตั้งแต่วันนี้ถึงวันที่ 31 มีนาคม 2567 

2.4 โครงการชำระดีมีโชค (ธ.ก.ส.) เพื่อให้ลูกค้าที่มีศักยภาพและความสามารถในการชำระหนี้ได้รับสิทธิการลุ้นรางวัล รวม 500 ล้านบาท จากการชำระเงินต้นและดอกเบี้ยตามเงื่อนไขที่ธนาคารกำหนด ระยะเวลาดำเนินโครงการตั้งแต่วันนี้ถึงวันที่ 31 มิถุนายน 2567

2.5 โครงการผลิตภัณฑ์สินเชื่อแทนคุณ (ธ.ก.ส.) เพื่อช่วยเหลือลูกค้าเกษตรกรผู้สูงอายุ (ตั้งแต่ 60 ปีขึ้นไป) มีหนี้สินเป็นภาระหนัก ไม่สามารถชำระหนี้ได้ด้วยตนเอง และมีความประสงค์จะโอนทรัพย์สินและหนี้สินเพื่อให้ทายาทที่รับช่วงการประกอบอาชีพปิดชำระหนี้เดิม จะได้รับอัตราดอกเบี้ยและสิทธิประโยชน์ตามหลักเกณฑ์และเงื่อนไขที่ธนาคารกำหนด ระยะเวลาดำเนินโครงการตั้งแต่วันนี้ถึงวันที่ 31 มีนาคม 2567

2.6 โครงการสินเชื่อสานฝันสร้างอาชีพ (ธ.ก.ส.) เพื่อเป็นค่าใช้จ่ายหรือเป็นค่าลงทุนในการประกอบอาชีพการเกษตร อาชีพนอกภาคเกษตร หรืออาชีพที่มีลักษณะเป็นการลงทุนค้าขายเพื่อเลี้ยงชีพในครัวเรือน กรณีกู้เพื่อเป็นค่าใช้จ่าย อัตราดอกเบี้ยร้อยละ 4 ต่อปี ระยะเวลาผ่อนชำระสูงสุดไม่เกิน 18 เดือน และกรณีกู้เพื่อเป็นค่าลงทุน อัตราดอกเบี้ยร้อยละ 4 ต่อปี เป็นระยะเวลา 3 ปี ระยะเวลาผ่อนชำระสูงสุดไม่เกิน 5 ปี ระยะเวลาดำเนินโครงการตั้งแต่วันนี้ถึงวันที่ 31 มีนาคม 2567

2.7 โครงการสินเชื่อนวัตกรรมดี มีเงินทุน (ธ.ก.ส.) เพื่อเป็นค่าใช้จ่ายหรือเป็นค่าลงทุนในการประกอบอาชีพเกษตรกรรม หรือเกี่ยวเนื่องกับเกษตรกรรม หรือประกอบอาชีพเกษตรกรรมในลักษณะ Smart Farmer กรณีกู้เพื่อเป็นค่าใช้จ่าย อัตราดอกเบี้ยร้อยละ 4 ต่อปี ระยะเวลาผ่อนชำระสูงสุดไม่เกิน 18 เดือน

กรณีกู้เพื่อเป็นค่าลงทุน อัตราดอกเบี้ยร้อยละ 4 ต่อปี เป็นระยะเวลา 3 ปี ระยะเวลาผ่อนชำระสูงสุดไม่เกิน 15 ปี ระยะเวลาดำเนินโครงการตั้งแต่วันนี้ถึงวันที่ 31 มีนาคม 2567

2.8 โครงการสินเชื่อพัฒนาแหล่งน้ำเพื่อการเกษตรรองรับสถานการณ์ภัยแล้ง ปี 2566 (ธ.ก.ส.) เพื่อสนับสนุนเงินทุนและช่วยเหลือและบรรเทาความเดือดร้อนของเกษตรกรให้มีแหล่งน้ำไว้ใช้ยามวิกฤติ วงเงินกู้รายละไม่เกิน 500,000 บาท อัตราดอกเบี้ย MRR - 1 ต่อปี ระยะเวลากู้ยืมสูงสุดไม่เกิน 10 ปี ระยะเวลาดำเนินโครงการตั้งแต่วันนี้ถึงวันที่ 31 ธันวาคม 2567

