ด้านนายสุทธิศักดิ์ พรมบุตร พาณิชย์จังหวัดบุรีรัมย์ เปิดเผยว่า ราคาข้าวเปลือก โดยเฉพาะ "ข้าวหอมมะลิ" ในพื้นที่ภาคอีสาน มีการปรับตัวสูงขึ้น ซึ่งเป็นผลมาจากสงครามรัสเซีย-ยูเครน ที่ยังไม่มีท่าทีว่าจะคลี่คลายลง ประกอบกับประเทศอินเดียระงับการส่งออกข้าวไปประเทศอื่น รวมถึงภาวะฝนทิ้งช่วงทำให้ผลผลิตข้าวออกสู่ตลาดน้อยลงราคาข้าวจึงปรับตัวสูงขึ้น
อีกทั้งจากการลงพื้นที่ตรวจสอบร้านค้าส่ง ค้าปลีก ข้าวสาร 3 แห่งในตัวเมืองบุรีรัมย์ พบว่าร้านขายส่งข้าวสารจะรับข้าวสารมาจากทั้งในพื้นที่จังหวัดบุรีรัมย์ และจังหวัดสุรินทร์ ส่วนข้าวเหนียวส่วนใหญ่จะรับมาจากภาคเหนือ ในส่วนของ ราคาข้าวหอมมะลิ อยู่ที่ 32-34 บาท/กิโลกรัม ปรับตัวสูงขึ้นจาก 2 สัปดาห์ที่แล้ว 2-3 บาท ส่วนแนวโน้มการปรับขึ้นราคานั้นอาจไม่สูงมาก เนื่องจากผลผลิตข้าวนาปีของภาคตะวันออกเฉียงเหนือจะออกสู่ตลาดช่วงเดือนตุลาคม ผู้ประกอบการไม่กล้าขึ้นราคาสูงเกินเจ้าอื่นเพราะการแข่งขันสูง
ส่วนผลผลิตข้าวที่ออกสู่ตลาดในขณะนี้ ส่วนใหญ่จะเป็นผลผลิตที่เกษตรกรเก็บข้าวไว้ในยุ้งฉางของตนเอง โดยราคาข้าวสารในช่วงนี้เริ่มปรับตัวตามราคาข้าวเปลือกที่สูงขึ้น เฉลี่ยประมาณ 15-16.90 บาท/กิโลกรัม ตกตันละ 15,300-16,900 บาท
.