กรรมการสมาคมค้าทองคำ วรชัย ตั้งสิทธิ์ภักดี ระบุ สงครามระหว่างอิสราเอล-กลุ่มฮามาสส่งผลให้ราคาทองคำดีดตัวแรงขึ้นในรอบสัปดาห์ที่ผ่านมา ราคาทองคำในประเทศขยับขึ้นมา 550 บาท เป็นการขยับขึ้นค่อนข้างเร็ว ถ้ามองที่ตัว Gold Spot คือขยับขึ้นกว่า 2% ทำให้นักลงทุนที่ถือทองคำแท่งทยอยมาขาย และยังมีทยอยขายเป็นระยะแม้ราคาปัจจุบันจะลงแล้ว ซึ่งคนที่ขายทำกำไรไปแล้วกลับมาขายอีกเพราะกลัวราคาทองจะลงเร็วหากสถานการณ์การสู้รบยุติลง ราคาทองคำมีโอกาสร่วงลงเร็ว ส่วนอีกมุมมองว่าสถานการณ์น่าจะยืดเยื้อกลัวว่าจะบานปลายในกลุ่มประเทศส่งออกน้ำมัน กลุ่มที่ยังถือทองคำเพื่อการลงทุนยังมีอยู่
ทั้งนี้ นอกจากปัจจัยสงครามที่ทำให้ราคาทองคำขยับขึ้นแล้ว ยังต้องจับตาว่าธนาคารกลางสหรัฐ หรือ เฟด จะปรับอัตราดอกเบี้ยอย่างไร แต่ในตลาดคาดการณ์ว่ามีโอกาสที่เฟดจะปรับขึ้นดอกเบี้ยอีก 1 ครั้งในช่วงปลายปี แต่หากสถานการณ์สงครามที่เกิดขึ้นทำให้เศรษฐกิจโลกไม่ดีเฟดอาจต้องกลับมาทบทวนการขึ้นดอกเบี้ยกันใหม่ซึ่งอาจจะไม่ปรับขึ้น ซึ่งเป็นแรงหนุนให้ทองคำไม่ถูกกดดันลง เพราะฉะนั้นในระยะยาวถึงครึ่งปีหลังของปีหน้าทองคำค่อนข้างยืนในระดับสูงได้อยู่ และโอกาสที่ ราคาทองคำโลก Gold Spot จะแตะที่ระดับ 2,000 ดอลลาร์สหรัฐต่อทรอยออนซ์ ก็ค่อนข้างมีสูงเช่นกัน