เนชั่นทีวี

Business thai

ปธ.หอการค้า ลุ้นศาลรธน. ตัดสินปมโหวตนายกฯซ้ำ ยังเชื่อตั้งรัฐบาลทันในเดือน ส.ค.

04 ส.ค. 2566 | wanida_phe

ปธ.หอการค้า ลุ้นศาลรธน. ตัดสินปมโหวตนายกฯซ้ำ ยังเชื่อตั้งรัฐบาลทันในเดือน ส.ค.

ปธ.หอการค้าไทย ลุ้นศาลรัฐธรรมนูญ ตัดสินปมเสนอ "พิธา" โหวตนายกฯซ้ำ ยังเชื่อรัฐบาลใหม่ยังเกิดทันในเดือน ส.ค. ตามกรอบเดิม แนะเร่งดำเนินนโยบายกระตุ้นศก. ให้ทันช่วงศก.ฟื้นตัวไตรมาส 4 ย้ำพร้อมทำงานร่วมกับทุกรัฐบาล มั่นใจประสบการณ์พรรคเพื่อไทยบริหารด้านเศรษฐกิจได้

จากกรณีศาลรัฐธรรมนูญ เลื่อนการพิจารณาคำร้อง ของผู้ตรวจการแผ่นดิน ที่กรณีรัฐสภามีมติไม่เห็นชอบกับการเสนอชื่อ นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ หัวหน้าพรรค และแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีพรรคก้าวไกล เป็นนายกรัฐมนตรีรอบ 2 ขัดหรือแย้งต่อรัฐธรรมนูญหรือไม่ และกำหนดวันนัดพิจารณาคำร้องในวันที่ 16 ส.ค. จากเดิมที่คาดว่าจะเป็นวันที่   3 ส.ค. ที่ผ่านมานั้น 

นายสนั่น อังอุบลกุล ประธานกรรมการหอการค้าไทยและสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย กล่าวเห็นว่า เป็นเรื่องสำคัญและประชาชนให้ความสนใจ ซึ่งศาลต้องใช้ดุลยพิจและข้อมูลต่าง ๆ ประกอบการพิจารณาอย่างรอบคอบ เพื่อให้เป็นไปตามเจตนารมย์ของรัฐธรรมนูญ และ มองว่าการเลือกนายกรัฐมนตรี และการฟอร์ม ครม. ชุดใหม่ ยังอยู่ในช่วงเวลาที่เคยประเมินไว้ซึ่งยังไม่ถือว่าล่าช้าจนเกินไป 

ทั้งนี้หากศาลมีคำสั่งว่ากรณีดังกล่าวไม่ขัดหรือแย้งต่อรัฐธรรมนูญ หรือเป็นไปแนวทางที่เห็นว่า รัฐสภาได้ดำเนินการโดยชอบแล้ว เชื่อว่าหลังจากนั้นรัฐสภาคงจะดำเนินการ ให้มีการเลือกนายกรัฐมนตรีโดยเร็วที่สุดต่อไป ซึ่งมีความเป็นไปได้ว่าอาจจะเป็นวันที่ 17 – 18  ส.ค. ทำให้เราอาจจะได้ ครม.ชุดใหม่ ช่วงปลายเดือนส.ค. ถึงกลางเดือนก.ย. ก่อนจะมีการแถลงนโยบายต่อรัฐสภา

โดยหากไทม์ไลน์ต่าง ๆ เป็นเช่นนั้น ภารกิจเร่งด่วน ของรัฐบาลชุดใหม่คงจะต้องเร่ง จัดทำงบประมาณประเทศ รวมถึงมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจต่าง ๆ เพื่อดึงกำลังซื้อ และ ความเชื่อมั่นจากนักลงทุนทั้งในและต่างประเทศ ซึ่งจะตรงกับไตรมาส 4 ที่เป็นฤดูการท่องเที่ยวของไทย ที่หลายฝ่ายประเมินว่า จะเป็นจุดฟื้นของเศรษฐกิจในปีนี้

แต่หากศาลมีคำสั่งว่าการดำเนินการ ของรัฐสภาขัดหรือแย้งต่อรัฐธรรมนูญ และ มีข้อวินิจฉัยเพิ่มเติมไปในแนวทางดังกล่าว ก็คงต้องรอความชัดเจนว่า จะส่งผลให้การเลือกนายกรัฐมนตรี จะมีทิศทางเป็นอย่างไร และ มีช่วงเวลานานมากน้อยแค่ไหน ซึ่งต้องมาประเมินสถานการณ์กันอีกครั้ง แต่เชื่อมั่นว่าศาลจะมีการพิจารณาประเด็นต่าง ๆ ด้วยความรอบคอบและรวดเร็วที่สุด เพราะการมีรัฐบาลใหม่ เข้ามาบริหารประเทศเร็ว เป็นสิ่งสำคัญและจำเป็นมากในสถานการณ์เช่นนี้ 

สำหรับประเด็นที่พรรคเพื่อไทยและพรรคก้าวไกล ได้ยุติการร่วมกันจัดตั้งรัฐบาล และพรรคเพื่อไทยจะเป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาลเอง ซึ่งอยู่ในระหว่างรวบรวมเสียงโหวตนายกรัฐมนตรีในรัฐสภานั้น หอการค้าฯ มองว่าส่วนนี้เป็นหน้าที่ของพรรคการเมืองที่จะต้องดำเนินกระบวนการตามกรอบ ของกฎหมายและรัฐธรรมนูญ ที่กำหนดไว้ และหากพรรคเพื่อไทยเป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาลจนสำเร็จ ก็เชื่อว่าน่าจะสามารถ เร่งดำเนินนโยบายที่เกี่ยวข้องกับเศรษฐกิจได้ทันที เพราะพรรคเพื่อไทยเคยมีประสบการณ์ในด้านการบริหารประเทศมาก่อนหน้านี้

และหลายนโยบายในสมัยที่เป็นรัฐบาล ก็สามารถดำเนินการจนประสบความสำเร็จ ส่วนประเด็นความเห็นต่างและการชุมนุมที่เกิดขึ้นถือเป็นสิทธิของประชาชนที่จะแสดงออกตามระบอบประชาธิปไตย โดยหากไม่มีการชุมชนที่ยืดเยื้อหรือสถานการณ์ที่รุนแรงก็เชื่อว่าจะไม่กระทบต่อภาพรวมเศรษฐกิจ โดยเฉพาะภาคการท่องเที่ยวที่กำลังเติบโตได้ดีและเป็นเครื่องยนต์หลักของเศรษฐกิจไทย 

อย่างไรก็ตาม วันนี้สถานการณ์ทางการเมืองเปลี่ยนแปลงตลอดเวลา ในส่วนของภาคเอกชนนั้นไม่ว่าใครจะมาเป็นรัฐบาลก็พร้อมทำงานร่วมกัน โดยที่ผ่านมาได้ส่งสัญญาณ อย่างต่อเนื่องว่าสิ่งสำคัญคือการจัดตั้งรัฐบาลใหม่ให้เร็วที่สุด เพราะยิ่งล่าช้ายิ่งไม่เป็นผลดีต่อการฟื้นตัวเศรษฐกิจประเทศ นายสนั่นกล่าว

ข่าวล่าสุด