เนชั่นทีวี

Business thai

หอการค้าไทย มั่นใจปลายปี ศก.โดดเด่น แม้การเมืองไม่นิ่งฉุดความเชื่อมั่นลด

12 ส.ค. 2566 | wanida_phe

หอการค้าไทย มั่นใจปลายปี ศก.โดดเด่น แม้การเมืองไม่นิ่งฉุดความเชื่อมั่นลด

ศูนย์พยากรณ์เศรษฐกิจและธุรกิจ ม.หอการค้าไทย เผยดัชนีความเชื่อมั่น ก.ค. 66 ลดครั้งแรกในรอบ 14 เดือน เหตุการเมืองไม่นอน แต่ยังมั่นใจหากได้ รัฐบาลใหม่ปลายปี ศก.ไทยฟื้นโดดเด่น จีดีพี ทั้งปียังโตได้ 3.5%

ศูนย์พยากรณ์เศรษฐกิจและธุรกิจ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย เปิดเผยว่า ดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคเดือน ก.ค. 66 อยู่ที่ระดับ 55.6 ปรับตัวลดลงจากเดือน มิ.ย. ซึ่งอยู่ที่ระดับ 56.7 โดยเป็นการปรับตัวลดลงครั้งแรกในรอบ 14 เดือน ส่วนดัชนีความเชื่อมั่นเกี่ยวกับเศรษฐกิจโดยรวมเดือน ก.ค. 66 อยู่ที่ระดับ 50.3 ดัชนีความเชื่อมั่นเกี่ยวกับโอกาสในการหางาน อยู่ที่ 52.7 และดัชนีความเชื่อมั่นเกี่ยวกับรายได้ในอนาคต อยู่ที่ 63.9 โดยดัชนีทุกตัวปรับลดลงจากเดือนก่อนหน้า

ทั้งนี้สาเหตุจากความกังวลต่อความไม่แน่นอนในการจัดตั้งรัฐบาลใหม่ และเสถียรภาพทางการเมืองในประเทศ, ผู้บริโภคกังวลว่าเศรษฐกิจยังฟื้นตัวได้ช้า และปัญหาหนี้ครัวเรือนที่ยังอยู่ในระดับสูง, คณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) ปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยนโยบายอีก 0.25% เป็น 2.25%

สำนักงานเศรษฐกิจการคลัง (สศค.) ปรับลดประมาณการเศรษฐกิจปีนี้ ลงเหลือ 3.5% จากเดิม 3.6% จากผลของเศรษฐกิจประเทศคู่ค้าที่อาจจะกระทบต่อการส่งออกไทยในช่วงครึ่งปีหลัง, ความกังวลต่อภาวะภัยแล้ง และเอลนิโญ ตลอดจนสถานการณ์ความขัดแย้งระหว่างรัสเซียและยูเครนที่ยังมีความไม่แน่นอน

นายธนวรรธน์ พลวิชัย ประธานที่ปรึกษาศูนย์พยากรณ์เศรษฐกิจและธุรกิจ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย เปิดเผยว่า การที่ยังไม่สามารถจัดตั้งรัฐบาลได้นั้น ทำให้ประชาชนมีความกังวลต่อสถานการณ์การเมืองที่ยังไม่นิ่ง และระมัดระวังในการจับจ่ายใช้สอยมากขึ้น ซึ่งทำให้เม็ดเงินที่จะเข้าไปหมุนเวียนในระบบเศรษฐกิจลดลง ประกอบกับบรรยากาศการส่งออกที่ยังไม่โดดเด่น และมีแนวโน้มว่าทั้งปีนี้จะติดลบ 2% มากกว่าเดิมที่คาดไว้ว่าจะติดลบ 1% นั้น ก็ส่งผลกระทบต่อ supply chain ส่วนการท่องเที่ยวในช่วงไตรมาส 3 ก็เป็นช่วง low season
 

“สถานภาพของรัฐบาลรักษาการ ที่ไม่สามารถใช้เม็ดเงินงบประมาณในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศได้อย่างเต็มที่ เมื่อรวมกับอีกหลายปัจจัยที่กล่าวมานั้น ทำให้เม็ดเงินที่จะเข้าสู่ระบบเศรษฐกิจโดยรวม ลดน้อยลงไปราว 5-8 หมื่นล้านบาท ดังนั้นบรรยากาศในช่วงเดือน มิ.ย. - ก.ค. ที่ผ่านมา เศรษฐกิจจึงยังนิ่งๆ” นายธนวรรธน์ กล่าว

.

โดยความเชื่อมั่นลดลงไม่ได้หมายความว่าดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคจะมีทิศทางเป็นขาลง เพราะการปรับลดลงเพิ่งเกิดขึ้นเพียง 1 เดือนเท่านั้น ซึ่งหากสถานการณ์การเมืองในประเทศเริ่มเห็นความชัดเจน คือ มีนายกรัฐมนตรี ได้รัฐบาลใหม่ และมีนโยบายและงบประมาณที่เข้ามาช่วยขับเคลื่อนเศรษฐกิจ ก็คาดว่าความเชื่อมั่นของผู้บริโภค จะกลับมาฟื้นตัวขึ้นได้อย่างต่อเนื่อง

และในช่วงปลายปีเศรษฐกิจไทยมีโอกาสที่จะเติบโตได้อย่างโดดเด่นขึ้น โดยศูนย์พยากรณ์เศรษฐกิจและธุรกิจ ยังคงประมาณการเศรษฐกิจไทยในปีนี้ไว้ที่ 3.5% ซึ่งหากได้ความชัดเจนของคณะรัฐมนตรีชุดใหม่ รวมทั้งแนวนโยบายของรัฐบาลใหม่แล้ว ก็จะมีการปรับประมาณการเศรษฐกิจไทยในปีนี้ใหม่อีกครั้ง

 

ข่าวล่าสุด