2.9 โครงการของขวัญปีใหม่ 2567 เพื่อส่งเสริมวินัยทางการเงินสำหรับลูกค้าธนาคารอาคารสงเคราะห์ (ธนาคารอาคารสงเคราะห์: ธอส.) เพื่อส่งเสริมการมีวินัยทางการเงินในการผ่อนชำระเงินกู้เพื่อที่อยู่อาศัย และเติมกำลังซื้อเพื่อให้เกิดการใช้จ่ายหมุนเวียนในระบบเศรษฐกิจภายในประเทศช่วงเทศกาลปีใหม่

สำหรับการจ่ายชำระหนี้เงินกู้ผ่าน Application “GHB ALL GEN” โดยได้รับเงินรายละ 1,000 บาท ตั้งแต่เดือนธันวาคม 2566 - กุมภาพันธ์ 2567ทั้งนี้ ตามหลักเกณฑ์และเงื่อนไขที่ธนาคารกำหนด

2.10 มาตรการผ่อนดี มีให้ (ธนาคารพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมแห่งประเทศไทย: ธพว.) เพื่อลดภาระค่างวด เสริมสภาพคล่อง และเสริมสร้างวินัยทางการเงินให้กับลูกค้ากลุ่มเข้มแข็ง ของ ธพว. โดยได้รับการลดภาระค่างวดสูงสุดร้อยละ 40 นานสูงสุด 6 เดือน และสำหรับลูกหนี้ที่มีประวัติการผ่อนชำระดีจะได้รับชุดของขวัญสินค้า SMEs มูลค่า 1,000 บาท ซึ่งสามารถลงทะเบียนได้ถึงวันที่ 31 มกราคม 2567

2.11 มาตรการเติมทุน เสริมแกร่ง (ธพว.) เพื่อลดภาระค่าประเมินหลักประกันให้กับลูกค้ากลุ่มเข้มแข็งของ ธพว. โดยจะได้รับการยกเว้นค่าประเมินหลักประกันมูลค่าสูงสุด 30,000 บาท และโปรแกรมพัฒนายกระดับธุรกิจก้าวทันยุคดิจิทัลมูลค่ารวม 10,000 บาท และบริการปรึกษาแบบเจาะลึก Exclusive D-Coach เมื่อขอสินเชื่อและใช้วงเงินตั้งแต่ 1 ล้านบาทขึ้นไป ภายในเดือนมีนาคม 2567

2.12 มาตรการพัก ลด จบไว ลดภาระทางการเงิน (ธพว.) เพื่อเป็นการช่วยเหลือและปรับปรุงโครงสร้างหนี้ให้กับลูกค้ากลุ่มเปราะบาง โดยจะได้รับการปรับปรุงโครงสร้างหนี้ตามหลักเกณฑ์และเงื่อนไขที่ธนาคารกำหนด ซึ่งสามารถลงทะเบียนได้ถึงวันที่ 31 มกราคม 2567

2.13 มาตรการปิด ปรับ เปลี่ยน (SME 21) (ธพว.) เพื่อเป็นการช่วยเหลือและปรับปรุงโครงสร้างหนี้ให้กับลูกค้ากลุ่มลูกหนี้ SME 21 โดยจะได้รับการปรับปรุงโครงสร้างหนี้ตามหลักเกณฑ์และเงื่อนไขที่ธนาคารกำหนด ซึ่งสามารถลงทะเบียนได้ถึงวันที่ 31 มกราคม 2567

2.14 โครงการผลิตภัณฑ์ที่สนับสนุนสินเชื่อ ESG (ธนาคารเพื่อการส่งออกและนำเข้าแห่งประเทศไทย: ธสน.) เพื่อลดภาระดอกเบี้ยให้กับผู้ประกอบการที่ขอสินเชื่อเพื่อสิ่งแวดล้อม โดยได้รับการปรับลดอัตราดอกเบี้ยเหลือร้อยละ 2.99 ต่อปี เป็นระยะเวลา 3 เดือน และได้รับการยกเว้นค่าธรรมเนียมแรกเข้า (Front-end Fee) เป็นระยะเวลา 2 เดือน

