นายณกรณ์ กล่าวว่า ปัจจุบัน มีชาวสวนยางไทย ขึ้นทะเบียนกับ กยท. กว่า 90% สามารถระบุที่ตั้งของสวนยางได้ พร้อมรองรับตามกฎ EUDR โดย กยท. ได้ดำเนินการควบคู่กับการพัฒนา ระบบการจัดการสวนยาง อย่างถูกต้องตามมาตรฐานสากล เพิ่มโอกาสส่งออกยางไทยในตลาดโลก
"รัฐบาลไทยให้ความสำคัญ และติดตามมาตรการ EUDR มาอย่างต่อเนื่อง โดยหน่วยงานภาครัฐที่เกี่ยวข้อง ไม่ว่าจะเป็น กระทรวงการต่างประเทศ กระทรวงพาณิชย์ และ กยท. ได้ร่วมหารือกับหน่วยงานของสหภาพยุโรป ในการผลักดันมาตรการต่าง ๆ เพื่อให้ยางพาราและผลิตภัณฑ์ยางของไทย สามารถส่งออกได้ตามมาตรฐาน"
ทั้งนี้ การสร้างความพร้อม ให้กับวงการยางพาราไทย จำเป็นต้องอาศัยความร่วมมือ จากทุกภาคส่วน ทั้งภาครัฐ เอกชน เกษตรกร และสถาบันเกษตรกรชาวสวนยาง เพื่อแลกเปลี่ยนข้อมูล หารือและสร้างแนวทางขับเคลื่อนไปด้วยกัน
โดยเฉพาะแนวทางบริหารจัดการพื้นที่ปลูกยาง จึงมั่นใจได้ว่า มาตรการ EUDR จะไม่เป็นอุปสรรค ต่อวงการยางพาราไทยอย่างแน่นอน แต่เป็นโอกาสที่ดี ช่วยเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน ทางการค้าระดับโลกต่อไป