2.15 โครงการผลิตภัณฑ์ที่สนับสนุนผู้ประกอบการที่เริ่มต้นการส่งออก (ธสน.) เพื่อลดภาระค่าธรรมเนียมแรกเข้า (Front-end Fee) ให้กับผู้ประกอบการที่เริ่มต้นการส่งออก เป็นระยะเวลา 2 เดือน
2.16 โครงการสำหรับลูกค้ารายย่อยและลูกค้าธุรกิจ (5 จังหวัดชายแดนใต้) (ธนาคารอิสลามแห่งประเทศไทย: ธอท.) เพื่อสนับสนุนลูกค้ารายย่อยเข้าถึงแหล่งสินเชื่อที่อยู่อาศัย

โดยการยกเว้นค่าประเมินหลักประกัน และเพื่อสนับสนุนลูกค้าธุรกิจที่เป็นบุคคลธรรมดาและนิติบุคคลที่ยื่นขอสินเชื่อในระยะเวลาดำเนินโครงการ โดยลูกค้ารายใหม่ที่ยื่นขอสินเชื่อแบบมีระยะเวลา (Long term) จะได้รับยกเว้นค่าจัดทำนิติกรรมสัญญา และลูกค้ารายเดิมที่ยื่นขอสินเชื่อแบบมีระยะเวลา (Long term) และมีประวัติการชำระหนี้ดี สามารถยื่นพักชำระเงินต้น ชำระเฉพาะกำไร ตามหลักเกณฑ์และเงื่อนไขที่ธนาคารกำหนด ทั้งนี้ ระยะเวลาดำเนินโครงการตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม – 29 กุมภาพันธ์ 2567

2.17 โครงการปรับปรุงโครงสร้างหนี้รายย่อยและลูกค้าธุรกิจ (ธอท.) เพื่อปรับโครงสร้างหนี้ให้กับกลุ่มลูกหนี้ด้อยคุณภาพ (Non-Per forming Financing : NPFs) โดยสามารถตัดชำระเงินต้นสูงสุดร้อยละ 50 ของค่างวดที่ชำระ อัตรากำไรพิเศษ และส่วนลดเบี้ยปรับผิดนัดชำระ ระยะเวลาดำเนินโครงการตั้งแต่วันที่  1 มกราคม – 29 กุมภา พันธ์ 2567

2.18 โครงการยกเว้นค่าดำเนินการค้ำประกัน (บรรษัทประกันสินเชื่ออุตสาหกรรมขนาดย่อม: บสย.) เพื่อลดภาระค่าดำเนินการค้ำประกันให้กับลูกค้า บสย. ที่อยู่ภายใต้โครงการค้ำประกันสินเชื่อ Portfolio Guarantee Scheme (PGS 10) และโครงการค้ำประกันสินเชื่อรายสถาบันการเงิน Bilateral Phase 7 (BI 7) โดยจะได้รับการยกเว้นค่าดำเนินการค้ำประกันสินเชื่อ สำหรับ SMEs ที่ส่งคำขอค้ำประกันตั้งแต่วันที่ 1 - 31 มกราคม 2567

2.19 โครงการ บสย. พร้อมช่วย (บสย.) เพื่อลดภาระหนี้ให้กับลูกหนี้ของ บสย. โดยมีมาตรการช่วยเหลือลูกหนี้ เช่น สามารถตัดเงินต้นได้ทั้งจำนวนของยอดชำระ อัตราดอกเบี้ยร้อยละ 0 ลดเงินต้นสูงสุดร้อยละ 15 เป็นต้น ทั้งนี้ เป็นไปตามหลักเกณฑ์และเงื่อนไขที่ บสย. กำหนด ระยะเวลาดำเนินโครงการตั้งแต่วันนี้ถึงวันที่ 31 ธันวาคม 2567

ข่าวล่าสุด